14 บทสรุป ลิเวอร์พูลชนะนิวคาสเซิล 2-1

1. ลิเวอร์พูลที่ไม่แพ้เกมลีกในแอนฟิลด์มานาน (จนเลิกนับไปแล้ว) เปิดบ้านรับนิวคาสเซิลที่ยังไม่เกมลีก แถมยังเป็นทีมเดียวที่ต้านทานแมนเชสเตอร์ซิตี้ในฤดูกาลนี้ได้ด้วย เยอร์เก้น คล็อปป์จัด 11 ตัวจริงเท่าที่มีท่ามกลางความสงสัยว่าเหตุใดจึงยังไม่ส่งฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ลงตัวจริง (เฉลยท้ายเกม) ฝั่งกุนซือเอ้ดดี้ ฮาวขาดไม่สามารถใช้งานตัวหลักได้หลายคนเช่นกัน โดยเฉพาะ แม็กซิแมง และ บรูโน่ กิมาไรส์ แต่ได้ประเดิม อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าที่ลิเวอร์พูลเคยอยากได้ ลงสนามเกมแรก

2. แฟนลิเวอร์พูลค่อนข้างหวั่นใจว่ากระสุนจะหมดหลังจากอัดหมดแม็กในเกมที่แล้ว และฝันร้ายกลายเป็นจริงในครึ่งแรก เจ้าหงส์แดงสยายปีกไม่ออก จากการโดนนิวคาสเซิลวิ่งบดจนตั้งเกมไม่ได้ ฟาบินโญ่และเฮนเดอร์สันก็ช้าเกิดกว่าจะพลิกบอลหนีเพรสซิ่ง มีเพียงเจ้าหนูฮาร์วี่ เอลเลียต คนเดียวที่พยายามจะเอาบอลขึ้นไปให้รุ่นพี่ โดยมีน้าบ๊อบบี้วิ่งลงมาช่วย

3. พอบ๊อบบี้ต้องวิ่งลงไปเชื่อมเกมเยอะ ความอันตรายหน้าปากประตูก็ลดลง การประสานงานระหว่างดิอาซกับแอนดี้ยังหาจุดคลิกไม่เจอ เทรนต์ครอสบอลไม่เข้าเป้า ส่วนโมซาลาห์เลี้ยงบอลไม่ผ่านแม็ต ทาร์เก็ตต์และแดน เบิร์นเลย

4. ยิ่งดูยิ่งคิดถึงสามสหายที่กล้องชอบแพนไปหาข้างสนาม หากมีติอาโก อัลกันตาร่า แดนกลางคงไม่เสียเปรียบขนาดนี้ หากมีดาร์วิน นูนเญซดึงแดน เบิร์นไป ซาลาห์คงไม่ต้องเจอซ้อนสองซ้อนสามอยู่คนเดียว และดิโอโก โชต้า พวกเราคิดถึงนายเหลือขนาด

5. ลิเวอร์พูลโดนนิวคาสเซิลขึ้นนำในนาทีที่ 38 ลูกครอสข้ามฟากของเทรนต์ไม่ทำงาน แถมยังไปติดกองกลางนิวคาสเซิล จ่ายต่อให้ปีกขวาปาดกลับมา กัปตันจอร์แดนยืนตำแหน่งไม่ดีเลยสกัดมั่วกลายเป็นตั้งบอลให้ ชอน ลองสตาฟฟ์แทงทะลุช่องให้อิซัคหลุดไปซัดผ่านมืออลิซง เบ็คเกอร์ เฟดเฟ่ นี่มันลูกถนัดของลิเวอร์พูลสมัยก่อน

6. หน้าจอขึ้นอัพเดตผลสกอร์ทีมอื่น แมนซิตี้กำลังรัวหมัดใส่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เละเทะ เออร์ลิง ฮาลันด์แฮตทริกอีกแล้ว แหม่ ช่วงดาร์วินไม่อยู่ เอาใหญ่เลยนะน้อง

7. ครึ่งแรกของลิเวอร์พูลจบไปแบบซึมซึม พร้อมยอมรับว่านิวคาสเซิลพัฒนาขึ้นมากทีเดียว เริ่มทำใจละว่าอาจจบที่ผลเสมอ แต่ก็เชียร์กันต่อไป

8. ลิเวอร์พูลจะเอาคืนให้ได้ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แต่นั่นอาไร๊ แนวรับลิเวอร์พูลพลาดท่า กลางนิวคาสเซิลจ่ายบอลทะลุให้อิซัควิ่งไปล็อกหลบแอนดี้และโกเมซ ก่อนจะล่อเป้าพ่อหมีอีกรอบ มันจบแล้วจริง ๆ หรือ แต่วีเออาร์ช่วยชีวิต จับล้ำหน้าอิซัคที่ขยับตัวเร็วไปนิดเดียว นี่อาจเป็นจุดพลิกเกม

9. ข้อ 9. กลายเป็นของเขาอีกครั้ง บ๊อบบี้ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ทำประตูตีเสมอให้ลิเวอร์พูลได้ในนาทีที่ 61 จากการแอสซิสต์ของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลิเวอร์พูล 1-1 นิวคาสเซิล

10. ความจริงแล้วอาการของเจ้าสาลิกาดงเริ่มออกตั้งแต่ช่วงใกล้ ๆ ครบหนึ่งชั่วโมงในสนาม การวิ่งบีบอย่างหนักหน่วงในครึ่งแรกทำให้พวกเขาหมดแรง เริ่มโดนลิเวอร์พูลที่เลิกมากท่าลีลา อัดบอลเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษบ่อยขึ้น โมซาลาห์พยายามเคลื่อนที่ดึงแนวรับเพื่อให้เพื่อนมีช่องว่างในการทำประตู โดยมีเอลเลียตเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างจังหวะทำประตู หรือก็คือเพลย์เมกเกอร์ตัวจิ๋วนั่นเอง

11. จังหวะแอสซิสต์ของโมซาลาห์ ก็เริ่มมาจาก บ๊อบบี้เอาบอลกลางสนามให้เอลเลียตตักบอลไปให้โมซาลาห์ที่วิ่งฉีกไปทางขวา หลุยซ์ ดิอาซวิ่งเข้าพื้นที่ตรงกลาง ดึงแนวรับนิวคาสเซิลไปสามคน ก่อนที่บอลจากโมจะไหลไปให้บ๊อบบี้ที่วิ่งมาซัดในจุดนัดพบ เหนียวนักก็ต้องโดนแบบนี้แหละน้องโป๊ป

12. หลังจากโดนตีเสมอ อิซัค และ ไรอัน เฟรเซอร์ถูกเปลี่ยนตัวออกไปพัก อาการหอบแหลกของเฟรเซอร์ทำให้เรารู้เลยว่า นิวคาสเซิลหมดแรงจะทำประตูเพิ่มแล้ว อยู่ที่พลพรรคหงส์แดงแล้วว่าจะเอาประตูคืนได้ยังไง

13. เยอร์เก้น คล็อปป์กร้าว พวกเราจะตีกำแพงมันให้แตก ถอดสองฟูลแบ็กฟอร์มหลุดออกจากสนามรวมถึงกัปตันที่ทั้งหมดและเจ็บแฮมสตริง ซิมิคาสลงมาแทนแอนดี้ มิลเนอร์ลงมากระตุ้นน้อง ๆ และ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ลงมาร่ายมนต์มหัศจรรย์

14. เข้าใจว่าบอลมันเตะดึก ผู้เล่นนิวคาสเซิลเริ่มประท้วงผู้จัดการแข่งขันโดยการลงไปนอน โดยเฉพาะโจลิงตัน ขยันเมื่อย คุณพี่ครับตะคริวจะกินอะไรทุก 2 นาที

เพื่อเป็นการส่งผู้เล่นนิวคาสเซิลให้ฝันดี ผู้ตัดสินจัดให้ ทดเวลาที่พวกเอ็งนอนเล่นไปอีก 3 นาที แล้วลิเวอร์พูลก็มอบของสมนาคุณในนาทีที่ 98 ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับให้เต็มตื่น ด้วยชุดเครื่องนอนคาร์วัลโญ่ ซัดมุดคาน นิ๊ก โป๊ปได้นอนสมใจ

3 คะแนนสไตล์ลิเวอร์พูล ขออนุญาตสะใจฮะมุง

-จบ-

JB สไตล์ รายงาน