สรุป 6 ข่าวหงส์ : อัพเดทดีลเอ็นโซ่-สเวน, หงส์แดงกำลังต้องการกลางขวา

1. ย้ายฝั่งซะงั้น เมื่อตอนต้นฤดูกาล ดร. จิม ม็อกซอน ได้อำลาตำแหน่งเพื่อไปรับความท้าทายใหม่ ทำให้นับตั้งแต่นั้นมา ลิเวอร์พูล ไม่มีแพทย์สโมสร ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการสัมภาษณ์แคนดิเดต

ทว่า รายงานที่ออกมาเมื่อวานก็ทำให้แฟนบอลตกใจไม่น้อย ดร.ม็อกซอน กำลังจะเข้ารับตำแหน่งนายแพทย์ (ชั่วคราว) ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทนที่นายแพทย์สตีฟ แม็คนอลลี ที่ทำงานกับสโมสรแมนยูไนเต็ดมายาวนานถึง 16 ปี

ดร. ม็อกซอน เคยมีช่วยเหลือ ฮาร์วี่ เอลเลียต เอาไว้ในตอนที่ข้อเท้าหลุด ร่วมกันกับนักกายภาพบำบัด คริส มอร์แกน พวกเขาใช้เวลาเพียง 7 วินาทีเข้าถึงตัวเอลเลียต และ 20 วินาที ในการขยับกระดูกข้อเท้าให้เข้าที่ ช่วยให้น้องกลับมาเล่นฟุตบอลได้ในปัจจุบัน

2. ไม่อุ่นใจก็กลับบ้านนะ 6 เดือนที่แล้ว ลิเวอร์พูลได้เสียแมวมองชาวเยอรมันที่ทำงานกับสโมสรมาถึง 5 ปีไปให้สโมสรเชลซี สเวน ดโวราเช็ค ย้ายไปรับตำแหน่งหัวหน้าทีมแมวมองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ท็อด โบห์ลี่ ร่วมกันกับ แกรเฮม พอตเตอร์ เชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลวิเคราะห์มากกว่า จึงได้ทำการปลดทีมแมวมองออกทั้งหมด และหันไปใช้โมเดลเดียวกับสโมสรไบร์ทตัน ในการเฟ้นหาผู้เล่นศักยภาพสูง
นั่นทำให้ สเวน ไม่เป็นที่ต้องการ ลิเวอร์พูลจึงตัดสินใจต้อนรับเขากลับมาทำงานอีกครั้ง สเวนมีความรู้และเครือข่ายของผู้เล่นยุโรปเป็นอย่างดี

3. ข่าวของสเวนคงไม่ค่อยเป็นที่น่าสนใจเท่าไร ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเชลซี ที่ดูเหมือนว่าจะมีผู้เล่นเป้าหมายเดียวกับลิเวอร์พูลตลอด

ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูลมีความสนใจใน เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ อย่างมาก รายงานบอกว่าสโมสรพร้อมอัดค่าฉีกสัญญา และเอ็นโซก็อยากย้ายมาลิเวอร์พูล ทว่า ทุกอย่างก็จบลงเมื่อเชลซีก้าวเข้ามา แล้วบอกว่าค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโรน้อยไป นายเอาไป 130 ล้านเลย ลิเวอร์พูลไม่ตามเกมจึงได้ทำการถอนตัวจากดีลนี้ทันที เอ็นโซ๋รู้เช่นนั้น จึงเตรียมตัวย้ายไปเชลซี ตกลงสัญญากันเรียบร้อย

ทว่า รุย คอสต้า ผู้บริหารของเบนฟิก้า ได้ออกมาอัดเชลซีว่าตระบัดสัตย์ จากการที่พวกเขากลับคำ ขอลดค่าตัวก้อนแรกจนไม่ถึงร้อยล้านยูโร และยังขอผ่อนด้วย ทางเบนฟิก้าบอกว่า ไม่ให้โว้ย แกทำให้จิตใจของเอ็นโซ่ปั่นป่วนจนไม่เป็นอันซ้อม แล้วตอนนี้มาเล่นลิ้น ถ้าอยากได้ก็เอามา 120 ล้านยูโร ไม่มีผ่อน ดีล เอ็นโซ่ ย้ายไปสวมเสื้อสีน้ำเงินครามจึงล่มทันที

