สรุป 5 ข่าวหงส์แดงประจำวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2565

1.บทสัมภาษณ์ก่อนเกมชิ้นหนึ่งของเจเคระบุว่า บาเยิร์นมิวนิคติดต่อเขาเข้ามาหลายครั้ง “ถ้าผมต้องการถ้วยแชมป์มากมาย ผมคงไปบาเยิร์นมิวนิคตามคำเรียกร้องของพวกเขาสองสามครั้งแล้ว แต่ผมก็ไม่ทำเช่นนั้น ผมอยู่ที่นี่เสมอและไม่เคยย่างเท้าออกไปเลย ในความเห็นของผมโลกใบนี้ไม่ได้มีแต่ผู้ชนะ แต่ยังมีนักสู้ผู้เต็มไปด้วยความฝัน ผมเป็นคนอย่างหลัง และผมภาคภูมิใจกับมัน”

(บทสัมภาษณ์ของเจอร์เก็น คลอปป์ชิ้นนี้คงสะพัดไปทั่วโลกออนไลน์แล้ว คนส่วนใหญ่สนใจกับถ้อยคำที่เจเคระบุว่า บาเยิร์นมิวนิคติดต่อเขาเข้ามา แต่มีคนวิเคราะห์ว่า หากเราอ่านระหว่างบรรทัดให้ดี บทสัมภาษณ์ฉบับนี้นอกจากจะเต็มไปด้วยความหมายที่งดงามแล้ว ยังเป็นจิตวิทยาของเจอร์เก็นเองที่พยายามลดความกดดันของตัวเอง เป็นการประกาศว่า ตัวเขาไม่ใช่ผู้ชนะแต่เป็นนักฝัน เป็นนักสู้ อย่าลืมว่านี่เป็นการให้สัมภาษณ์ก่อนการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดจะเริ่มขึ้น นั่นคือการชิงผู้ว่ากทมประจำวันที่ 22 / ไม่ใช่ละ / นั่นคือ… การพาทีมชิงเอฟเอคัพกับเชลซี)

2.เควิน เดอบรอยเปิดใจกับ SKYSPORT พูดถึงลิเวอร์พูลเอาไว้ว่า ทั้งลิเวอร์พูลและแมนซิตี้ต่างก็สร้างมาตรฐานที่บ้าคลั่งขึ้นให้กับโลกฟุตบอล ให้กับพรีเมียร์ลีก “สิ่งที่เราทำได้ในวันนี้มีเพียงการเคารพมันเท่านั้น ลิเวอร์พูลใช้ทั้งหมดที่มีเพื่อแข่งกับเราจนเกมสุดท้าย ผมและนักเตะในทีมรู้ว่ามันเป็นงานยากมากแค่ไหนที่จะชนะพวกเขา ทุกครั้งที่เรา(ทั้งลิเวอร์พูลและแมนซิตี้)ลงเล่น เราใส่หมดตัว และนั่นคือเหตุผลที่ผมยืนยันว่า ทั้งสองทีมนี้น่าเคารพและชื่นชมมากแค่ไหน”

(หมายเหตุเผื่อลืมกันไป เควิน เดอบรอยเป็นแฟนลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เด็กแล้ว)

3.แกรี่ เนวิลล์ ออกมาวิเคราะห์ว่า อาการบาดเจ็บของฟาบินโย่จะเป็นปัญหาสำหรับลิเวอร์พูลในอีกสอง-สามเกมที่เหลือ ในขณะที่บทสัมภาษณ์ก่อนเกมนัดชิงเอฟเอจากเจเคยืนยันว่า อาการบาดเจ็บของฟาบินโย่นี้จะหายทันการแข่งขันนัดชิงแชมป์เปียนลีกอย่างแน่นอนเจอร์เก็นระบุว่า

“ฟาบินโย่มีความเป็นมืออาชีพในตัวเขาเองอยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่พอใจกับอาการบาดเจ็บของตัวเองเลย ตอนนี้เราทุกคนกำลังดูแลเขาอย่างใกล้ชิด และหนึ่งในสิ่งที่ผมการันตีได้ก็คือเขาจะหายเจ็บก่อนเกมนัดชิงแชมป์เปียนลีกอย่างแน่นอน”

4.เจอร์เก็น คลอปป์ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า เขาได้มีโอกาสส่งข้อความคุยกับประธานยูฟ่าโดยตรง ในคราวแรกเขาได้พิมพ์คุยเรื่องตั๋วแฟนบอลลิเวอร์พูลในรอบนัดชิงที่น้อยเหลือใจ “จากนั้นผมก็บอกเขาว่า ไอเดียเรื่องเนชั่นลีกที่พวกคุณคิดมันเพ้อเจ้อมากๆ ผมบอกเขาว่า ปัจจุบันทีมใหญ่ๆ ต้องเล่นประมาน 70 เกมต่อฤดูกาลอยู่แล้ว นั่นยังไม่รวมว่านักเตะต้องกลับไปเตะทีมชาติอีก ซึ่งจะนับรวมเป็น 75 เกมต่อฤดูกาลได้ ตอนนี้พวกคุณมาบอกให้เราเตะเนชั่นลีกอีก มันเป็นเรื่องที่บ้าคลั่งอย่างแท้จริง ผมบอกพวกเขาไปว่า มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณมาเอากำไรกับนัดชิงแชมป์เปียนลีกให้มากกว่านี้ แล้วเอาไอ้โปรแกรมเนชั่นลีกพังๆ นั่นโยนทิ้งไปซะ

“ผู้คนได้เข้าชมเกมนัดชิงมากขึ้น นักเตะไม่ต้องลงแข่งอย่างบ้าคลั่ง และยูฟ่าก็ได้เงินเพิ่มขึ้นด้วย นี่มันทางออกที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของผม”

5.ซาดิโอ มาเน่พูดถึงความรู้สึกของเขากับนัดชิงเอฟเอคัพเอาไว้ว่า “ตอนที่เราเอาชนะแมนซิตี้แล้วผ่านเข้ามารอบชิงได้ ผมเข้าไปนั่งในห้องแต่งตัวแล้วถามเพื่อนร่วมทีมว่า ครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลกลายเป็นแชมป์เอฟเอคัพมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ผมจำคำตอบนั้นได้แค่ว่า มันช่างเนิ่นนานเหลือเกิน ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลอย่างเราเท่านั้น แต่ผมคิดว่าแฟนบอลทั่วทั้งโลกต่างก็กำลังตื่นเต้นกับนัดชิงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“สองปีก่อนเรากลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก แชมป์เปียนลีก ผมคิดว่าการคว้าแชมป์เอฟเอคัพมาได้จะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่ง ชัยชนะครั้งนี้จะมีไว้สำหรับพวกเราทุกคน ในสโมสรและคนที่กู่ร้องชื่อพวกเรา”

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน