13 บทสรุป ลิเวอร์พูลสุดกู่ เสมอวูล์ฟ 2-2 เอฟเอคัพ

1. เวลาตี3 ตามเวลาประเทศไทย ลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์ รับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในรายการเอฟเอคัพรอบ 3 แชมป์เก่าต้องการชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจ ศรัทธา และพิสูจน์ให้ชาวโลกเห็นว่า กองกลางของเราน่ะ สวดยอดที่สุดแล้ว

2. วูล์ฟ ขาดตัวหลักหลายคนทำให้กุนซือ โลเปเตกี ต้องจัดชุดผสมในแผน 4-4-2 ใช้ผู้รักษาประตูสำรอง มาร์ติย่า ซาร์คิช คู่เซ็นเตอร์แบ็คก็ผสมสำรอง โตตี้ ยืนคู่ นาธาน คอลลินส์ ฟูลแบ็คใช้ทีมบี จอนนี่ และ เลมบิกิซ่า ที่พูดมารู้จักสักคนมั้ย กองกลางใช้ รูเบน เนเวส ยืนคู่ โจเซฟ ฮอดจ์ ปีกซ้าย-ขวาใช้ อดามา ตราโอเร่ และ รายาน เอท-นูรี โดยมี กอนซาโล เกเดส และ ราอูล ฆิเมเนส ยืนหน้าคู่

ฝั่งลิเวอร์พูล เยอร์เก็น คล็อปป์ จัดทีมที่ “ดีที่สุดลงสนาม” ในสูตรเดิม 4-3-3 โกลเป็น อาลีซง เบ็คเกอร์ แผงกองหลังเปลี่ยนแค่ อิบราฮิมา โกนาเต้ ลงสนามแทน เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ร่วมด้วย โจเอล มาทิป, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ กองกลางใช้ชุดดรีมทีม ฟาบินโญ่-ติอาโก้-เฮนเดอร์สัน สนับสนุนแผงกองหน้า นำโดย ดาร์วิน นูนเยซ, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และปีกซ้ายคนใหม่ โคดี้ กัคโป

เรียกได้ว่า จัดหงส์แดงชุดใหญ่กะสยบหมาป่าน้อยให้จบ ๆ ไป

3. ลิเวอร์พูลเปิดเกมได้ดุดันเหมือนเคย หวังทำประตูขึ้นนำก่อน เมื่อได้เห็น ซาร์คิช โกลสำรองของหมาป่า เอะอะก็เตะออก ลิเวอร์พูลคุมเกมในแดนกลางของวูล์ฟได้หมด จนกระทั่งนาทีที่ 5 เท่านั้น กัคโปเอาเว้ย สัมผัสแรกก็เอาเรื่องทันที โมซาลาห์จ่ายบอลให้ โคดี้ กัคโป พลิกบอลเข้าเท้าซ้ายอย่างสวย แต่ซัดเบาเกินไป ซาร์คิชเซฟลูกเรียดสบายมือ

4. รุกเข้าใส่ 10 นาทีก็แล้ว 20 นาทีก็แล้ว ทำอะไรเขาไม่ได้ ก็เข้าสูตรเดิมคือสูตรเตี๋ยว โดนหมาป่าลำพอง ที่มีเกมรุกแย่สุดในพรีเมียร์ลีก (11 ประตู) ซัดประตูขึ้นนำ!

เริ่มจาก ติอาโก้ จ่ายบอลเสียหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะตามสกัดบอลกลับไปให้ อาลีซง เบ็คเกอร์ โชว์วิสัยทัศน์มองยาวแล้วเปิดเกมสวนกลับ ตู้ม บอลติดขา เกเดส แล้วติดหนึบอย่างกะติดกาวสองหน้า บอลเด้งลงตรงหน้า เกเดสสวนเข้าประตูไปโล่ง ๆ ลิเวอร์พูลโดนขึ้นนำ 1-0 อีกแล้วว่ะแก และนี่คือประตูที่ 2 ในฤดูกาลนี้ของ กอนซาโล เกเดส คล็อปป์นี่ปั้นกองหน้าเก่งจริง ๆ แต่นี่มันกองหน้าฝั่งตรงข้ามนะเฮ้ย!