ส่งผลให้ในตอนนี้ ไม่มีสโมสรใดขอยื่นซื้อ เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดส จากเบนฟิก้า ในขณะที่เจ้าตัว ใจว้าวุ่นอยากย้ายไปสโมสรใหญ่แล้ว เหตุการณ์นี้คล้าย ๆ กับปี 2018 ที่โรม่าโขกค่าตัวของ อาลีซง เบ็คเกอร์ สูงถึง 90 ล้านยูโร ลิเวอร์พูลออกข่าวว่า ไม่มีความสนใจ ในทันที ตอนนั้นเรอัล มาดริดเป็นตัวเต็ง ก็ถอนตัวแล้วไปคว้า ธิร์โบต์ กูร์ตัว เฝ้าเสาแทน

เชื่อได้เลยว่า ลิเวอร์พูลกำลังจับตามอง เอ็นโซ่ อยู่เงียบ ๆ เนื่องจากตัวของจู๊ด เบลลิ่งแฮม นั้น เริ่มเอนเอียงไปทางเรอัล มาดริดมากกว่า หากว่าในช่วงซัมเมอร์ จู๊ด เลือกย้ายไปสโมสรอื่น และค่าตัวของเอ็นโซ่กลับมาอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผล และทำผลงานระดับสโมสรได้ดีต่อเนื่อง ลิเวอร์พูลก็อาจจะได้ใช้งบก้อนใหญ่ เพื่อคว้าตัวมิดฟิลด์ดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลกกาต้าร์มาร่วมทัพก็เป็นได้

4. เรื่องของลิเวอร์พูลกับเชลซียังไม่จบ ก่อนหน้านี้พวกเขาได้พยายามจะขโมย โคกี้ กัคโป ในนาทีสุดท้ายแต่ไม่สำเร็จ หลังจากที่ดีล เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดส ไม่สำเร็จ ตอนนี้รายงานว่า แกรแฮม พอตเตอร์ ได้หวนกลับไปสนใจคว้าผู้เล่น ที่เป็นเป้าหมายของลิเวอร์พูลเช่นกัน

ลิเวอร์พูลได้เจรจากับไบร์ทตันในตัว มอยเซส ไกเซโด้ กองกลางตัวรับคีย์แมนของทีม มาตั้งแต่ก่อนบอลโลก ซึ่งเขาก็โชว์ผลงานกับทีมชาติ เอกวาดอร์ ได้โดดเด่นมากและมากขึ้นเรื่อย ๆ กับต้นสังกัดในพรีเมียร์ลีก ทำให้ไบร์ทตันตั้งค่าตัวไว้ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านปอนด์ และอาจสูงถึง 70 ล้านปอนด์

ฝั่งเชลซีเมื่อพลาดได้ตัวกองกลางอาร์เจนติน่า แน่นอนว่า พอตเตอร์ ต้องกลับไปยื่นข้อเสนอขอซื้อลูกน้องเก่าของเขา จึงเป็นที่น่าสนใจว่า เมื่อมีสโมสรอื่นขยับตัว ลิเวอร์พูลจะขยับตามหรือไม่ เพราะมีรายงานว่ามีดีลลับ ไบร์ทตันจะพิจารณาข้อเสนอจากลิเวอร์พูลก่อนสโมสรอื่น หากได้รับข้อเสนอเดียวกัน

บอกเลยว่า ไกเซโด้ จะช่วยลิเวอร์พูลได้ในทั้งระยะสั้นและระยะยาว อาจจะไม่แพ้ จู๊ด เบลลิ่งแฮม หรือ เอ็นโซ ด้วยซ้ำ เพราะลิเวอร์พูลกำลังขาดมิดฟิลด์แข็งแกร่งและดุดันไม่เกรงใจใคร

