หากหงส์แดงคว้าแชมป์ FA CUP พวกเขาจะสร้างประวัติศาสตร์อะไรบ้าง ?

นัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลนั้นโหดร้ายมาก ผู้ชนะจะถูกจดจำตลอดกาล จะได้รับการขนานนาม จะได้รับเกียรติยศ ในขณะที่ผู้แพ้ ผู้ที่ฝ่าฟันจนมาถึงรอบสุดท้ายได้แต่ไปไม่ถึงฝั่ง พวกเขาจะถูกลืมไปภายในไม่กี่ค่ำคืน

ไม่บ่อยนักที่ลิเวอร์พูลจะเผชิญหน้ากับทีมเดียวกันในศึกชิงชนะเลิศบอลถ้วยในประเทศถึงสองครั้งในหนึ่งฤดูกาล ราวกับว่าโชคชะตาลิขิตทุกอย่างเอาไว้แล้ว ในถ้วยลีกคัพเชลซีกับลิเวอร์พูลต้องวัดกันจนถึง 120 นาที และลงเอยด้วยการดวลจุดโทษ ไม่มีนักเตะคนใดทำพลาดในการดวลจุดโทษเลยแม้แต่คนเดียว กระทั่งถึงช่วงที่ผู้รักษาประตูต้องมาดวลกันเอง โชคร้ายของเชลซีตรงที่ เกปาถูกฝึกมาเพื่อเป็นประตูโดยเฉพาะ เขาจึงไม่เคยเรียนรู้วิธีส่งบอลเข้ากรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำเป็นแต่เพียงปฏิเสธมันออกไป ในขณะที่ลิเวอร์พูลปั้นนายประตูขึ้นมา จากอดีตกองหน้าที่ทำประตูมากที่สุด และนำเขามาสวมถุงมือ ควิวีนจึงกลายเป็นเด็กที่รู้ทั้งวิธีจบสกอร์และปฏิเสธมัน

ว่าก็ว่าแล้วแฟนลิเวอร์พูลรู้สึกเจ็บแค้นเรอัลมาดริดในรอบชิงชนะเลิศ UCL (แล้วถือเอาว่าทีมของตนกุมความได้เปรียบทางจิตวิทยาเอาไว้อย่างไร) แฟนเชลซีเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน โชคร้ายเป็นของลิเวอร์พูลมากกว่าตรงที่ จู่ๆ พวกเขาก็เสียฟาบินโย่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นไม่ถึงสัปดาห์ ทั้งๆ ที่ฤดูกาล 2021-22 ลิเวอร์พูลประคองอาการบาดเจ็บของนักเตะมาได้จนถึงท้ายฤดูกาลแท้ๆ

ชัยชนะกับเชลซีจึงมีความหมายในหลายๆ แง่ แต่มันจะสร้างประวัติศาสตร์อะไรบ้าง … เลิฟหงส์แดงเรียบเรียงเอาไว้ดังนี้

1.ครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลมีโอกาสเข้าชิงแล้วเก็บชัยชนะมาได้ จากทั้งสองถ้วยภายในประเทศนั้นต้องย้อนกลับไปถึงปี 2000-01 หมายความว่า หากลิเวอร์พูลเอาชนะเชลซีในนัดชิงเอฟเอคัพได้ขึ้นมา แฟนลิเวอร์พูลจะได้ลิ้มรสชาติของความหอมหวานเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

2.เดิมทีแฟนลิเวอร์พูลเชื่อกันว่า ฤดูกาลนี้ทีมของพวกเขาเผชิญหน้ากับแมนซิตี้บ่อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่เปล่าเลย อันที่จริงเชลซีต่างหากที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพวกเขามากที่สุด การเจอกับสิงโตน้ำเงินครามครั้งนี้คือการเผชิญหน้ากันครั้งที่ 4 แล้วในซีซั่นปัจจุบัน ในสามครั้งก่อนหน้า พวกเขาไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะในเวลา 90 นาทีได้เลย

3.อันที่จริงจะพูดว่าเชลซีแค้นลิเวอร์พูลอยู่ฝ่ายเดียวคงจะไม่ถูกนัก เพราะในนัดชิงเอฟเอคัพถ้วยเดียวกันนี้เมื่อปี 2012 สิงโตน้ำเงินได้ฝากความทรงจำอันแสนเจ็บปวดเอาไว้ด้วยการยัดเยียดความปราชัยให้กับลิเวอร์พูลที่ 2 ประตูต่อ 1

มีคนมากมายพยายามพูดว่า สิบปีผ่านไม่อาจนับรวมเป็นความแค้น คนที่พูดเช่นนี้คงไม่เคยซึมซาม เสน่ห์ของนิยายจีนกำลังภายใน และไม่เคยแตะต้องภาพยนตร์ขึ้นหิ้งอย่าง เดอะก๊อดฟาเธอร์ พวกเขาไม่รู้ว่า ความแค้นนั้น … “มันมีรสชาติหอมหวานที่สุดก็ต่อเมื่อเสิร์ฟในเวลาที่มันเย็นแล้ว”

4.หากว่ากันตามสถิติแล้ว ลิเวอร์พูลมีโอกาส 50 เปอร์เซ็นที่จะคว้าแชมป์มาครอง ทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันลิเวอร์พูลมีถ้วยเอฟเอคัพเก็บอยู่ในคลัง 7 ใบ ซึ่งมาจากการเข้าชิงทั้งหมด 14 ครั้ง (ครึ่งหนึ่งพวกเขาแพ้ แต่อีกครึ่งหนึ่งพวกเขาเก็บชัยชนะมาได้)

5.หากเจอร์เก็น คลอปป์เอาชนะทูเคิลได้ เขาจะกลายเป็นกุนซือเยอรมันคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษไปครองได้

อันที่จริงถ้วยเอฟเอคัพกับเจเคเหมือนของต้องสาป นี่เป็นครั้งแรกของเจเคด้วยซ้ำนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2015 ที่เขาสามารถทะลุเข้ามาถึงรอบชิงได้ ในบรรดาแชมป์มากมายที่เจเคทำก็เหลือแค่ถ้วยเอฟเอคัพใบเดียวนี้นี่แหละ ที่ยังเป็นเหมือนช่องว่างในใจ ป็นเหมือนความว่างเปล่าสุดท้ายที่รอให้เติมเต็ม

(เว้นแต่ว่าคุณจะนับแชมป์หญ้าสวยที่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยได้ว่าเป็นหนึ่งในถ้วยสำคัญนะครับ)

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน