วิเคราะห์บอล : ปัจจัยที่ทำให้ลิเวอร์พูลควรซื้อกองกลางเพิ่มมีอะไรบ้าง ?

ชั่วโมงนี้แฟนบอลหงส์แดงมีประเด็นหนึ่งที่พูดถึงกันมากที่สุด (ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย) นั่นก็คือ

แมนยูจะปลดเทน ฮากวันไหน ? (ไม่ใช่โว้ย)

ประเด็นที่แฟนลิเวอร์พูลทั่วโลกเป็นกังวัลก็คือ สถานการณ์กองกลางของทีมรักดูทรงไม่สู้ดีนักหลังจาก เตียโก อาคันทาร่าบาดเจ็บตั้งแต่เกมแรกของพรีเมียร์ลีก คำถามมากมายประเดประดังถาโถมใส่เจอร์เก็น คลอปป์ว่าจะเอาอย่างไรกับกองกลางในเวลานี้ คุณเตรียมแผนซื้อจะซื้อนักเตะเข้ามาในช่วงมกราคมหรือยัง

เจเคตอบสั้นแต่ได้ใจความ “Not panic buy”

หมายความว่าเราจะไม่ผลีผลามซื้อใครเข้ามา เพราะความตระหนกตกใจไปเอง แต่คอลัมน์นิสต์, นักวิเคราะห์ต่างประเทศเห็นแย้งว่า เวลานี้นี่แหละที่คลอปป์ควรตระหนกตกใจได้แล้ว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นน่ะหรือ เลิฟหงส์แดงจะเล่าให้ฟัง

1.ปัจจุบันลิเวอร์พูลมีนักเตะบาดเจ็บกองกลางทั้งหมด 3 คนคือ โจนส์, เตียโกและเชมเบอร์เลน สองคนหลังเจ็บแฮมตริง ส่วนโจนส์เจ็บบริเวณ Calf … อาการบาดเจ็บของทั้งสามคนดูเหมือนจะไม่สามารถเขย่าความมั่นคงในแดนกลางของลิเวอร์พูลได้ แต่นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ใต้ฐานของภูเขาน้ำแข็งยังต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ดังต่อไปนี้อีกด้วย นั่นก็คือภาพๆ นี้

2.ภาพข้างต้นคือกองกลางทั้งหมดของลิเวอร์พูลที่ประกาศขึ้นเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการ นักเตะที่ถูกแปะสีเหลืองเอาไว้คือนักเตะที่มีความสุ่มเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ สามในห้าคนนั้นมีสาเหตุมาจากอายุของพวกเขาที่เพิ่มมากขึ้น (เตียโก เฮนเดอร์สัน มิลเนอร์) ส่วนสองในห้าที่เหลือมักเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บในทุกฤดูกาลจนแทบไม่มีส่วนร่วมกับการแข่งขันระยะยาวอยู่แล้ว (คือเกอิต้าและเชมเบอร์เลน) เหลือนักเตะอยู่เพียงสามคนเท่านั้นที่ดูเหมือนจะมีความฟิตสูงที่สุดนั่นคือ ฮาร์วีย์ โจนส์ ฟาบินโญ่

3.อ่านมาถึงตรงนี้อาจทำให้หลายคนคิดว่า สถานการณ์ยังไม่เลวร้าย เพราะอย่างน้อยยังมีกองกลางสามคนเป็นตัวจริงได้ แถมพวกที่สุ่มเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บก็สลับๆ กันลงไป ไม่เห็นเสียหายอะไร แต่ประเด็นก็คือ … สามกองกลางที่มีเปอร์เซ็นฟิตที่สุดของลิเวอร์พูลกลับไม่ใช่สามกองกลางที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูลซะอย่างงั้น

4.เว็ปไซต์ TheAthletic ที่เขียนโดยเจม เพียชลงความเห็นเอาไว้ได้น่าสนใจครับ สถิติชุดหนึ่ง (ภาพด้านล่างย่อหน้านี้) บอกเราว่า อาคันทาร่าแม้จะมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่หนึ่งสิ่งที่เจ้าตัวมีน้อยกว่าคนอื่นก็คือ Durability (แปลทำนองว่า ความทนทาน, ความฟิตต่อเนื่อง) ครั้งสุดท้ายที่เตียโกสามารถลงสนามได้ต่อเนื่องที่สุดต้องย้อนกลับไปปี 2018-19 ซึ่งลงเล่นอยู่กับบาเยิร์น มิวนิคที่บุนเดสลีก้า(อยู่ที่ 79 เปอร์เซ็นต่อฤดูกาล) แต่พรีเมียร์ลีกรุนแรงกว่ามาก นับแต่ย้ายมาอยู่ลิเวอร์พูล อาคันทาร่ามีค่าเฉลี่ยลงสนามอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต่อฤดูกาลเท่านั้นเอง ความข้อนี้หมายความว่า พรีเมียร์ลีกมี 38 เกม เตียโกจะมีโอกาสลงสนามราวๆ 19 เกมเท่านั้น

ถึงเวลาที่ลิเวอร์พูลจะต้องซื้อนักเตะหรือยัง ?