5. แผนอาจเปลี่ยน กองกลางฝั่งขวา คือตำแหน่งที่ลิเวอร์พูลต้องการมากที่สุด ทว่า ในตอนนี้ หัวเรืออาจต้องเปลี่ยนทิศ เมื่อฟาน ไดก์ ได้รับบาดเจ็บ

เฟอร์กิล ฟาน ไดก์ ลงสนามเพียง 45 นาทีในเกมที่พ่ายเบรนท์ฟอร์ด ก่อนที่จะได้รับการเปิดเผยหลังเกมว่ามีอาการเจ็บบริเวณแฮมสตริง ข่าวร้ายกว่านั้นคือเป็นอาการที่ค่อนข้างน่าซีเรียส อาจต้องพักทั้งเดือน ยังไม่รู้ว่าจะทันลงสนามกับ เรอัล มาดริด หรือไม่ และนั่นทำให้เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องไปเสริมกองหลังแทน

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูลเหลือเซ็นเตอร์แบ็คอยู่ 4 คน มีเพียง โจ โกเมซ และ แนต ฟิลลิปส์ ที่ยังไม่เคยมีอาการบาดเจ็บในซีซั่นนี้ แต่ก็อย่างที่รู้กัน ทั้งคู่ยังดีไม่พอสำหรับการพาลิเวอร์พูลคว้าท็อปโฟร์ หาก อิบราฮมา โกนาเต้ หรือ โจเอล มาทิป บาดเจ็บขึ้นมาเมื่อไร ผลงานทีมพังแน่ ๆ

มีรายงานจากนาโปลีบอกว่าลิเวอร์พูลกำลังติดต่อสโมสรนาโปลี ขอยืม คิม มิน-แจ ปราการหลังทีมชาติเกาหลีใต้วัย 26 ปี มาอุดรอยรั่วของทีม แฟนลิเวอร์พูลคงจำได้ดีว่าหมอนี่ตามติด ซาลาห์ หยั่งกะเหาฉลาม ว่าแต่ นาโปลี จะยอมปล่อยกองหลังตัวหลักมากลางฤดูกาลเหรอ

6. ท้ายสุด ปัญหาใหญ่ที่อาจทำให้ลิเวอร์พูลเสริมทัพเดือนมกราคมไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องเงิน
ลิเวอร์พูลเปิดตัว โคดี้ กัคโป ไปแล้ว เขาจะเป็นกำลังสำคัญในทุกรายการ เอฟเอคัพ พรีเมียร์ลีก รวมถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างแน่นอน นั่นทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเลือกถอดผู้เล่นต่างชาติออกจากทีมถึง 2 คน เนื่องจากโควตา นัน-โฮมโกรน เต็ม

หนึ่งในนั้นคาดว่าจะเป็น อาร์ตูร์ เมโล่ มิดฟิลด์เชิงอาภัพ ที่ไม่สามารถสลัดอาการบาดเจ็บได้ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมแบบยืมตัว จนทำให้เขาหมดอนาคตกับลิเวอร์พูลไปแล้วตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นตัวจริง ลิเวอร์พูลจะไม่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวมาจากยูเวนตุสแน่นอน

และยังเหลือผู้เล่นอีกรายหนึ่งที่จะต้องโดนตัดชื่อเพื่อเคลียร์ทางให้ กัคโป ซึ่งอาจจะเป็นไปได้หมดทั้ง หลุยซ์ ดิอาซ, นาบี เกอิต้า, หรือ สเตฟาน บายเซติช

และหากว่าลิเวอร์พูลซื้อผู้เล่นเข้ามาใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ไกเซโด้, เอ็นโซ่, คิม-มินแจ หรือใครก็ตามที่เป็นข่าวว่าพร้อมย้ายทีม ก็ล้วนแต่อยู่ในโควต้าผู้เล่นต่างสัญญาติทั้งนั้น ยิ่งจะทำให้ คล็อปป์ บริหารจัดการยากขึ้นไปอีก

ความหวังในการได้ผู้เล่นคนใหม่มาเสริมทัพในเดือนนี้ จึงแทบจะปิดตัวลงอย่างไม่เป็นทางการ อนิจจา

JB รายงาน