สรุป 5 ข่าวซื้อขายหงส์แดงประจำวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2022

1.เซปป์ ฟาน เดน เบิร์คดาวรุ่งของลิเวอร์พูลที่เคยซื้อเข้ามาเมื่อปี 2019 ตอนนี้กำลังจะถูกพิจารณาการปล่อยยืมอีกครั้ง โดยจากรายงานของ TheAthletic ระบุว่า ทีมที่สนใจในตัวเซปป์คือเบิร์นลีย์ และอีกทีมหนึ่งจากเยอรมัน (ในรายงานไม่เปิดเผยว่าเป็นสโมสรใด) อย่างไรก็ดี แม้สื่อหลายแหล่งยืนยันตรงกันว่า เซปป์น่าจะถูกปล่อยยืมไปอยู่ Turf Moor มากกว่า แต่ในรายงานฉบับนี้ยืนยันว่า ลิเวอร์พูลยังไม่เปิดโต๊ะเจรจาแต่ประการใด ทั้งสโมสรและตัวนักเตะเองต่างก็ช่างใจอยู่ว่า เขาควรจะย้ายไปที่ไหนดี

2.เจอร์เก็น คลอปป์เปิดใจเรื่องแผนซื้อขายเอาไว้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ผมไปขุดเจอมาแล้วจะขอแปลอย่างละเอียดเอาไว้ที่นี้ครับ เจเคระบุว่า “ใช่ มันเป็นเรื่องจริงที่เรามีนักเตะบาดเจ็บมากมายเหลือเกิน แต่ในช่วงเวลานี้ผมไม่คิดว่าจะมีแผนอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ ด้วยระยะเวลาที่เหลือในตลาดซื้อขาย มันน้อยเกินไปที่จะใช้แก้ปัญหาที่เราเผชิญได้ แต่ข้อดีก็คือตอนนี้ตลาดซื้อขายยังเปิดอยู่ เรามาดูกันว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นอย่างไร แต่ผมต้องบอกเอาไว้ก่อนนะว่า แผนของเราคือไม่ซื้อใครเพิ่มเข้ามา”

(ความเห็นจากต่างประเทศระบุว่า เหตุผลที่เจอร์เก็น คลอปป์ไม่ยืนยันอย่างตรงไปตรงมาว่า ลิเวอร์พูลจะไม่ซื้อใครเข้ามาแน่ๆ เป็นเพราะว่า ข้อตกลงระหว่างคลอปป์กับฝ่ายบริหาร อย่าลืมว่าเจอร์เก็นเพิ่งได้กองหน้าที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูลเข้ามา มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะเดินไปบอกฝ่ายบริหารว่า “คือตอนนี้กองกลางเจ็บเยอะมาก ผมขออีกสักสี่สิบล้านยูโรเพื่อซื้อนักเตะคนใหม่เข้ามาได้ไหมครับ”)

3.นักข่าวถามเจอร์เก็น คลอปป์ต่อว่า มันเป็นไปได้แค่ไหน ที่ลิเวอร์พูลจะเก็บนาธาเนียล ฟิลลิปส์เอาไว้กับทีมต่อไปเพราะอิบราฮิมา โกนาเต้เผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย คลอปป์ตอบว่า “ไม่แน่นะครับ อาการบาดเจ็บของโกนาเต้อาจส่งผลต่อแผนการซื้อขายมากกว่าที่เราคิดก็ได้”

4.มีความเห็นจากแฟนบอลบางส่วนระบุว่า เห้ย…หรือเราจะรื้อฝื้นดีลฟิลลิปส์เป้ คูตินโญ่เอาเขากลับมาบ้านดีไหม หลังจากที่นิสัยดีขึ้นทันตาเห็น ทั้งยอมลดค่าเหนื่อย เล่นฟุตบอลที่อยู่บนความจริงไม่ใช่ความฝัน … ความเป็นไปได้นี้มีน้อยมาก นอกจากจะทำให้ทีมเสียระบบแล้ว กองกลางสองคนที่ลิเวอร์พูลให้ความสนใจในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาประกอบไปด้วย เบลลิงแฮมและ Tchouameni ซึ่งไม่มีใครเลยที่ลงตำแหน่งกองกลางตัวรุก ดูเหมือนสิ่งที่คลอปป์ต้องการจะเป็นนักเตะประเภท B2B หรือไม่ก็กองกลางตัวรับรุ่นใหม่ที่จะขึ้นมาแทนที่ฟาบินโญ่ในวันข้างหน้ามากกว่า

