แดงเดือดซื้อ-ขาย : สรุปข่าวศึกชิงตัวเบลลิงแฮมระหว่างลิเวอร์พูล VS แมนยูไนเต็ด

ในรอบเกือบทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่ปีศาจแดงไม่สามารถคว้าแชมป์ยิ่งใหญ่ใดๆ เข้าสู่ทีมของตน หงส์แดงกลับคว้าทุกถ้วยเมเจอร์ที่มี เขียนบันทึกลงหน้าประวัติศาสตร์ประหนึ่งตำนานบทหนึ่ง แม้กระนั้นก็ยังมีบางสิ่งที่หงส์แดงไม่สามารถเทียบเคียงแมนยูไนเต็ดได้ … นั่นคือ เงินถุงเงินถังสำหรับการซื้อขาย (และอย่าลืมนับแชมป์หญ้าสวย + ถ้วย AIS เดอะแมทซ์บางกอกคัพด้วยนะครับ)

มีคำกล่าวว่า หากแมนยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูลแข่งกันซื้อนักเตะจริง มันจะเป็นศึกที่ปะทะกันระหว่าง เงินและอุดมการณ์ แมนยูมีเงินมหาศาล ตระกูลเกอเซอร์เจ้าของแมนยูไนเต็ดคือ หนึ่งในสิบเจ้าของทีมที่รวยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ส่วนลิเวอร์พูลไม่ติดในสิบอันดับแรก นอกจากนั้นแล้วนโยบายการซื้อนักเตะของพวกเขาก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว

แมนยูไนเต็ดเชื่อว่าเงินคือปัจจัยสำคัญในการพาทีมสู่ความสำเร็จ ดังนั้นเราจึงเห็นพวกเขาพาโรนัลโดกลับมาสู่ทีม ซื้อนักเตะสตาร์มากมาย ในขณะที่นโยบายของลิเวอร์พูลไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาจะสร้างสตาร์ขึ้นมาด้วยตัวเองแทนการควานหาจากตลาดนักเตะ หรือสรุปสั้นๆ ในภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจอย่างง่ายดาย ลิเวอร์พูลเหมือนวัยรุ่นสร้างตัวมากกว่า

นั่นคือสถานการณ์ที่เราควรเข้าใจเบื้องต้นก่อนอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ เพราะนี้คือศึกแดงเดือดที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดนักเตะ มันบ้าคลั่งพอๆ กับน่าติดตาม ลิเวอร์พูลปะทะแมนยู พวกเขาต่างก็ต้องการคว้าเบลลิงแฮมเข้ามาสู่ทีมของตน

เริ่มเลอ!

อันดับแรก เจอร์เก็น คลอปป์มีทุกอย่างที่จะคว้าเบลลิงแฮมมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนส์ ทั้งชื่อเสียงของตัวเขาเองที่ทำให้นักเตะอยากรับใช้ ทั้งคอนเนคชั่นที่เขามีกับดอร์ทมุนส์ และสุดท้ายว่ากันว่า เฮนรี่ได้อนุมัติงบประมาณสำหรับซื้อกองกลางให้เจเคเอาไว้แล้วเช่นกัน

ปัจจัยทั้งหมดนี้ มันมากพอที่จะทำให้คลอปป์คว้าเบลลิงแฮมมาสู่ลิเวอร์พูลได้ มีเพียงเหตุผลเพียงข้อเดียวเท่านั้นที่ทำให้มันไม่เกิดขึ้นนั่นก็คือ … แมนเชสเตอร์ซิตี้!

เรือใบสีฟ้าคว้าฮาแลนด์ไปจากดอร์ทมุนส์ก่อนแล้ว และเสือเหลืองไม่พร้อมเสียสตาร์สองคนพร้อมกันในฤดูกาลเดียว นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ค่าฉีกสัญญาของเบลลิงแฮมทะยานขึ้นไปสูงถึง 100 ล้านยูโร (ความตอนนี้วิเคราะห์กันครับว่า เมื่อถึงเวลาขายจริงๆ ดอร์ทมุนส์จะไม่ขายราคานี้แน่นอน แต่ถ้าเบลลิงแฮมยังกดประตูต่อเนื่องในทีมชาติไปเรื่อยๆ ก็ไม่แน่ครับ)

ประเด็นทั้งหมดอยู่ตรงนี้ครับคุณผู้อ่าน เพราะว่าระยะหลังมานี้ ทีมสเกาท์ของลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จในวงการซื้อขาย พอทีมซื้อขายอื่นรู้ว่า ลิเวอร์พูลให้ความสนใจในตัวเบลลิงแฮมจริง อ้างอิงจากรายงานของ TheAthletic ระบุว่า ปัจจุบันมีทั้ง เชลซี เรอัลมาดริด แมนซิตี้และแมนยูไนเต็ดที่ให้ความสนใจตัวเบลลิงแฮม! แต่สองทีมที่มีโอกาสคว้าตัวเบลลิงแฮมมากที่สุดก็ยังเป็นลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอยู่ดี

