13 บทสรุปหงส์แดงเสมอพาเลซ 1-1 (เหลือ 10 คน)

1.สามวันก่อนการแข่งขัน เจม มิลเนอร์ให้สัมภาษณ์ว่า ดาร์วิน นูนเญซจะสร้างอิมแพคให้กับลิเวอร์พูลในทุกการแข่งขัน … การแข่งขันในค่ำคืนที่ผ่านมาพิสูจน์คำพูดของมิลเนอร์ว่าจริงแท้ แต่อิมแพคที่เขาสร้างไม่ใช่ในทิศทางที่แฟนลิเวอร์พูลคาดหวัง

2.ดาร์วิน ถูกแบนสามเกม โชคดีที่นัดต่อไปไม่ใช่โปรแกรมบิ๊กแมทซ์ แต่นักเตะค่าตัวสูงเสียดฟ้าหายหน้าไปจากการแข่งขันสามเกมติดคือวิกฤตครั้งใหญ่ (มันแทบไม่ต่างอะไรจากบาดเจ็บครึ่งเดือนเลย) ภาพจำที่ผู้คนมีต่อดาร์วิน นูนเญซเวลานี้เหมือนแก้วถูกวางเอาไว้บนเส้นด้าย เส้นด้ายอาจขาดผึ่งเมื่อไหร่ก็ได้ และแก้วก็อาจร่วงลงมากระทบพื้นแตกกระจายได้เช่นกัน (สำหรับบางคนมันเป็นเช่นนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ) และมันไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ดาร์วินเท่านั้น

3.นาธาเนียล ฟิลลิปส์ เป็นนักเตะที่ไม่มีความเร็ว แฟนบอลที่ผ่านช่วงฤดูกาลอันโหดร้ายมารู้ดี แต่กระนั้น เขาก็แม่นยำกว่านี้ เฉียบคมกว่านี้ และแยบยลกว่านี้ ประตูที่ลิเวอร์พูลเสียในช่วงนาทีที่ 30 ลิเวอร์พูลถูกโจมตีจากสปีดที่ช้าแสนช้าของนาธาเนียล แม้ช่วงสามสิบนาทีแรกของเกมหงส์แดงจะขึงบอลและเป็นฝ่ายคว้าโอกาสเข้าทำมากกว่า แต่คริสตัลพาเลซใช้โอกาสอันน้อยนิดเปลี่ยนมันให้กลายเป็นประตูได้เลย

4.หากช่วงท้ายฤดูกาล 2020-21 เป็นฝันดีของฟิลลิปส์ หากเกมที่ดาร์วิน นูนเญซทำสี่ประตูภายในสี่สิบห้านาทีใส่ไลบ์ซิกเป็นวันที่ฝันดีของเขา … ในการแข่งขันวันนี้ พวกเขาทั้งคู่เผชิญหน้ากับฝันร้าย

5.รายงานจากเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการระบุว่า เวลานี้(แม้จะเริ่มฤดูกาลได้สองเกม) แต่ลิเวอร์พูลมีนักเตะบาดเจ็บแล้วทั้งสิ้นสิบคน (จุก) ดาร์วินจะต้องหายไปจากการแข่งขันสามเกม มันทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนที่สิบเอ็ด สรุปรวมแล้ว … จำนวนนักเตะบาดเจ็บของลิเวอร์พูลสามารถเอาไปจัดทีมได้อีกหนึ่งชุด โดยที่มีนายประตูระดับแชมป์อยู่ในนั้นด้วย

6.ลิเวอร์พูลค้นหาชัยชนะไม่ได้สองเกมติด ทำแต้มหายไปสี่คะแนน นักเตะไม่สามารถลงสนามได้รวมกัน 11 คน ในช่วงเวลาที่มืดหม่นเช่นนี้ ยังมีอะไรดีๆ ให้แฟนลิเวอร์พูลอย่างเราชื่นใจกันบ้าง ผมลองวิเคราะห์ดูแล้วก็พบว่า

7. ประตูของดิอาซสวยว่ะ สวยบาดใจ บางคนอาจเห็นคาร์วัลโญ่เป็น คูตินโญ่เพราะหน้าเหมือน แต่ถ้าสไตล์การเลี้ยงตัดเข้าในแล้วกดประตูจากนอกกรอบเขตโทษ นับแต่คูตินโญ่ย้ายออกไปก็เพิ่งจะมีหลุยส์ ดิอาซนี่แหละที่ทำได้ เป็นประตูที่เกิดขึ้นทั้งที่ทีมเหลือสิบคนด้วย สามเกมต่อจากนี้ต้องพึ่งพานายนะ หลุยส์

8. หากคุณติดตามลิเวอร์พูลเชิงลึกนานพอ คุณก็คงจะทราบได้ว่า ช่วงเวลาที่เจอร์เก็น คลอปป์จะเร่งเครื่อง รีดเร้นศักยภาพของตัวเองจนถึงขีดสุดได้เดินทางมาถึงแล้ว เจเคเป็นคนประเภทนี้เสมอ หากสถานการณ์ทุกอย่างไม่มีอุปสรรคใดๆ เข้ามาขัดขวางเลย ฟุตบอลของคลอปป์แม้จะทรงพลังแต่ยังไร้จิตวิญญาณ กระทั่งอุปสรรคและขวางหนามถาโถมใส่เจอร์เก็น … เมทัล ฟุตบอลก็พร้อมถูกตีโดยนายช่างใหญ่ของพวกมัน

9. อดทนอีกนิดสถานการณ์ที่นักเตะบาดเจ็บจะดีขึ้น คำว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง ใช้ได้จริงกับสถานการณ์นี้ครับ ดิโอโก โชต้าน่าจะกลับมาได้เป็นคนแรกๆ เผลอๆ เขาก็ลงสนามเจอกับแมนยูไนเต็ดได้เลยด้วยซ้ำ รายงานล่าสุดระบุว่า อันที่จริงดิโอโกต้องมีชื่อบนม้านั่งสำรองตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องกับไลบ์ซิกแล้ว แต่เจเคยืนยันว่า เขาต้องการให้นักเตะกลับมาในสภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด 100 เปอร์เซ็นโดยไม่มีความเสี่ยงเลย จึงขอให้โชต้าพักต่อไปอีก

10.ให้ดาร์วิน นูนเญซเผชิญกับใบแดงตอนนี้ดีแล้วครับ (แม้คลอปป์จะโมโหจนบอกว่า ผมจะคุยกับเขา “มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรทำ”) แต่หากยังจำกันได้ นักเตะค่าตัวสูงจะย้ายเข้าสู่ทีมด้วยอัตตาบางอย่าง อลีสซง เบคเกอร์เคยยืนยันกับคลอปป์ว่า ‘ผมจะไม่เปลี่ยนสไตล์การเล่นแบบใช้เท้า’ กระทั่งเขาหลอกคู่ต่อสู้ไม่สำเร็จ โดนฉกบอลเข้าไปทำประตูต่อหน้าต่อตานั่นแหละ หลังการแข่งขันอลีจึงเดินออกจากสนามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้วพูดว่า ‘ผมไม่ใช่คนดื้อรั้น ขนาดนั้น และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก’ ลองนึกภาพกลับกันดูว่า หากปล่อยให้ดาร์วินเติบโตไปพร้อมกับอัตตาจากการทำประตูให้ลิเวอร์พูลไปเรื่อยๆ แล้วระเบิดลงในเกมนัดท้ายๆ ของฤดูกาล ถึงเวลานั้นบางทีแม้แต่เจอร์เก็น คลอปป์ก็อาจพูดกับเขาได้ยากแล้ว และสถานการณ์อาจยากจะแก้ไขกว่านี้ก็ได้

11.นี่คือสิ่งที่คลอปป์ให้สัมภาษณ์เต็มๆ หลังจบเกมเรื่องดาร์วินครับ “มันมีการยั่วยุเสมอนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกหรือสถานที่ไหน ผมเห็นด้วยว่ามันต้องเป็นใบแดง ผมไม่ปฏิเสธมันเลย ใช่แหละว่าเขาจะเรียนรู้จากมัน โชคร้ายตรงที่เขาจะเรียนรู้จากมันด้วยการหายไปสามเกม มันไม่ดีเลยในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ดีเลยจริงๆ” นักข่าวถามเจเคต่อว่า คุณคิดยังไงกับ ครั้งแรกที่มีนักเตะลิเวอร์พูลใช้ความรุนแรงในสนาม “ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกเสมอ แต่การพูดแบบนี้ก็ไม่ใช่ให้อะไรดีขึ้น”

12.สุดท้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่อาจเปลี่ยนให้แฟนบอลหยุดรักลิเวอร์พูลได้ หงส์แดงเป็นทีมที่แปลกประหลาดมาก ยิ่งความท้าทายซัดเข้ามา ยิ่งอุปสรรคถาโถม ยิ่งฟอร์มการเล่นถดถอยลง มันจะเป็นช่วงที่แฟนบอลยืนอยู่เคียงข้างอย่างเหนียวแน่น เพื่อยืนยันปรัชญาของพวกเขา … ไม่มีใครเดินอย่างเดียวดาย

13.ขอบคุณแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่ทำให้รู้ว่า นี่ยังไม่ใช่วันที่เลวร้ายที่สุดของลิเวอร์พูล

You will never walk alone (นะปีศาจแดงเพื่อนรัก)

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน