รวมข่าวหงส์แดงประจำวันพฤหัสที่ 07 มกราคม 2564

1.เจเค ดวลฝีปากกับโซลชา

เกมลิเวอร์พูลกับเซาธ์แฮมตันเมื่อสองวันที่ผ่านมามีจุดที่น่าประหลาดใจอยู่หลายจุด หนึ่งในนั้นคือจังหวะฟาวส์ของผู้เล่นเซาธ์แฮมป์ตันที่บอลแฉลบโดนมือในกรอบเขตโทษและจังหวะเข้าปะทะใส่ ซาดิโอ มาเน่ ในกรอบเขตโทษเช่นกัน

แต่ทั้งสองจังหวะนั้นกลับไม่เป็นจุดโทษ ไม่แม้แต่ได้รับความสนใจจาก VAR อย่างจริงๆ จังๆ คนที่หัวร้อนกับเรื่องนี้ที่สุดหนีไม่พ้นแฟนบอลลิเวอร์พูลที่ทนกับความไม่เที่ยงตรงของ VAR มานาน แต่คนที่เดือดดาลกับมันจนเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ก็คือ เจอร์เก็น คลอปป์  เจเค กล่าวสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยคเอาไว้ว่า “ผมคุมลิเวอร์พูลมาห้าปีครึ่ง แต่มีคนบอกกับผมว่าสถิติจุดโทษที่ผมได้รับกลับน้อยกว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในช่วงสองปีหลังมานี้เสียอีก!”

[นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความอยุติธรรมก็เปลี่ยนให้คนที่สุภาพและมีอารมณ์ขันมากที่สุดคนหนึ่งกลายเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาได้]

เจอร์เก็น คลอปป์พูดแบบนั้นออกไปไม่นานนัก โอเล่ กุนน่า โซลชา ที่มีแถลงข่าวก่อนเกมระหว่างแมนยูไนเต็ดกับแมนซิตี้ก็ถูกถามถึงประโยคที่เจเคพูดเอาไว้ และคำตอบของโซลชาก็คือ … หัวเราะอย่างไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงจังนักพร้อมกล่าว

“มันก็อาจเป็นข้อเท็จจริงนะครับ ข้อเท็จจริงที่ว่าเวลาสองปีของผมนั้นได้จุดโทษมากกว่าห้าปีของเขา แต่พวกเขาก็ควร … เอ่อ ไม่สิ ผมไม่รู้ว่าพวกเขาได้จุดโทษมากแค่ไหน เพราะผมไม่เคยนับสถิติของพวกเขามาก่อน ดังนั้นสิ่งที่ผมจะบอกก็คือ ถ้าพวกเขา[ลิเวอร์พูล]ต้องการเสียเวลานั่งนับว่า พวกผมได้ฟาวส์ในกรอบเขตโทษมากเท่าไหร่ก็ทำไป แต่สำหรับผม ผมจะไม่เสียเวลาทำแบบนั้น!”

แต่แฟนบอลอย่างแอดจะเสียเวลานับให้แล้วกันครับ

เจอร์เก็น คลอปป์คุมลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบันคือปี 2021 นับเฉพาะในเกมพรีเมียร์ลีก เจอร์เก็น ใช้เวลา 5 ปีนิดๆ แล้วได้จุดโทษไปทั้งสิ้น 30 ครั้ง

ส่วนโอเล่คุมแมนยูตั้งแต่ปี 2018 จนถึง 2021 เป็นเวลา 2 ปีนิดๆ และตลอดเวลานั้นจุดโทษที่เขาได้ในพรีเมียร์ลีกก็คือ 32 ครั้ง!!

[แปลกไหมครับ แปลกไหม เวลาสองปีนิดๆ ของโอเล่กุนน่าโซลชากลับได้รับจุดโทษเทียบเท่ากับที่เจอร์เก็น คลอปป์ได้รับ แต่ความแตกต่างกันก็คือ เจอร์เก็น คว้าสี่แชมป์ซึ่งเป็นรายการใหญ่ด้วยกันทั้งสิ้นอย่าง พรีเมียร์ลีก แชมป์เปียนลีก ซูเปอร์คัพ และแชมป์สโมสรโลก ส่วนโอเล่กุนน่าโซลชาได้มาอยู่แชมป์เดียวนั่นคือ แชมป์หญ้าสวย และถ้าจะนับแชมป์จุดโทษปี 2018-19 และ 2019-20 เขาก็คว้ามันไปได้ด้วยเหมือนกัน]

2.อัพเดทข่าวซื้อขาย

2.1 ทฤษฏีหนูเป้ซบรังหงส์ [ไม่ลือ-ไม่มั่ว]

เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นที่สื่อดังฝรั่งเศสอย่าง L’equipe ตีข่าวก่อนว่า “ลิเวอร์พูลกำลังติดตามสถานการณ์ของ คิเลียน เอ็มบัปเป้ ในตลาดซื้อขายครั้งนี้อย่างใกล้ชิด” เนื่องจากมีข่าวออกมาหลายละลอกแล้วว่า เอ็มบัปเป้ ไม่คิดจะต่อสัญญากับต้นสังกัดอย่าง PSG จนทำให้ตอนนี้ใครต่างก็รุมตามจีบคีเลียนกันทั้งนั้น

แต่ทีมที่จะคว้าตัวเขาไปดูเหมือนจะหนีไม่พ้นโคตรทีมอย่าง เรอัลมาดริด มากกว่า เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่า แม้ลิเวอร์พูลจะเป็นทีมที่ดึงดูดนักเตะก็จริง แต่กระเป๋าสตางค์ของพวกเขาไม่หนักเท่าที่ควร ทุกคนเชื่อแบบนั้นจนกระทั่ง…