5. ตลอดครึ่งแรก เจ้าบ้านไม่สามารถเอาบอลไปให้ดาร์วินได้เลย กัคโปก็ยังเล่นแบบดูเชิง ไม่กล้าทะลุทะลวงมากนัก โมซาลาห์ที่อยู่ริมเส้น ไกลประตูเกินไปก็ทำอะไรไม่ค่อยได้ ทำให้ ดาร์วิน ต้องขยับออกไปรับบอลฝั่งขวาเพื่อหาพื้นที่เอาเอง แต่เมื่อ ดาร์วิน ไม่ได้อยู่หน้าประตู ก็ไม่มีใครดีพอจะจบสกอร์ได้

6. รูเบน เนเวส เล่นดีเหลือเกิน แม้ไม่มีความเร็ว แต่แข็งแกร่ง และอยู่ถูกที่ถูกเวลาตลอด แฟนบอลได้ยินชื่อเนเวสบ่อยมาก “ติดเนเวสครับ ติดเนเวสครับ” นี่กองกลางหรือสี่แยกนราธิวาส ติดจริงติดจัง

7. ก่อนหมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูลเอาคืนจนได้ เริ่มจากแอนดี้ โรเบิร์ตสัน ทุ่มบอลแล้วกลางของวูล์ฟเคลียร์บอลไม่ขาด เทรนต์ ได้บอลโล่ง ๆ กลางสนาม ลากขึ้นหน้าแล้วเมื่อมองไปข้างหน้าเห็น ดาร์วิน ดีดตัวไปทางฝั่งซ้าย May I assist you? เทรนต์กดท่าอัลติเมททันที วางบอลยาวข้ามฝูงหมาป่าไปตกจุดที่มีแต่ ดาร์วิน เท่านั้นที่วิ่งทัน กองหน้าอุรุกวัยล็อกข้อเท้าซ้าย แปบอลแบบไม่จับย้อนทางเข้าเสาสอง ไม่ถากและไม่ชนเสา พุ่งเข้าตาข่ายไปเลย

8. นี่คือประตูที่ 10 ของดาร์วิน จากการลงเล่นให้ลิเวอร์พูล 23 เกมในทุกรายการ ทำให้เขาได้สถิติทำประตูเร็วที่สุดเหนือ หลุยซ์ ซัวเรส และ ซาดิโอ มาเน่ เคยทำไว้ 9 ประตูจากจำนวนเกมที่เท่ากัน ซึ่งต้องบอกว่า เป็นการปิดสกอร์ที่ต้องเป็นกองหน้าตัวท็อปเท่านั้นที่จะทำได้ บอลเปิดมาโด่งขนาดนั้น เป็นเรื่องยากมากที่จะคุมทิศทางด้วยเท้าข้างที่ไม่ถนัด อย่าคมเกมเดียวนะเฮ้ย

9. เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูขึ้น เริ่มจาก โคดี้ กัคโป ไปบอลริมเส้นฝั่งซ้าย เลี้ยงตัดเข้าในก่อนเลือกวางบอลไปให้ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งความจริงแล้วต้องโดนจับล้ำหน้า แต่กองหลังวูล์ฟ โตตี้ โกเมส ไม่ได้เช็คไลน์ล้ำหน้า กระโดดโขกบอลแล้วดันคุมทิศทางไม่ได้ บอลตกย้อนหลังให้ โมซาลาห์ มีเวลาแต่งบอลก่อนหมุนตัวซัดด้วยซ้าย ซาร์คิช ไม่ได้ขยับเซฟเลย วีเออาร์ตัดสินให้เป็นประตู

10. นาทีที่ 55 ลิเวอร์พูลเกือบปิดกล่องได้ เทรนต์ เปิดลูกเตะมุม ดาร์วิน นูนเญซ โฉบโหม่งได้เกือบดีแล้ว แต่ควบคุมทิศทางไม่ได้ ข้ามคานออกไป

หลังจากพลาดโอกาสปิดสกอร์นั้น วูล์ฟก็ตั้งสติแล้วกลับมาแพ็คเกมแน่น โอกาสเข้าทำของลิเวอร์พูลก็น้อยลงจนกระทั่งสองแนวรุกตัวจริงโดนเปลี่ยนออก เหลือเพียง ดาร์วิน ยืนค้ำหน้า ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ เป็นอันว่าจบพาร์ทของการทำประตู สรุปผลงานได้ว่า

โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เป็นอีกอีกเกมที่เขาต้องยืนริมเส้นแล้วทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั้นหมดสภาพไปแล้ว กลยุทธ์สามเหลี่ยมทองคำฝั่งขวาอันลือลั่นในอดีต มันคงไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ตราบเท่าที่กองกลางยังเป็น เฮนเดอร์สัน หรือ เอลเลียต

