วิเคราะห์บอล : ทำไม Botman จึงกลายเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพหลังของลิเวอร์พูล ?

“ผมมาตามหาโรบินของผม”

ลิเวอร์พูลผ่านปี 2020 ไปด้วยความยากลำบาก แม้จะยืนหยัดบนหัวตารางพรีเมียร์ลีกได้ แต่การเก็บได้เพียง 33 คะแนน น้อยกว่าครึ่งปีแรกของฤดูกาล 2016/17 ที่ยังไม่มีฟาน ไดก์ในทีมก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า เกมรุกของเราต้องการเซ็นเตอร์แบ็คออกบอลเก่ง เกมรับอาจพอแก้ไขได้ด้วยการหมุนเวียนดาวรุ่ง แต่สิ่งที่ทดแทนไม่ได้คือวิสัยทัศน์จากแนวหลัง มองผ่านแว่นด้วยสายตาอันครุ่นคิดมาหลายเกมแล้ว การเสริมเซ็นเตอร์แบ็คน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของเจอร์เก็น คล็อปป์

แต่แฟนคลับรู้ ทุกสโมสรรู้ว่าสิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการยิ่งกว่าเซ็นเตอร์แบ็คในเวลานี้ก็คือเงิน ดังนั้นเป้าหมายที่เจเคต้องการจึงแทบเป็นไปไม่ได้ในตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคมนี้ ส่อแววแห้วใช้ดาวรุ่งวนไปคล้ายจะสิ้นหวัง แต่ในเวลาที่ฟ้ามืดดับสนิทสัญลักษณ์แห่งความหวังจะถูกฉายขึ้นสู่ท้องฟ้าของลุ่มแม่น้ำเมอซีในเมืองก๊อทแท่มเสมอ

ไม่ ไม่ใช่แบทแมน แต่เขาคือ โบทแมน “สเวน โบทแมน” ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่อายุกำลังจะครบ 21 ปีในวันที่ 12 มกราคมนี้ เหตุใดจึงกล้าออกตัวว่าเขาจะเป็น “ฮีโร่” ที่จะมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่อึดอัดของพญาหงส์แดง ไปหาคำตอบกัน

จิตวิญญาณนักสู้

ว่ากันว่า “ล้มแล้วลุก” คือคุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้เล่นที่จะได้ติดปีกหงส์แดง บังเอิญว่าโบทแมนก็เป็นนักฟุตบอลคนหนึ่งที่ผ่านความล้มเหลว ดุจกันกับผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมลิเวอร์พูลชุดปัจจุบัน

โบทแมนเคยมีอนาคตที่สดใสภายใต้ทีมเยาวชนของอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม เข้าร่วมสุดยอดสโมสรในฝันของแข้งดัตช์ตั้งแต่อายุ 9 ปี ผ่านบททดสอบแล้วไต่ระดับขึ้นมาจนติดทีมชาติชุด U19 ก้าวขึ้นสู่ระดับทีมสำรองของสโมสร แค่ก้าวขาซ้ายอีกก้าวเดียวก็จะได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ และได้รับคำวิจารณ์ตรงไปตรงมาจากเพื่อนร่วมทีมว่า

“เขาไม่เคยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเด็กที่มีความพิเศษเลยครับ แม้ว่าจะไต่ระดับขึ้นมาค่อนข้างง่าย แต่กลับไม่เข้ารูปกับพิมพ์เขียวของกองหลังสไตล์อายักซ์เลย ซึ่งไม่ต้องมีรูปร่างที่ใหญ่มาก แต่ต้องเล่นบอลได้ดีทั้งสองเท้า ไม่กลัวที่จะเลี้ยงบอล ต้องเล่นเป็นมิดฟิลด์ได้ เขาตัวใหญ่ เป็นกองหลังที่ดี แต่ต้องเรียนรู้ที่จะไม่กลัวการเล่นบอลและเลี้ยงบอล”

ฤดูกาล 2019/20 โบทแมนต้องย้ายทีมแบบยืมตัวไปเล่นให้กับสโมสรฮีเรนวีน สโมสรฟุตบอลในลีกสูงสุดเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเขาก็พิสูจน์ตัวเองในทันทีด้วยการลงเล่นทุกนาทีให้กับต้นสังกัดชั่วคราว ช่วยลดอัตราการเสียประตูต่อเกมจาก 2.15 เป็น 1.58 โดยไม่ได้รับใบเหลืองเลย ทำไป 2 ประตู 4 แอสซิสต์ ทำให้ทีมจบด้วยอันดับที่ดีกว่าเดิม

โชคชะตาช่างคล้ายเฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทีมใหญ่ในบ้านเกิด แม้ว่าอายักซ์จะเสียผู้เล่นชั้นดีไปหลายคน แม้ว่าจะไม่มีมัทไธจ์ เดอ ลิกต์แล้ว สเวน บอทแมนก็ยังไม่ได้รับโอกาส เขาถูกปล่อยให้ลีลล์ สโมสรฟุตบอลในลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส ด้วยราคาแค่ประมาณ 7 ล้านปอนด์เท่านั้น

ไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะได้เป็นตัวจริง แม้แต่ตัวของโบทแมนเองก็ตั้งเป้าหมายว่าจะเริ่มต้นที่ “การพัฒนา” ตัวเองก่อน ลีลล์นั้นเพิ่งปล่อยปราการหลังตัวหลัก กาเบรียล ไปให้อาร์เซนอล ทำให้อดีตกัปตันชาวฝรั่งเศสที่ชื่อว่า อดาม่า ซูมาโอโร่ ตั้งใจจะกลับไปยึดตำแหน่งคืน ผลปรากฏว่า ซูมาโอโร่ ต้องย้ายทีมกลับไปเจนัวอีกครั้ง เหตุเพราะไม่สามารถแย่งเวลาในการลงสนามมาจากเด็กใหม่วัย 20 ปีได้สักนาที สเวน โบทแมนสถาปนาตัวเองเป็นเซ็นเตอร์แบ็คตัวหลักฝั่งซ้าย กำลังช่วยให้ลีลล์เป็นรองจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียที่ห่างจากโอลิมปิก ลียงเพียง 1 ประตู และทีมของเขาเสียไปเพียง 12 ประตู มีแค่ปารีส แซง แฌร์กแมงต์ ที่เสียประตูน้อยกว่า และได้ผ่านรอบแบ่งกลุ่มยูโรป้าลีกได้สำเร็จ

สื่อชื่อดังของฝรั่งเศส GFFN จัดให้ สเวน โบทแมน อยู่ในอันดับที่ 27 ของผู้เล่นที่ดีที่สุดในประเทศฝรั่งเศสของปี 2020 ถือว่าสูงมากสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่

 

ความสามารถของโบทแมน

เจ้าเวหา – ส่วนสูง 193 ซม. เท่ากับเฟอร์จิล ฟาน ไดก์ รูปร่างสูงใหญ่ทำให้ยากที่ใครจะต่อกรกับเขากลางเวหา บอทแมนถือสถิติเอามีอัตราชนะการดวลกับคู่ต่อสู้ดีที่สุดใน 5 ลีกระดับท็อปของยุโรป และติดท็อปไฟว์ผู้เล่นที่เอาชนะลูกกลางอากาศได้มากที่สุดในลีกเอิง

จอมเก็บกวาด – โบทแมนมีความเร็วระดับหนึ่ง แต่การอ่านเกมของเขาถือเป็นของเด็ด

เป็นคนที่มีปฏิกิริยาค่อนข้างเร็ว สามารถสปริ้นท์ไปแก้สถานการณ์คับขันได้ มีเปอร์เซ็นต์การ recover มากที่สุดในลีลล์ เหมาะกับทีมที่ชอบดันแผงหลังขึ้นสูง

ดุดันแต่เฉียบขาด – สไตล์การเข้าบอลของโบทแมน ดูผ่าน ๆ แล้วคล้ายกับเดยัน ลอฟเรน คือดุดัน เข้าบอลเร็วถึงลูกถึงคน แต่โบทแมนเป็นคนที่ได้รับใบเหลืองน้อยมาก กับลีลล์เขาได้รับใบเหลืองแค่ 1 ครั้ง ยังไม่มีใบแดง เสียฟาล์วเพียง 6 ครั้ง และดักทางบอล (interceptions) ได้มากที่สุดในทีม

ในส่วนของเกมรับ เมื่อเทียบกับ ฟาบินโญ่แล้ว โบทแมนทำได้ดีกว่าเป็นเท่าตัวในฐานะเซ็นเตอร์แบ็คธรรมชาติ และยังมีความเร็วมากกว่า หากลิเวอร์พูลยังต้องใช้ฟาบินโญ่เป็นเซ็นเตอร์แบ็คอยู่ โบทแมนจะปิดจุดอ่อนเรื่องเกมกลางอากาศ เพิ่มเติมคือการอ่านเกม ความแข็งแกร่ง ความเร็วพอตัว ที่นาธาเนียล ฟิลลิปส์และรีส วิลเลียมส์ยังให้ไม่ได้

ซ้ายดีขวาได้ – โบทแมนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่ถนัดเท้าซ้าย ซึ่งหาได้ยากและเป็นที่ต้องการของทีมฟุตบอลสมัยใหม่ กล่าวคือ หากมีกองกลางคืนบอลให้ไปโบทแมนที่ยืนทางฝั่งซ้าย เขาสามารถผ่านบอลไปให้แบ็คซ้ายได้ทันทีโดยไม่ต้องแต่งบอลเข้าเท้าขวา ลดระยะเวลาและความเสี่ยงที่จะถูกตัดบอล ในขณะเดียวกัน โบทแมนก็สามารถใช้เท้าขวาเล่นบอลได้ไม่ติดขัด สามารถเลี้ยงบอลได้ดีด้วย

วางบอลแม่น – เท้าซ้าย (และขวา) ของโบทแมนสามารถใช้วางบอลขึ้นหน้าได้ด้วย และความสามารถนี้ทำให้เพื่อนร่วมทีมชอบส่งบอลไปให้โบทแมนตั้งเกม ทำให้เขาเป็นคนที่ผ่านบอลมากที่สุด สำเร็จมากที่สุด และมีระยะไกลมากที่สุด หรือเป็นคนที่ผ่านบอลขึ้นหน้ามากที่สุดในทีมลีลล์นั่นเอง [และนี่คือคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของ เวอร์กิล ฟานไดก์ และ เดยัน ลอฟเลน ที่ลิเวอร์พูลกำลังตามหามาทดแทน]

เจเคต้องการให้คู่เซ็นเตอร์แบ็คของเขาเป็นจุดเริ่มต้นในการวางบอล ซึ่งในทีมปัจจุบัน นอกจากฟาบินโญ่แล้ว มีเพียงบิลลี่ กูเมติโอที่ทำได้ในระดับน่าพอใจ แต่เกมรับทำให้น้องยังไม่พร้อมขึ้นเป็นตัวจริง โบทแมนตอบโจทย์แน่นอน

จุดอ่อน – ด้วยอายุและประสบการณ์ ทำให้ยังมีความผิดพลาดในการยืนตำแหน่งอยู่บ้าง ทำให้ต้องออกแรงในการวิ่งไปแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องระวังในการเจอกับตัวรุกความเร็วสูงและรอบจัดในพรีเมียร์ลีก แต่สถิติการเสียบอลก็ไม่ได้น่าเกลียดนัก เสียบอลเพียง 3 ครั้ง ซึ่งน้อยที่สุดในทีมแล้ว อีกเรื่องที่ยังไม่เห็นความโดดเด่นคือการเติมขึ้นไปโหม่งทำประตู ยังทำประตูแรกให้ลีลล์ไม่ได้

เหตุใดลิเวอร์พูลจึงอยากได้และควรได้โบทแมนมาร่วมทีม

เมื่อมองไปที่ลิสต์เซ็นเตอร์แบ็ค คล็อปป์พบว่า ไม่มีใครยินดีปล่อยตัวในราคาที่ไม่บวก ไม่ว่าจะเป็น เบน ไวท์, กุนเด้, โคนาโต้, อูปาเมกาโน่,  สคริเนียร์ แต่ละคนต่างก็มีค่าตัวระดับ 50 ล้านปอนด์ขึ้นไป ซึ่งสโมสรอาจไม่อยู่ในสถานะที่พร้อมจะจ่าย

สเวน โบทแมนก็ไม่ได้มีราคาถูก แต่ลีลล์นั้นกำลังมีปัญหาหนี้สะสมระดับสองร้อยล้านยูโร! วิกฤตการเงินของลีลล์ช่างลงตัวเหลือเกินกับวิกฤตเซ็นเตอร์แบ็คของลิเวอร์พูล บางทีนะครับ บางทีการปล่อยตัวผู้เล่นในราคาประมาณ 25 ล้านยูโรก็เป็นทางออกที่ควรทำในเวลานี้

โบทแมนนั้นยังเป็นผู้เล่นที่ได้จับคู่กับ โจเซ่ ฟอนเต้ ปราการหลังวัยเก๋า สมัยที่เล่นให้เซาแธมป์ตัน โจเซ่ นั้นเคยประคองรุ่นน้องที่ชื่อเดยัน ลอฟเรน หลังจากนั้นไม่นานลิเวอร์พูลก็ซื้อลอฟเลนไป

เมื่อตอนที่ฟาน ไดก์ย้ายมาเกาะอังกฤษใหม่ ๆ ฟอนเต้ก็เป็นคู่หูและพี่เลี้ยง หลังจากนั้นไม่นานลิเวอร์พูลก็ซื้อฟานไดก์ไป

หากลิเวอร์พูลได้ตัวโบทแมนไป จะถือเป็นครั้งที่สามของฟอนเต้ในการเสียคู่หูให้ยอดทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

“มีแววเสียคู่หูอีกแล้ว แต่ยินดีช่วยเหลือเสมอนะครับ” ฟอนเต้ โพสต์ลงโซเชียวมีเดียของเขาเอาไว้แบบนั้น

ด้วยศักยภาพ สไตล์การเล่น และระดับราคา สมควรอย่างยิ่งที่ลิเวอร์พูลควรรีบปิดดีล พาโบทแมนมาประสานงานทางฝั่งซ้ายกับคู่หูร็อบโบ้โดยด่วน ก่อนที่ทีมตามอยู่จะคว้าไป

ถ้าสถานการณ์เซ็นเตอร์แบ็คของลิเวอร์พูลคือท้องฟ้า มันก็คงเป็นท้องฟ้าที่มืดสนิทแล้ว ดังนั้นถึงเวลาเสียทีที่ BATMAN เอ้ย BOTMAN จะปรากฏกาย

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

JB รายงาน