กระทั่ง AS สื่อหัวใหญ่ของเรอัลมาดริดรายงานว่า : ลิเวอร์พูลคือตัวเต็งที่จะแย่งคีเลียนไปจากเรอัลมาดริด นอกจากนั้นยังรายงานอีกด้วยว่า เจอร์เก็น คลอปป์ต้องการตัวหนูเป้มากถึงขนาดที่มีการติดต่อกันเกิดขึ้นแล้ว! ในรายงานยังระบุต่อไปว่า เลอบรอน เจมส์ นักบาสเก็ทบอลที่ถือหุ้นในสโมสรลิเวอร์พูลนั้นคือกุญแจสำคัญที่ดีลครั้งนี้ เพราะ เลอบรอน นอกจากจะเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว เขายังเป็นตัวแทนนักกีฬาของไนกี้ซึ่งทำแคมป์เปญเดียวกับ เอ็มบัปเป้ อีกด้วย

ยัง ยัง เรื่องยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้น Fabrizio Romano [หนึ่งในเหยี่ยวข่าวที่น่าเชื่อถือ] ได้ให้สัมภาษณ์ในพอสแคส Que Golazo Pod ว่า “ลิเวอร์พูลไม่ต้องการที่จะใช้เงินมากมายในการเสริมทัพช่วง มกราคม นี้ เพราะพวกเขามีแผนที่โคตรเจ๋งรออยู่ในตลาดฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง”

[ถ้าข่าวจาก AS และ L’equipe เป็นจริง บางทีนะครับบางที “แผนที่โคตรเจ๋ง” ที่กำลังจะมาถึงในฤดูร้อนนี้อาจมีชื่อว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก็ได้ – มีคอมเมนต์ชาวต่างประเทศเขียนกันสนุกๆ ว่า ในมุมมองของคนทำธุรกิจย่อมเป็นธรรมดาที่กระหายอยากเห็นธุรกิจของตัวเองก้าวต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ ตอนนี้ลิเวอร์พูลมีเวิร์ลคลาสอย่าง ติอาร์โก้ อาคันทาร่าแล้ว ทำไม คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่มีข่าวไม่ต่อสัญญาจะเป็นรายต่อไปไม่ได้ ในเมื่อลิเวอร์พูลได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง ทั้งใช้งานเขาและขายต่อไป เพราะปัจจุบันคีเลียนมีอายุเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้นเอง]

2.2 รามอส

โชคชะตาเขียนทุกอย่างได้ขมเสมอ เมื่อในวันที่ลิเวอร์พูลเผชิญหน้ากับวิกฤตเซ็นเตอร์แบ็ค สูญเสียนักเตะชุดใหญ่ในตำแหน่งดังกล่าวไปทั้งหมด จนต้องดึงเอาฟาบินโย่กับเฮนเดอร์สันลงมาทดแทนจนเสียสมดุลในแดนกลาง เวลานี้ไม่ว่าจะมองทางไหน เครื่องจักรสีแดงก็จำเป็นต้องมีเซ็นเตอร์แบ็คเก่งๆ สักคนมาช่วยทีมเฝ้าแนวรับ และ…เซฆิโอ รามอส ยังไม่ต่อสัญญากับเรอัลมาดริด ทำให้เขาสามารถเจรจาย้ายทีมได้แบบฟรีๆ ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ !!

[เหมือนกับเราเจอคนที่เคยบาดหมางกันที่สุด ในวันที่โลกแตกและพระเจ้าก็ถามเราว่า ถ้าโลกนี้เหลือเขาแค่คนเดียวเจ้ายังจะยอมคบคนนี้เป็นแฟนไหม? – โชคดีที่คำตอบของลิเวอร์พูลก็คือ ไม่ เจมเพียช ยืนยันว่า เซ็นเตอร์แบ็คที่จะเข้ามาเป็นนักเตะหงส์แดงในซีซั่นนี้ต้องเป็นนักเตะที่อายุน้อย ดูมีอนาคตไกล และราคาไม่แพงเท่านั้น]

2.3 จินี่ ไวนาดุม

THE MIRROR รายงานว่า สัญญาฉบับใหม่ที่ลิเวอร์พูลยื่นให้ จินี่ ได้ล่มลงอีกครั้ง รายงานฉบับเดียวกันนั้นยังยืนยันด้วยว่า “ไวนาดุมไม่ต้องการอยู่กับลิเวอร์พูลอีกต่อไปแล้ว หัวใจของเขาได้ย้ายไปอยู่กับบาเซโลน่าเป็นที่เรียบร้อย” เรื่องของไวนาดุมนี้มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า คนที่เราควรจะเห็นใจมากที่สุดไม่ใช่สโมสรแต่เป็นไวนาดุมเอง เพราะสัญญาที่เขาได้รับอยู่ปัจจุบัน คือสัญญาฉบับแรกของเขากับลิเวอร์พูลซึ่งไม่เคยถูกเปลี่ยนมาก่อนเลย และเงินเดือนที่เขาได้รับนั้นอยู่ที่ 75000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น

2.4 David Alaba

Fabrizio Romano เหยี่ยวข่าวที่น่าเชื่อถือคลเดิม ได้เขียนลงใน ESPN ว่า “ลิเวอร์พูลคือหนึ่งในห้าทีมที่กำลังสนอกสนใจในตัว Alaba อย่างใกล้ชิด แต่เรอัลมาดริดก็ยังเป็นตัวเต็งในดีลนี้อยู่ดี”

END – ข่าวเยอะเป็นบ้าเช้านี้

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน