ประวัติฉบับย่อของควิวีน เคลเลเฮอร์ : นายประตูที่เริ่มต้นจากการเป็นดาวซัลโวมาก่อน

ควิวีนเป็นผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่อยู่ยาวกับทีมมาก่อนที่เยอร์เก้น คล็อปป์จะเก็บเก้าอี้ผ้าใบมาเริ่มงานกับสโมสร ปี 2015 ถูกดึงตัวมาจากสโมสรริงมาฮอนเรนเจอร์ส ตอนนั้นน้องเคลอายุ 17 ปี เพิ่งเล่นเป็นผู้รักษาประตูได้เพียง 3 ปี เขาไม่ได้เพิ่งเริ่มเล่นฟุตบอลหรอกนะ แต่ก่อนหน้านั้นเคลเลเฮอร์เล่นตำแหน่งศูนย์หน้ามาตลอด และเป็นดาวซัลโวที่ซัด 20-30 ลูกต่อปีด้วย

จุดเปลี่ยนของเคลเกิดขึ้นตอนเขาอายุ 14 ปี ผู้รักษาประตูมีอาการบาดเจ็บทั้งทีม คุณพ่อของเขาเสนอตัวลูกชายให้โค้ชลองจับไปแก้วิกฤติของทีม เอ็ดดี้ แฮริงตัน อดีตโค้ชไม่มีทางเลือก ตั้งแต่นั้นมา ควิวีนก็ไม่ได้กลับไปเป็นดาวซัลโวอีกเลย

ประสบการณ์ในการซัดประตูมากมายส่งให้เคลเลเฮอร์กลายเป็นผู้รักษาประตูเด็กที่อ่านจังหวะทำประตูเก่งที่สุดคนหนึ่ง และแล้ววันหนึ่ง ฝีมือของเขาก็เข้าตาแมวมองทีมระดับพรีเมียร์ลีก แอสตันวิลล่า แบล็คเบิร์น เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ควิวีนกล้าที่จะมาฝ่าฝันที่ลิเวอร์พูล ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นมีคู่แข่งอยู่ถึง 3 คน หนึ่งในนั้นคือ แดนนี่ วอร์ด ที่เคยเกือบได้ขึ้นมือหนึ่งแทนลอริส คาริอุส

และตั้งแต่คุณพ่อชาวเยอรมันได้พบหน้าเคลเลเฮอร์ เขาก็ไม่เคยยอมปล่อยมือลูกชายคนนี้ไปไหนเลย แดนนี่ วอร์ดกลับมาจากการยืมตัวก็ถูกปล่อยยืมต่อให้อะเบอร์ดีนใช้งาน เคลเลเฮอร์เจอคู่แข่งคนใหม่นั่นคือ กามิล กราบาร่า ย้ายมาจากโปแลนด์ สองคนนี้ถูกดันขึ้นซ้อมกับทีมชุดใหญ่พร้อมกัน เดินทางไปร่วมพรีซีซั่นกับรุ่นพี่ในปี 2018 อีกหนึ่งถัดมา กราบาร่าถูกปล่อยยืมตัว ในขณะที่เคลเลเฮอร์มีชื่อบนม้านั่งสำรองในเกมนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก และกลายเป็นนักฟุตบอลชาวไอริชคนแรกในรอบทศวรรษที่ได้คล้องเหรียญทองยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

เคลเลเฮอร์ลงสนามเปิดตัวครั้งแรกในศึกลีกคัพ (EFL Cup) ก็เก็บคลีนชีตทันที อาจกล่าวได้ว่า เคลเป็นเจ้าพ่อบอลถ้วยของทีมอีกคน นอกเหนือจากเกมที่เพิ่งเซฟจุดโทษไป ในปี 2019 เคลก็เคยช่วยให้ทีมเอาชนะอาร์เซนอลในเกมลีกคัพรอบสี่ ในการดวลเป้าตัดสิน เขาพุ่งถูกทาง 4 จาก 5 ลูก หนึ่งในนั้นการคือการพุ่งปัดลูกซัดของดานี่ เซบายอส พาทีมผ่านเข้ารอบต่อไป

ปีต่อมา ลิเวอร์พูลต้องลงแข่งยูซีแอลกับอาหยักซ์อัมสเตอร์ดัม อลิสซอนมีอาการบาดเจ็บ คล็อปป์ผู้บ้าระห่ำเรียกตัวเคลเลเฮอร์ที่เพิ่งโดนแมนเชสเตอร์ซิตี้ ยู23 ถล่มเละ 7 ประตูมาเป็นมือหนึ่งแทนที่มือสองอาเดรียน

“เราต้องการใช้เขาแก้การเพรสซิ่งของอาหยักซ์ ให้เขายกบอลไปพื้นที่ว่างที่เกิดขึ้นจากการเพรสซิ่ง ที่สุดแล้วมันคือเรื่องของการป้องกันประตู เขายืนตำแหน่งดีและป้องกันได้ยอดเยี่ยมอย่างน้อย 2 ครั้งในเกมนี้” คล็อปป์ให้สัมภาษณ์ถึงเจ้าลูกหมี หลังเกมที่ชนะยอดทีมจากเนเธอร์แลนด์ 1-0

เคลเลเฮอร์ถูกเลือกลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเป็นครั้งที่สาม ทีมเอาชนะวูล์ฟแฮมป์ตันไป 4-0 ทำให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูที่อายุน้อยที่สุดของสโมสรที่สามารถเก็บคลีนชีตได้ในการออกสตาร์ทเกมพรีเมียร์ลีกเกมแรก ผู้รักษาประตูวัย 22 ปีถูกดันขึ้นเป็นมือสองถาวรนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ด้วยความที่เคยเล่นเป็นศูนย์หน้า เหมือนกับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ทำให้เคลเลเฮอร์มีทักษะการใช้เท้าและการวางบอลแบบประทับใจบอส จนแฟนบอลชาวไทยพร้อมใจกันตั้งฉายาให้ว่า “ลูกหมี” ในฐานะที่ได้ฝึกซ้อมเคียงข้างพ่อหมีมาตลอดและซึมซับวิธีการเล่นดุจดั่งทายาทตัวจริง

นอกเหนือจากการวางบอลที่แม่นยำราว ๆ 70 -75% แล้ว เคลเลเฮอร์ถูกยกย่องว่ามีความนิ่งเกินอายุ แม้ถูกถล่มประตูมามากมายแต่ไม่มีคำว่ายกธงขาว ความใจสู้ของควิวีนจะพาชีวิตของเขาไปอย่างไร เจ้าตัวไม่มีทางทราบได้ แต่หลังจากนั้นต่อมา เจอร์เก็น คลอปป์เรียกอลีสซง เบคเกอร์เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว และยืนยันว่า ผู้รักษาประตูตัวจริงในเกมนัดชิง(คาราบาวคัพปีถัดมา) อลีสซงต้องยกมันให้กับควิวีน

อลีซงยิ้ม บ้างก็ว่าเขาหัวเราะ เห็นพ้องต้องกันกับเจอร์เก็น คลอปป์ว่าควิวีนนั้นคู่ควรที่จะได้รับมันแล้ว สุดท้ายในเกมนัดชิงกับเชลซีปี 2021-22 ทั้งสองทีมกดประตูกันไม่ลงจนต้องไปดวลจุดโทษ ซัดกันอยู่สิบลูกก่อนตัดสินด้วยผู้รักษาประตู โชคชะตายืนอยู่ข้างลิเวอร์พูลเวลานี้ ควิวีนนายประตูมือสองที่ไร้ชื่อ ต้องเผชิญหน้ากับเกปา นายประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก

แต่ควิวีนเป็นกองหน้ามาก่อน เขารู้วิธีจบสกอร์ ส่วนเกปาเป็นผู้รักษาประตูอย่างเดียว ทำเป็นแต่เปิดบอล สุดท้ายเกปาส่งบอลข้ามคานออกไป … นายประตูไร้ชื่อ เอาชนะนายประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก และชื่อของควิวีน เคลเลอเฮอร์ก็เป็นที่รู้จักนับแต่นั้นมา

ปัจจุบันหลังจากลิเวอร์พูลต้องดวลจุดโทษกับดาร์บี้ เคาตี้ในเกมลีกคัพปี 2022-23 ควิวีนก็เป็นคนช่วยทีม เอาชนะศึกการดวลจุดโทษมาได้อีก ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกของลิเวอร์พูลที่ชนะการดวลจุดโทษ 4 ครั้ง … ในประวัติศาสตร์ร้อยกว่าปีของสโมสร นักข่าวนำสถิตินี้ไปถามเจอร์เก็น คลอปป์

เมื่อเจเคได้ยินเขาทวนคำ “history!?” (ในประวัติศาสตร์เลยยังงั้นเหรอ) จากนั้นกุนซือเฮวี่เมทัลก็ยิ้ม และแทบจะระเบิดหัวเราะออกมา (ในขณะที่ภายในใจของบอสใคร่ครวญว่า “ชิบหายแล้ว ทีมใหญ่ต้องมาตามจีบเด็กกูอีกแน่นอน”)

สุดท้าย … ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือใครเป็นคนกำหนดโชคชะตาเอาไว้ ผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลทั้งสองคน มีความสามารถในการใช้เท้าเล่นบอลจนชำนาญ อลีสซงมักถูกแซวบ่อยๆ ว่า สามารถจับโยกไปเป็นกองหน้า ในวันที่แนวรุกลิเวอร์พูลเล่นไม่ออกได้ ส่วนเคลเลอเฮอร์ … เขาเป็นกองหน้ามาก่อนจริงๆ

END

เลิฟหงส์แดง x ไดอารี่คนบ้าบอล