13 บทสรุป ลิเวอร์พูลเสมอเอฟเวอร์ตัน 0-0

1. หากไม่มีพ่อหมีร่างทอง ลิเวอร์พูลคงถอยตกคลองเมอร์ซี่ไซด์ไปแล้ว เปิดบทสรุปมาก็ขอข้ามไปชื่นชมอลิซง เบ็คเกอร์ก่อนเลย เพราะเป็นผู้เล่นที่ฟอร์มดีที่สุดของลิเวอร์พูลสำหรับเกมนี้ ดุจเดียวกันกับผู้เล่นหมายเลข 1 ของเอฟเวอร์ตัน อลิซงเซฟ 3 พิคฟอร์ดเซฟ 8 เสาคานก็เหนียว ทำเอาเคี้ยวกันไม่ลง

2. ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่สม่ำเสมอ แต่ไม่เอาแบบนี้สิพรี่ ผลเสมอที่กูดิสันพาร์คทำให้ลิเวอร์พูลทำหล่นไป 9 จาก 18 คะแนน แถมยังช่วยเซฟแลมพาร์ดไม่ให้ถูกปลดจากตำแหน่งได้อีก ใจดีเกินไปมุ้ยเยอร์เก้น คล็อปป์

3. เป็นเหมือนกันมั้ยครับ ตื่นเต้นตอนเห็นตอนไลน์อัพ อาร์ตูร์ติดรายชื่อสำรองเพราะเคลียร์ใบอนุญาตทำงานได้ทัน เราอยากเห็นฝีเท้าของกองกลางเท้าตะขอจริง ๆ นะ คาดหวังว่าจะเป็นคนพาทีมผ่าวิกฤติแดนกลาง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องผิดหวัง

4. น่าเสียดายที่คล็อปป์ไม่กล้าส่งอาร์ตูร์ลงสนาม ก็เข้าใจได้ว่าเพิ่งมาใหม่และอยากจะเซฟร่างกายไว้เกมแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ในเกมที่ลิเวอร์พูลเล่นกันไม่เป็นทรงแบบนี้ อยากรู้ว่า “จอมเก็บบอลแดนกลาง” จากบาร์เซโลน่าจะเพิ่มมิติให้ทีมได้ขนาดไหน เขาจะช่วยลด “ความมั่ว” ที่เกิดขึ้นได้มั้ย เพราะวันนี้แนวรุกลิเวอร์พูลหมดแล้วซึ่งความมั่นใจ

5. การส่งฟาบิโอ คาร์วัลโญ่คู่ฮาร์วี่ เอลเลียตออกสตาร์ทตัวจริงสร้างความคึกคักให้แฟนบอลได้จริง แต่ก็ได้แค่นั้น เหมือนคล็อปป์อยากโชว์ให้โค้ชคีย์บอร์ดดูอะว่า ความสมดุลในแดนกลางสำคัญสำหรับลิเวอร์พูลขนาดไหน เห็นได้ชัดว่าเกมรุกของลิเวอร์พูลทุกคน ไม่มีใครกล้าเลี้ยงกล้าเล่นเลย เจอแนวรับท็อฟฟี่เม็นยืนขวางก็ส่งคืนหลังกันหมดแล้ว เพราะอะไรรู้มั้ยครับ

6. เพราะเอฟเวอร์ตันขู่ด้วยเกมสวนกลับตลอดทั้งเกม เมื่อแนวรุกเลี้ยงไม่ผ่านหรือโดนตัดบอล ผู้เล่นเอฟเวอร์ตันสามารถเก็บบอลแล้ววางยาวไปให้เจ้าหนูแอนโธนี่ กอร์ดอน หรือ เดมิราย เกรย์ สปีดเข้ากรอบเขตโทษของลิเวอร์พูลได้ทุกจังหวะ แม้จะทำประตูไม่ได้ แต่ความป่วนของพวกเขาก็สามารถขู่ฟ่อ ๆ ให้แนวรุกลิเวอร์พูลใจฝ่อ แนวรับก็ทำงานหนัก ถ้าฟาน ไดก์โดนใบแดงในจังหวะยันหน้าแข้งโอนาน่า ไม่อยากจะคิดสภาพ

7. เกมนี้ดาร์วิน นูนเญซยังคงเป็นผู้ร้ายในสายตาเธอ โดนว่าของปลอมบ้าง เอาไปเปรียบเทียบกับเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เอามาเน่คืนมาเอาดาร์วินคืนเบนฟิก้าไปบ้าง ว่ากันตามตรง ฮาลันด์ก็ไม่น่าจะทำประตูได้ภายใต้สภาพลิเวอร์พูลในตอนนี้ ดาร์วินถูกจัดให้ยืนสูงที่สุดในแนวรุก บางทีก็ขยับออกไปฝั่งซ้ายสลับกับดิอาซ แต่ย้ำความคิดเดิม ดาร์วินที่เราอยากได้คือกองหน้าวิ่งลงมาชิ่งบอลกับเพื่อนแล้วออกตัววิ่งขึ้นไปที่ว่าง ไม่ใช่ดาร์วินที่โดดเดี่ยวเป็นเสาไฟฟ้า เราไม่ได้เก่งกว่าโค้ช แต่เชื่อว่าดาร์วินมีประโยชน์กับทีมได้มากกว่านี้