ตามที่กล่าวไปข้างต้น เจอร์เก็นให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะยังไม่ซื้อนักเตะเข้ามา ช่วงตลาดซื้อขายครั้งที่ผ่านมา Paul Joyce หนึ่งในเหยี่ยวข่าวเทียร์วันของลิเวอร์พูลระบุว่า ลิเวอร์พูลจะซื้อกองกลางเข้ามาก็ต่อเมื่อฤดูกาล 2022-23 จบลงเท่านั้น

ข่าวดีมีสองเรื่อง เรื่องแรกเจอร์เก็น คลอปป์ไม่ได้มีสิทธิ์ขาดในการซื้อนักเตะเข้าทีมขนาดนั้น (แต่เรื่องการขายอาจจะมีเต็มขั้น) นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า บางครั้งทีมซื้อขายและฝ่ายบริหารก็ตัดสินใจโดยที่ไม่ได้ปรึกษาหารือกับเจอร์เก็น คลอปป์ก่อน แต่ผลลัพธ์ของการทำเช่นนั้นไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าไหร่ บางทีเจอร์เก็นอาจรู้สึกถูกข้ามเส้นด้วยซ้ำ นั่นคือเหตุผลที่มาโคร กรูยิชและเบน เดวิสแทบไม่มีส่วนร่วมกับลิเวอร์พูลเลย แม้พวกเขาจะมีชื่อว่าเป็นนักเตะลิเวอร์พูลในยุคสมัยของเจเคก็ตาม

ข่าวดีเรื่องที่สองก็คือ เจอร์เก็นยังมีสำรองกองกลางมากกว่าที่อยู่ในรายชื่อ โชต้า คาร์วัลโญ่และฟิร์มิโน่สามารถขยับลงมาเล่นเป็นกองกลางได้ แต่การจับพวกเขาลงมากองกลางมีราคาที่ต้องจ่าย นั่นคือคุณภาพในเกมรุกจะดรอปลง โดยเฉพาะการแข่งขันในเกมที่ลิเวอร์พูลค้นหาประตูไม่ได้ พวกเขาจะไม่สามารถเปลี่ยนกองหน้าเพื่อความหลากหลายในเกมรุกได้เลย

เจอร์เก็น คลอปป์ดูเหมือนจะชอบวิธีนี้ไม่น้อย อันดับแรกคลอปป์เป็นพวกชอบความท้าทาย และใช้เงินแก้ปัญหาเป็นทางสุดท้าย แล้วทำไมเขาต้องปฏิเสธวิถีทางที่จะทำให้แนวรุกของเขามีโอกาสลงเล่นมากขึ้นด้วย หากเกิดวิกฤตกองกลางขึ้นมาจริงๆ ฟิร์มิโน่ โชต้าก็มีโอกาสลงสนามมากขึ้น แถมเขายังได้ทดสอบฝีเท้าที่แท้จริงของคาร์วัลโญ่อีก คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ถึงเวลาที่จะซื้อกองกลางเข้าสู่ทีมหรือยังก็คือ…

สำหรับลิเวอร์พูลคือ “ถึงแล้ว” แต่สำหรับเจอร์เก็น คลอปป์คือ “ยัง”

สุดท้าย : ถ้าซื้อจริงๆ ลิเวอร์พูลจะซื้อนักเตะคนใด ?

ในรายงานฉบับเดียวกันของเจม เพียชระบุว่า ลิเวอร์พูลมีกองกลางที่ให้ความสนใจอยู่สองคน คนแรกคือจูด เบลลิงแฮมแต่ดอร์ทมุนส์ไม่ต้องการขายนักเตะคนนี้ออกจากทีมในช่วงฤดูร้อน คนต่อมาคือ Aurelien Tchouameni ซึ่งลิเวอร์พูลได้เสียเขาให้กับเรมัลมาดริดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตว่า นักเตะทั้งสองคน ไม่มีคนใดเลยที่ลงเล่นในฐานะ AMC เบลลิงแฮมเป็น B2B คล้ายจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วน Tchouameni เป็นกองกลางตัวรับ … เรื่องนี้มีความหมายว่า สำหรับคนที่ต้องการกองกลางตัวรุก ต้องการนักเตะที่ผลิตสกอร์ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ บางทีอาจต้องเผื่อใจเอาไว้สักหน่อยหนึ่ง

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน