สรุป 5 ข่าวหงส์แดง : อัพเดทบาทเจ็บฟิร์มิโน่-ดาร์วิน , คลอปป์ขอแฟนบอลจงศรัทธา…

1. “โปรดเชื่อในตัวผม” วลีจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ท่ามกลางมรสุม

ท่ามกลางสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายที่สุดในรอบ 7 ปี สถานะลิเวอร์พูลในสนามแข่งเหมือนเรือที่กำลังง่อนแง่น ทันใดนั้นในห้องสัมภาษณ์ก่อนเกมช่วงวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา คล็อปป์ เลือกที่จะเปล่งวลีที่นักข่าวในห้องสดต่างบอกว่าเป็นอารมณ์ที่เปี่ยมด้วย ไฟแห่งคำมั่นสัญญาว่า “…โปรดเชื่อในตัวผม…”

ทีมของคล็อปป์กำลังเผชิญสถานการณ์เลวร้ายด้วย ปัจจัยสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือ ผู้เล่นในทีมเราต่างทยอยบาดเจ็บเรื่อยๆ โดย ณ ปัจจุบัน มีรายชื่อในบัญชีหนังหมากว่า 20 ราย โดยเฉพาะ โจต้า  ดิอาซ  เฟอร์มิโน่  ล่าสุด คือ นูเญซ ซึ่งนั้นเท่ากับผู้เล่นตามตำแหน่งตัวรุกทั้ง 4 คน เจ็บครบทุกคน อีกทั้งกำลังเรายังสูญเสียปราการเหล็กอย่า ฟาน ไดจ์ค ไปอีกคน

คล็อปป์วิเคราะห์อาการบาดเจ็บว่ามาจากทั้ง การลงเล่นในปีที่แล้วที่มากกว่าปกติ ผสมผสานกับการปัจจัยหลัก คือ การเตรียมทีมในช่วงพรีซีซั่นที่ต้องเดินทางมาทัวร์ที่เอเชียก่อน ส่งผลต่อการเตรียมสภาพร่างกายของผู้เล่นให้ฟิตพร้อม ซึ่งคล็อปป์มองว่ามันเป็นพื้นฐานของทั้งฤดูกาล

“แต่นั้นผมจะไม่ปฏิเสธมันเป็นความรับผิดชอบของผม ในการจัดการทีมของเราทั้งในสนามและนอกสนาม เพราะ ฉะนั้น ผม ทีมงาน และผู้เล่นทุกคนจะต่อสู้อย่างสุดกำลังความสามารถเพื่อไล่ล่าท็อป 4 ซึ่งเป็นเป้าหมายของเราในตอนนี้ให้ได้”

ซึ่งคล็อปป์ยังกล่าวถึงสถานการณ์เพิ่มเติมว่า “สถานการณ์ของทีมเราไปคล้ายกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เรามีผู้เล่นคนสำคัญบาดเจ็บเยอะมากๆ หลุย ดิอาซ บาดเจ็บยาว ต่อจากโจต้า และนูเญซ ก็เป็นรายล่าสุดที่ต้องหายไปแม้จะไม่นาน อีกทั้งช่วงต้นฤดูกาล เราก็ต้องสูญเสียกองกลางไปด้วยอาการบาดเจ็บแบบรายวัน นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเซ็นสัญญาเพื่อ ยืมตัว อาร์ตู เมลโล (มาเจ็บเพิ่มเพื่อไม่ให้พวกที่เจ็บไปก่อนหน้านี้รู้สึกเหงา)”

“สถานการณ์ของเราตอนนี้ คือ เราห่างจากอันดับ 4 แมนยูอยู่ถึง 7 แต้ม สำคัญ คือ เราต้องรับผิดชอบมัน เพราะ เราคือ ลิเวอร์พูล ผมเชื่อว่าตอนนี้สถานการณ์เราเลวร้ายสุดๆ เรารู้สึกเหมือนเราอยู่ท้ายตารางเลย นั่นแหละทำให้เรากระตือรือร้นเพราะเรามองว่ามันเป็นปัญหา ไม่ใช่คนหมดใจ และเราเชื่อนะว่าถ้าเรามองว่าเราอยู่ท้ายตารางแล้ว เราจะสู้อย่างถอยไม่ได้อีกแล้วโดยไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว แต่ก็โชคดีผมเชื่อว่าเรายังพอมีเวลาจะไล่ตามพื้นที่ UCL ได้ อีกที่ในความจริงเราไม่ได้อยู่ในท้ายตารางแต่อย่างใด”

“ผมไม่สนใจความสำเร็จของผมในอดีตเลย ตอนนี้ผมกำลังคิดและรวมใจกับทีมงานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ ผมจะพูดเหมือนที่พยายามจะสื่อกับทุกท่านด้วยความจริงใจเมื่อแรกเริ่มที่มาที่สโมสรนี้… ผมขอให้ทุกคน…โปรดเชื่อในตัวผม…ผมรู้ว่าการที่มาพูดในวันที่ฟอร์มเราย่ำแย่เหลือเกิน มันคงไม่สวยหรูเท่าวันนี้เราชนะอย่างต่อเนื่อง แต่ โปรดเชื่อและศรัทธาในตัวผม….ผมจะทำมันให้สำเร็จ…”

2. อาการ นูเญซ ก่อนเจอ ไบร์ทตัน

ทีมเรามีเกมวันเสาร์นี้ และต้องลงเล่นในสถานะเกมรุกพิการ รายล่าสุด คือ ดาร์วิน นูเญซ ซึ่ง คล็อปป์ถูกถามในการสัมภาษณ์ก่อนเกมถึงอาการของนูเญซว่าเป็นยังไงบ้าง เจ้าตัวบอกว่า หนูนเจ็บเอ็นร้อยหวาย เรากำลังรอผลการเช็คอาการบาดเจ็บแบบล่าสุด ล่าสุด ล่าสุดจริงๆ เนื่องจากเบื้องต้นอาการเจ็บอาจไม่ได้หนักหนามาก แต่ที่แน่ๆเขาไม่พร้อมลงซ้อมใดๆเลยในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่แน่อาจมีลุ้นเล็กๆ ต้องอัพเดทกันจนวินาทีสุดท้ายในสถานการณ์ที่เราไม่มีตัวเลือกมากนัก

บางการรายงานระบุว่า หากดาร์วินไม่สามารถลงเล่นได้จริง เจอร์เก็น คลอปป์จำเป็นจะต้องส่งโคดี้ กักโปลงเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน และจับอเล็ก ออคเหลด เชมเบอร์เลน ไปยืนเป็นฝั่งซ้ายสลับตำแหน่งกัน

3.  ตำนานแบล็กเบิร์นฟันธงสกอร์เกมเสาร์นี้

คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าคนสำคัญผู้เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแบล็กเบิร์นออกมาฟันธงผลการแข่งขันของทีมเราที่จะเจอกับไบร์ทตันว่าจะจบด้วยการเสมอ 2-2 ซึ่งปัจจุบันตำนานดังกล่าวเป็นคอลัมนิสให้กับทางง BBC ได้ให้รายละเอียดว่า “ลิเวอร์พูลยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเท่าที่ควร ทั้งในแง่ฟอร์มการเล่น การเคลื่อนที่ การจัดแผนการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจริงๆพวกเขาต้องค่อยๆแก้ไข แต่ยังไม่ทันจะดีขึ้น ปัญหาใหม่ก็มาพวกเขาเพิ่งจะเสียกำลังหลักในการทำเกมรุกของทีมอย่างนูเญซ ซึ่งผมบอกได้เลยว่าตัวนี้ ตัวสร้างโอกาสเลยถ้าคมๆหน่อยคงกดได้เกมละ 5 ประตู ซ้ำร้ายยังเสียปราการเหล็กอย่าง VVD ไปอีก”

“อีกทั้งเกมนี้ ผมบอกเลยว่า คนที่ลิเวอร์พูลต้องระวัง เลยคือ เลอันโดร ทรอสซาร์ด เรียกว่าคนนี้มือขึ้นกับลิเวอร์พูลมากๆ เจอกันล่าสุดกระหน่ำซะอิ่มไป 3 เม็ด เรียกว่าเป็นฝันร้ายที่แอนฟิลด์กันไปเลย”

4. อาการบาดเจ็บ เฟอร์มิโน่

คล็อปป์ออกมายืนยันแล้วว่า บ็อบบี้ หายไม่ทันมีชื่อลงเล่นเกมกับไบร์ทตันแน่นอน โดยตอนแรกอาการของบ็อบบี้ถูกประมาณการว่าจะพักซักประมาณ 10 กว่าวัน หรือ 2 สัปดาห์ แต่จากผลการกายภาพและตรวจร่างกายล่าสุดพบว่าบ็อบบี้ยังมีอาการเสียวซ่านที่บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ ดังนั้น เจ้าตัวจึงจำเป็นต้องพักเพิ่มจากกำหนดการเดิม ซึ่งคล็อปป์เองก็ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า “ผมก็ไม่รู้เลว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร แต่ที่แน่ๆสภาพเขาไม่ใกล้เคียงกับการได้รับอนุญาตให้ลงซ้อมเต็มเซสชั่นเลย”

5. นักเตะมาดริดที่อาจพลาดเกมกับลิเวอร์พูล

เรามีกำหนดการเล่นเกมล้างแค้น UCL รอบ 2 กับ เรอัล มาดริด ในนัดแรกที่แอนฟิลด์ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งล่าสุดมาดริดมีผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มและกำหนดการคืนสนามอาจไม่ทันเกมที่เจอกับเรา คือ ลูคัส บาซเกซ ซึ่งข้อเท้าพลิกในเกมบอลถ้วย ซุปเปอร์คัพ ซึ่งกุนซืออย่างพี่แจ้ อันเช่ ออกมาคอนเฟิร์มว่าบาดเจ็บค่อนข้างร้ายแรง นอกจากรายชื่อดังล่าวช่วงนี้มาดริดก็มีผู้เล่นที่บาดเจ็บเพิ่มเติมอย่าง คามาวินก้า และ มิลิเตา ก็ต้องมาลุ้นกันกับถ้วยใหญ่ที่เรายังมีความหวังอยู่อะไรก็เกิดขึ้นได้

(สุดท้ายภาพด้านล่างนี้คือ นัดชิงกับมาดริดปีที่แล้วที่ลิเวอร์พูลไปไม่ถึงฝั่งฝัน เจอร์เก็น คลอปป์สั่งให้ลูกทีมของเขาเฝ้ามองดูความสำเร็จของคู่แค้นที่ตนไม่เคยเาอชนะได้ ตลอดเวลาที่เขาคุมลิเวอร์พูล ว่ากันว่ามันคือการสุมไฟแค้นวิธีหนึ่ง)

วิชามาร