8. ฟาบินโญ่ทำงานหนักเกินไป โดยปกติแล้ว กลางฝั่งซ้ายและขวาจะสลับกันวิ่งลงมาเคาะบอลกับเขาแล้วยืนคุมตำแหน่งให้ฟูลแบ็คเติมเกมขึ้นไป สิ่งที่เห็นวันนี้ เมื่อฟาบินโญ่ได้บอล คาร์วัลโญ่และเอลเลียตกลับแยกกันยืนคนละด้าน จะรอโบกรถหรือไง พอโดนผู้เล่นเอฟเวอร์ตันวิ่งเข้ามาบีบ ฟาบินโญ่จะทำอะไรได้มากกว่าคืนหลังให้เซ็นเตอร์แบ็ค ฟาน ไดก์โดนบีบต้องจ่ายไปให้โจ โกเมซ ซึ่งไม่ถนัดเรื่องการวางบอล แต่วันนี้เกือบแอสซิสต์ให้ดาร์วินได้พักอกซัดเกือบขึ้นนำได้ด้วยนะ มันก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง

9. บ๊อบบี้ ฟิร์มิโน่ยึดข้อ 9. มาสามบทความแล้ว เขาทำประตูไม่ได้ แต่ลิเวอร์พูลดูมีชีวิต “มีทรง” มากขึ้นตอนมีบ๊อบบี้ลงสนาม ตอนนี้คล็อปป์ต้องกลับไปทำการบ้านอีกครั้ง การส่งบ๊อบบี้ลงตัวจริงก่อนดาร์วินอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหรือเปล่า นอกจากนั้น ทำไมช่วงนี้คล็อปป์ชอบเปลี่ยนมิลเนอร์ลงสนาม เราจะหวังการสร้างโอกาสทำประตูจากกลางวัย 36 ปีได้จริงหรือ

10. ผ่านไป 88 นาที โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ได้จบสกอร์ 0 ครั้ง อะไรที่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของคิงโม ค่าเหนื่อยมากเกินไป? บทบาทการเล่นที่เปลี่ยนไป? สภาพร่างกาย? จะอะไรก็ตาม ความอันตรายของโมซาลาห์หดหายไป แทบไม่มีแบ็คคนไหนกลัวโมแล้ว และนั่นทำให้ หลุยซ์ ดิอาซและดาร์วิน นูนเญซปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกยากขึ้นไปอีก

11. วิ่งน้อยกว่าคู่แข่ง ยังคงเป็นอีกวันที่ลิเวอร์พูลไม่สามารถวิ่งสู้คู่ต่อสู้ได้ จนท้ายเกมเรายังเห็นผู้เล่นเอฟเวอร์ตันวิ่งเป็นม้าอยู่เลย ในขณะที่ลิเวอร์พูลหมดไอเดียไปแล้ว และนั่นก็ส่งผลให้ซาลาห์มีโอกาสจบสกอร์เพียง 1 ครั้งเดียว แถมยังโดนปลายนิ้วพิคฟอร์ดประสานพลังกับเสาประตูป้องกันไว้อีก โถพ่อฮีโร่โมคนเคยแบกทีม

12. หนึ่งแท็กติกของที่น่าสนใจในเกมนี้ คือการให้ดิอาซเป็นตัววิ่งโฉบเข้าตรงกลาง ในขณะที่ดาร์วินฉีกออกไปรอโขกหรือตั้งเท้าเขารอซัดทางฝั่งซ้าย เกมนี้ไม่สามารถทำให้เกิดประตูได้ แต่ถ้าติอาโก้กลับมา หรือ อาร์ตูร์ได้ลงสนามแล้วช่วยเก็บบอลคืนให้เกมรุกได้เรื่อย ๆ ก็คงจะน่าลุ้นกว่าเกมนี้ ที่ปล่อยให้แนวรุกเขาวิ่งทะลุปล้องทั้งเกม

13. เครื่องสะดุดแต่ยังไม่หลุดการลุ้นแชมป์ แม้มองที่ผลงานทีมแล้วมันดูสิ้นหวังกับการลุ้นแชมป์ลีกแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังพอมองโลกในแง่ดีได้บ้างว่า ฟอร์มแบบนี้ยังมีคะแนนห่างจากแมนซิตี้เพียง 5 คะแนน ก็ยังพอเป็นช่องว่างเล็ก ๆ ให้พอตามได้ แมนซิตี้เองก็มีปัญหาเล็กน้อย เพียงแต่ว่าเขามีเออร์ลิ่ง ฮาลันด์แอนด์เดอะตัวจ่ายบอล รวมถึงการตัดสินแปลก ๆ ในหลายเกมที่ทำให้คู่แข่งไม่ได้ประตูขึ้นนำ ทำให้ทีมของเป็ปแพ้ยากมาก แต่ก็นั่นแหละ ไม่ต้องไปสนใจทีมอื่นมากนัก เยอร์เก้น คล็อปป์ต้องตั้งสติ แล้วแก้ปัญหาให้ถูกจุดได้แล้ว

งานของคล็อปป์คือตามหาความคมที่หายไป งานของค็อปป์คือเติมกำลังใจอย่าหมดไฟ

You’ll Never Walk Alone
JB