โคดี้ กัคโป เป็นขั้วตรงข้ามของ ดาร์วิน นูนเญซ อย่างชัดเจน ฟุตบอลของเขาเต็มไปด้วยความประณีต แต่ขาดความบู๊ระห่ำบ้าคลั่งซัดออกไม่เกรงใจใคร วันนี้ไม่ใช่การเปิดตัวที่สวยงามของ กัคโป เท่าไรนัก แต่ก็ใจร้ายเกินไปที่จะใช้คำว่าของปลอม เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่เลี้ยงบอลติดเท้า แย่งบอลยาก เอาตัวรอดเก่ง และมีวิสัยทัศน์ในการเลือกจ่ายหรือซัดเอง

ดาร์วิน นูนเญซ ใครจะด่าจะว่าจะแซวหรือทำมีมอย่างไร ลิเวอร์พูลชุดนี้หากขาด ดาร์วิน ไปแล้วจะเหลืออะไร ถามจริง? แกก็พยายามทำทุกอย่างแล้ว ทั้งในส่วนของวิ่งหาพื้นที่ฉบับกองหน้าตัวจบสกอร์ วิ่งลงมาพักบอล เชื่อมเกม และออกริมเส้นไปสร้างโอกาสให้เพื่อน ชัดเจนว่า ดอกไม้บานช้าดอกนี้… กำลังแย้ม

โดยรวมแล้ว กองหน้าทั้ง 3 คนล้วนมีส่วนต่อการได้ประตูในวันนี้ เพียงแต่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเอาให้ชัดว่าจะให้ โคดี้ กัคโป ยืนตรงจุดไหน เพราะแท็กติกในวันนี้ ที่พยายามให้กัคโปวิ่งเข้าด้านใน ไม่ได้ส่งเสริมความเป็นดาวซัลโวและดาวแอสซิสต์ของกองหน้าเนเธอร์แลนด์เลย

11. งานของแนวรุกจบที่ 2 ประตู แต่แนวรับไม่ยอมจบ! โดนวูล์ฟซัดเข้าตาข่ายถึง 3 ประตู อาลีซงที่ขอลงก่อนเคลเลเฮอร์ ก็ทำให้แฟนบอลร้องเฮ้อ! โกนาเต้ ทำพลาดจนเสียประตูติดกันเกมที่ 2 แล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเอาชนะน้องได้เลยในศึกฟุตบอลโลกที่กาต้าร์ ฟาบินโญ่ในวัย 26 ปีกลับเข็นฟอร์มไม่ขึ้นดั่งพญาเต่าคลานขึ้นภูเขา ทั้ง ๆ ที่กลางรับเชิงสูงอย่าง คาเซมิโร่ และ รูเบน เนเวส ต่างไม่ได้มีความเร็วดุจกัน แต่กลับเป็นคีย์แมนในการสกัดกั้นเกมรุก

12. ลิเวอร์พูลน่าโดนประตูที่ 3 ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย ติอาโก้ สกัดบอลไปเข้าทาง ฮี-ชาน แปลบอลสวนไปหน้าปากประตู โตตี้ ไขว้เข้าประตู ทว่า หลังใช้เวลาสักพัก ผู้ตัดสินก็ริบประตูคืน ท่ามกลางความงงทั้งหน้าประตูและหน้าจอ เพราะภาพช้าจากวีเออาร์นั้น ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจเลยว่าเหตุใด ฮี-ชาน ถึงโดนจับล้ำหน้า
มีการเปิดเผยในภายหลังว่า ฮี-ชาน ไม่ใช่คนล้ำหน้า เป็น มาเตอุส นูนเนส ต่างหากที่ล้ำหน้า ในจังหวะที่วิ่งกลับจากการเตะมุมไปรับบอล แต่ใช่วีเออาร์ช่วยตัดสินไม่ได้ เนื่องจากกล้องแพนไปไม่ถึง

13. จบเกมด้วยผลเสมอ 2-2 ทำให้ลูกทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ต้องเหนื่อยกว่าเดิม เพราะต้องมีเกมเพิ่มในการเยือนสนามของวูล์ฟในแมตช์รีเพลย์ ข้อดีคือ กัคโป และ เบน โด๊ก จะได้มีแมตช์เพื่อปรับตัวเพิ่มขึ้น ข้อเสียคือ เหนื่อย! เหนื่อยกับการนั่งดูฟอร์มแนวรับโหว่กลาง

แนวรับเรามีรู แล้วเมื่อไรทีมตรูจะมีตัง ซัดใครไม่ได้ ลองมาซัดทีมเราม้า อะมาสิมา ลั้ลลาลัลลา

JB เลิฟหงส์แดง