แต่ศึกแดงเดือดนอกจอไม่ได้เริ่มต้นนับแต่นั้นหรอกครับ มันต้องย้อนกลับไปเกือบสิบปีก่อนต่างหาก

เวลานั้นเบลลิงแฮมลงเล่นให้ เบอมิงแฮม ในฐานะนักนักเตะรุ่นไม่เกิน 11 ปี ตอนนั้นเขามีโอกาสมาที่เมอซีไซด์และเข้าร่วมกับ Kirkby Academy ว่ากันว่าเบลลิงแฮมตกหลุมรักลิเวอร์พูลนับแต่เวลานั้น ทีมสตาฟของลิเวอร์พูลทุกคนชื่นชมในตัวเขาเช่นกัน ไม่ใช่ในทักษะฝีมือนะ แต่เป็นทัศนคติและหัวจิตหัวใจของเขาต่างหาก

กระทั่งตอนเบลลิงแฮมอายุ 12 ทีมสเกาท์ของแมนยูไนเต็ดก็ติดต่อเข้าไป รายงานจาก TheAthletic ระบุว่าทีมสเกาท์ของแมนยูส่งเรื่องรายงานไปสู่ฝ่ายบริหารระดับชั้นที่ใหญ่กว่า ว่าพวกคุณต้องเซ็นนักเตะคนนี้เข้าสู่ทีมอย่างเร็วที่สุด ทีมสเกาท์จากแมนยูไม่เคยยอมแพ้เรื่องเบลลิงแฮมเลย มีตัวเลขสถิติที่ยืนยันได้ว่า พวกเขาตามดูเบลลิงแฮมนับแต่อายุ 12 จนถึงปัจจุบันก็ 46 ครั้งเข้าไปแล้ว ทุกครั้งพวกเขาส่งข้อความฉบับเดิมกลับไปสู่หัวหน้า ท้ายที่สุดการเจรจาก็เกิดขึ้น

ตามการรายงานของ TheAthletic แมนยูไนเต็ดเคยพูดคุยกับการซื้อเบลลิงแฮมหลายต่อหลายครั้งมาก ก่อนที่นักเตะจะย้ายเข้าดอร์ทมุนส์ก็ครั้งหนึ่ง แม้แต่ในวัยเยาว์เซอร์อเล็ก เฟอร์กุสันเองก็เป็นคนพูดคุยกับพ่อแม่พวกเขาด้วยตัวเอง นั่นทำให้พ่อกับแม่ของจู้ดตกหลุมรักแมนยูไนเต็ดหมดใจ …​แต่เรื่องหักมุมในนิยายฉบับนี้ก็คือ เบลลิงแฮมรักลิเวอร์พูลไปแล้ว และเขาไม่สามารถเปลี่ยนใจไปจากนักเตะในดวงใจอย่างสตีเวน เจอร์ราดได้

ถ้านี่เป็นละครไทย การคลุมถุงชนก็คงเกิดขึ้น แมนยูไนเต็ดจะเดินเกมต่อด้วยการเข้าหาผู้ใหญ่ แล้วลิเวอร์พูลล่ะ ?

แผนการของลิเวอร์พูลเกิดขึ้นอย่างแยบยลกว่า เบลลิงแฮมชื่นชมสตีเวน เจอร์ราดในฐานะกัปตันลิเวอร์พูลผู้ภักดี และเขามองจอร์แดน เฮนเดอร์สันกัปตันลิเวอร์พูลผู้ชูถ้วยแชมป์อย่างชื่นชมเช่นกัน อายุของเขาไล่เรียงกับอเล็กซานเดอร์อาโนล ดังนั้นปัจจุบันเราจึงเห็นว่า อาโนลกับเบลลิงแฮมไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดในแคมป์ฝึกซ้อมทีมชาติบอลโลก

สรุปสั้นๆ

ทั้งแมนยูและลิเวอร์พูลต่างก็อยากได้ตัวเบลลิงแฮมเข้าทีมจริง แมนยูมีเงินมากกว่าและเข้าทางพ่อกับแม่ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็มีเงินเช่นกัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยงบประมาณได้(เจ็บปวด) และพยายามผูกเบลลิงแฮมเข้าทีมด้วยหัวใจมากกว่า เจอร์เก็น คลอปป์มีภาษีมากกว่าเพราะเจรจากับดอร์ทมุนได้อย่างง่ายดายจากคอนเนคชั่น แต่ … ทั้งหมดที่ลิเวอร์พูลมีอาจสู้เงินที่แมนยูไนเต็ดพร้อมให้ดอร์ทมุนไม่ได้

เขียนถึงตรงนี้มันทำให้ผมนึกถึงสุภาษิตสอนคนเรื่องความรักที่ระบุว่า ซื้อเขาด้วยเงินพอหมดเงินเขาก็ไป แต่ถ้าซื้อเขาด้วยใจ … หมดใจเขาก็ไปเหมือนกัน 555555555

END

เลิฟหงส์แดง นัดเดียวจอด