5.รายงานฉบับหนึ่งจากลิเวอร์พูลเอคโค่ระบุว่า บางทีมันอาจเป็นไปได้นะ กับการแก้ปัญหาสถานการณ์กองกลางที่ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ นั่นคือการนำตัวแฟรงกี เดอ ยองจากบาเซโลน่ามาอยู่กับลิเวอร์พูลในฐานะนักเตะตัวยืม

เดอ ยอง ไม่ใช่กองกลางตัวรุก แต่เป็น กองกลางตัวรับและสามารถเล่น B2B ได้เป็นคุณสมบัติที่ลิเวอร์พูลต้องการทุกประการ แต่ปัญหาก็คือแฟรงกี้รับค่าเหนื่อยมหาศาลที่บาเซโลน่า จนสโมสรขอให้เขาลดค่าเหนื่อยลง

เว็ปไซต์ Sport Bible ระบุว่าเดอยองรับค่าเหนื่อยอยู่ที่ราวๆ 470,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (โอโห ไอชิบหาย) ว่ากันว่าบาเซโลน่าอยากจะขายเขาออกไปใจจะขาด  แต่ปัญหาก็คือไม่มีใครรับซื้อ ไม่ใชเพราะสู้ค่าฉีกสัญญาไม่ไหว แต่สู้ค่าเหนื่อยไม่ไหวต่างหาก

แต่ถ้าขายไม่ได้…ทำไมไม่ปล่อยยืมล่ะ!?

บาเซโลน่าเคยแก้ปัญหาทำนองเดียวกันนี้กับคูตินโญ่มาแล้ว ในช่วงแรกที่บาเซโลน่าปล่อยยืมคูตินโญ่ให้กับแอสตัลวิลล่า ข้อตกลงระหว่างสองสโมสรก็คือจะช่วยกันแบกรับค่าเหนื่อยของคูตินโญ่ โดยที่แอสตัลวิลล่าแบกรับค่าเหนื่อยน้อยกว่า ประเด็นทั้งหมดมันอยู่ตรงนี้แหละ

ถ้าโมเดลคูตินโญ่ประสบความสำเร็จ ทำไมไม่ใช่กับลิเวอร์พูลละ … ลิเวอร์พูลต้องการกองกลางตัวรับ กองกลางที่เล่น B2B ได้ … บาเซโลน่าต้องการลดค่าใช้จ่ายกับแฟรงกี้ เดอ ยอง … ก็ปล่อยแฟรงกี้ให้ลิเวอร์พูลยืม แล้วให้ลิเวอร์พูลช่วยแบกค่าเหนื่อยเป็นไง

สมมติลิเวอร์พูลช่วยแบกค่าเหนื่อยเอาไว้ที่ 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ซึ่งประเมินดูแล้วว่า มันเป็นราคาที่ลิเวอร์พูลจ่ายไหว) บาเซโลน่าก็ขะแบกค่าเหนื่อยแฟรงกี้ที่ 320,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ … วินๆ กันทั้งสองฝ่าย ลิเวอร์พูลยืมตัวมาสักหนึ่งฤดูกาล ซึ่งไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายผูกพันในระยะยาวเหมือนกับการซื้อนักเตะเข้าทีม จากนั้นพวกเขาค่อยทำตามแผนเดิม นั่นคือซื้อกองกลางในซัมเมอร์หน้า ในขณะที่บาเซโลน่าจะได้ตัวกองกลางที่ผ่านการเคี่ยวเข็นโดยเจอร์เก็น คลอปป์หนึ่งฤดูกาล เมื่อแฟรงกี้ เดอ ยองกลับไปอยู่คัมป์นู เขาก็กลายเป็นยิ่งกว่า S คลาสแล้ว ไม่มีอะไรเสียหายเลยในดีลนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟรงกี้ได้ปฏิเสธการย้ายไปแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเพราะไม่มีแชมป์เปียนลีกให้ลงเล่น แต่สำหรับลิเวอร์พูลแล้ว (ใครก็ได้ไปกระซิบเดอยองทีว่า) ลิเวอร์พูลเข้าชิงแชมป์เปียนลีกสามครั้ง ในห้าฤดูกาลนะจ้ะ

ทุกอย่างมันช่างสมเหตุสมผลเหลือเกินครับพี่น้อง … แต่นี่แหละคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด เพราะอะไรที่มันสมเหตุผล มันมักจจะไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไหร่ (โลกนี้ไม่สมประกอบเหลือเกิน)

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน