12 เหตุการณ์ประทับใจของลิเวอร์พูลตลอดปี 2020

1.เอเชียคนแรก

หลังจากที่ทำประตูใส่ลิเวอร์พูลในเดือนตุลาคม สโมสรก็ตัดสินใจว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะนำดาบซามูไร “ทาคูมิ มินะมิโนะ” มาลับคมเพิ่ม ในวันที่ 19 ธันวาคม 2019 สโมสรยืนยันการเซ็นสัญญากับดาวเตะจากเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 7.25 ล้านปอนด์

“ทาคิ” เปิดตัวเป็นทางการกับลิเวอร์พูลในวันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นผู้เล่นคนแรกของทศวรรษใหม่ และเป็นคนเอเชียคนแรกในทีมชุดใหญ่ของสโมสรลิเวอร์พูล “เหมือนฝันไปเลยฮะ เพราะความฝันคือได้เป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูล ผมตื่นเต้นมากที่มันกลายเป็นความจริง” เดือนมกราคม ยังเป็นเดือนที่ลิเวอร์พูลชนะรวด 4 เกมในลีก เก็บ 12 คะแนนเต็ม สามารถเอาชนะได้ทั้งท็อตแนมฮ็อตสเปอร์ส, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, และวูล์ฟแฮมป์ตัน

2.สติหลุด

เข้าเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าพญาหงส์แดงยังคงเก็บชัยชนะในลีกแบบนันสต็อป อัดเซาแธมป์ตัน, นอริช, เวสต์แฮม เวลานั้นคือไม่มีใครกล่าวถึงการลุ้นแชมป์ลีกแล้ว ประเด็นเปลี่ยนไปเรื่อง “แชมป์ไร้พ่าย” พวกเขาไม่แพ้ใครมา 44 เกม ซึ่งขาดอีกเพียง 5 เกมก็จะเทียบเท่าตำนานอาร์เซนอล แล้วเมื่อดูจากฟอร์มแล้ว แฟนปืนใหญ่ก็หวั่น ๆ ว่าจะโดนแย่งเกียรติประวัติที่พวกเขาหวงแหนไว้มาเกือบ 16 ปี แถมยังอยู่ในเส้นทางป้องกันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก

แต่แล้วลิเวอร์พูลก็เริ่มสติหลุด ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ลิเวอร์พูลไปเยือนสนามเหย้าของแอตเลติโก มาดริดด้วยใจที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากสถานการณ์โลกกำลังวุ่นวาย เริ่มระบาดหนักในประเทศสเปน และผู้เล่นคนแรกที่สติแตกก็คือ ซาดิโอ มาเน่ จากการโดนแนวรับตราหมีตอดเล็กตอดน้อย เล่นตุกติกตลอดครึ่งแรก ประกอบกับทีมโดนขึ้นนำเร็ว มาเน่เริ่มเล่นไม่ออกและหงุดหงิดจนโดนใบเหลืองแก่ ๆ ในนาทีที่ 40 คล็อปป์จำเป็นต้องถอดพ่อพระเอกหัวร้อนไปพักในช่วงพักครึ่ง และเมื่อไม่มีมาเน่ ลิเวอร์พูลก็แผลงฤทธิ์ไม่ออก แพ้ไปในเลกแรก

ต่อมาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ วันที่แฟนบอลลิเวอร์พูลไม่อยากให้มีจริงก็มาถึง จ่าฝูงบุกเยือนวัตฟอร์ด ทีมหนีตกชั้นในเวลานั้น ใครก็คิดว่ารังเจ้าแตนพังแน่ เพราะหงส์แดงไม่มีนโยบายแจกแต้มในฤดูกาลนั้น แต่แล้ว ผู้เล่นลิเวอร์พูลก็เริ่มสติหลุด และเป็นเรื่องสุดช็อกที่บุคคลนั้นคือ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในทีม หายนะในวันนั้นเริ่มต้นที่ ฟาน ไดก์เบียดอยู่กับ เคราร์ด เดโลโฟว ช่วงประมาณนาทีที่ 32 ทั้งคู่ล็อกแขนกัน ซึ่งไม่ได้เป็นการฟาล์ว แต่ด้วยความใหญ่ของตัวที่ต่างกันถึง 16 ซม. เมื่อเดโลโฟวล้มลงแต่ฟาน ไดก์ไม่ล้ม ก็ทำให้เข่าของนักเตะร่างเล็กบิดจนเอ็นฉีก ต้องถูกหามออกจากสนาม

ฟาน ไดก์ผู้เป็นคู่กรณี ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ สีหน้าของเขาดูไม่ดีเมื่อเห็นอาการของเดโลโฟว และใจของเขาก็หลุดลอยไปนอกสนาม จนกระทั่งในนาทีที่ 54 ลอฟเรนประกบพลาด ฟาน ไดก์หยุดดูกูเร่ไม่อยู่ จ่ายบอลผ่านหน้าไปให้ซาร์ทำประตูแรก ต่อมาในนาทีที่ 60 ฟาน ไดก์ก็เช็คตำแหน่งพลาด บอลผ่านหน้าหลุดไปถึงซาร์คนเดิมหลุดไปทำประตูที่สอง

ปิดท้ายที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ จ่ายบอลพลาดให้ซาร์จ่ายย้อนไปให้ทรอย ดีนีทำประตูปิดกล่อง ถือเป็นการปิดเดือนแห่งความสติหลุดที่แฟนบอลไม่อยากจำ จบสถิติไร้พ่ายในลีกที่ 44 เกม

3.อาดริอุส

เดือนมีนาคม สถานการณ์โลกตึงเครียดเข้าไปทุกที เริ่มมีข่าวที่ไม่ค่อยดีว่าฟุตบอลลีกอาจไปไม่ถึงเกมสุดท้าย กระแสบาง ๆ บอกว่า ฤดูกาล 2019/20 อาจเป็นโมฆะ ในเดือนมีนาคม ลิเวอร์พูลมีเกมให้ลงเล่นเพียง 3 เกม เอาชนะเชลซีในศึกเอฟเอคัพรอบ 5 ได้ เกมชัยชนะเกมที่ 29 ในลีกได้ ถ้าไม่แพ้วัตฟอร์ด พวกเขาจะได้แชมป์ลีกหลังเกมนั้น ค่อนข้างน่าเสียดาย เพราะเกมกับบอร์นมัธคือเกมสุดท้ายที่อดัม ลัลลาน่าได้ลงเล่นภายใต้ชุดแข่งลิเวอร์พูล

เกมสุดท้ายก่อนล็อคดาวน์ ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์รอล้างแค้นตราหมีจอมตุกติก แอตเลติโก มาดริด ก่อนเกมมีไฮไลท์นิดนึง เมื่อคล็อปป์ไม่เห็นด้วยกับการให้แฟนบอลจากสเปนเข้าชมเกมภายใต้สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง และปฏิเสธที่จะแตะมือกับแฟนบอลของทีมตราหมี

ภายใต้เสียงเชียร์ของแฟนบอล เจ้าหงส์แดงคุมเกมได้ดีมาก ทำประตูขึ้นนำกลับมาเสมอกันสองเกม ในขณะที่ผู้เล่นตราหมีทำอะไรไม่ได้มากนักและไม่สามารถหาจังหวะที่เจ้าบ้านจะทำพลาดได้ตลอด 90 นาที เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ฟิร์มิโน่ยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 94 ลิเวอร์พูลกำลังจะพลิกชนะเข้ารอบอีกครั้งแต่… แต่เมื่อทดเวลาบาดเจ็บผ่านไปอีก 7 นาที อาเดรียนซึ่งสามารถจ่ายบอลออกซ้ายขวา หรือจะสาดไกลออกไปนอกโลกก็ได้ไม่มีใครว่า กลับรีบเล่นเร็ว จ่ายบอลตรง ๆ ไปเข้าเท้าเจา เฟลิกซ์จ่ายบอลต่อให้มากอส ญอเรนเต้ซัดบอลซึ่งไม่ค่อยไกลตัวแต่อาเดรียนก็ยุ่งพุ่งไปปัดไม่ถัด ถึงจุดนั้นคือลิเวอร์พูลเสียอะเวย์โกล ยากจะกลับมาหากไม่เล่นพาวเวอร์เพลย์ ซึ่งก็เข้าทางทีมเยือน โมราต้าหลุดไปทำประตู โจ โกเมซพยายามเบียดเข้าเท้าซ้าย แต่อาเดรียนก็ยังคงเซฟไม่ได้ จบเส้นทางป้องกันแชมป์ยุโรปด้วยคำว่า “อาดริอุสสสส”

เรื่องบวกอย่างเดียวหลังเกมนั้นคือ ลิเวอร์พูลไม่ต้องฝืนเล่นเกมยุโรปภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีช่วงเวลาให้พักแข้ง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนักตอนเปิดฤดูกาล เหมือนอย่างที่ทีมจากแมนเชสเตอร์ไม่มีช่วงเวลาพรีซีซั่น นี่ขนาดลิเวอร์พูลพอจะมีพรีซีซั่นยังเจ็บทั้งทีมขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน ไม่อยากจะนึก

4.ถ้าไม่มีล็อกดาวน์ ลิเวอร์พูลจะ…

เดือนเมษายน สโมสรฟุตบอลทั่วโลกเข้าสู่กระบวนการล็อกดาวน์เต็มตัว หมายความว่า ไม่มีฟุตบอลให้ดูน่ะเซ่

ถ้าไม่มีสถานการณ์ที่จะทำให้ต้องล็อกดาวน์ ลิเวอร์พูลจะทำอะไรได้บ้าง

– เป็นแชมป์ลีกใน เดือนเมษายน ซึ่งจะถือเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

– ได้กองหน้าคนใหม่ เพราะ เจเคมีสัญญาใจกับ “ทีโม แวร์เนอร์” มาเป็นปีแล้ว

– ได้กองกลางคนใหม่ ลิเวอร์พูลเล็งที่จะซื้อ เดนิส ซากาเรียในช่วงซัมเมอร์ 2020

แต่การขาดรายได้จากการตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงค่าตั๋วจากแฟนบอล ทำให้สถานการณ์การเงินไม่เป็นใจ แผนทุกอย่างถูกเลื่อนออกไป รวมถึงแผนการต่อเติมสนามแอนฟิลด์ด้วย

5. ความเป็นหนึ่งเดียว จะพาเราผ่านพ้นวิกฤติ

ช่วงล็อคดาวน์เป็นช่วงเวลาที่เปราะบาง เนื่องจากความยากลำบากในการควบคุมพฤติกรรมของนักฟุตบอล เริ่มมีข่าวในทวิตเตอร์รายงานการแหกคอกกฎการล็อกดาวน์ของนักฟุตบอลหลายต่อหลายคน แต่หนึ่งในสโมสรที่ไม่เคยมีข่าวให้ชวนปวดหัวก็คือ ลิเวอร์พูล พวกเขาทำมันได้ยังไงน่ะเหรอ?

ก่อนจะแยกย้ายกันไปกักตัวที่บ้าน ทีมโค้ชได้แจกจ่ายตารางการซ้อมให้ผู้เล่นลิเวอร์พูลทุกคนไปปฏิบัติที่พำนักอาศัย ทำอย่างเคร่งครัดในทุก ๆ วัน

ในทุกเช้า เจอร์เก็น คล็อปป์จะวิดีโอคอลล์หาผู้เล่นทีมชุดใหญ่ เพื่ออัพเดตสถานการณ์ ให้กำลังใจ แฟนบอลจะได้เห็นว่าผู้เล่นทำอะไรกันบ้าง และเราก็ได้เห็นผู้เล่นทุกคนอยู่ในห้องฟิตเนสส่วนตัว และที่เข้มที่สุดคือ สั่งปรับผู้เล่นที่เข้าประชุมสาย ซึ่งไม่มีใครต้องจ่ายเงิน

ในเดือนพฤษภาคมนี้ คล็อปป์ยังได้วิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์กับทีโม แวร์เนอร์ด้วย เป็นการเจอหน้ากันครั้งแรก

6.สิ้นสุดกันทีไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน

เข้าเดือนมิถุนายน ทีโม แวร์เนอร์ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมเชลซี เป็นไฮไลท์เล็ก ๆ ที่ทำให้แฟนบอลบ่นบอร์ดลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีกหาแนวทางจนเกิด รีสตาร์ท โปรเจ็ค ฟุตบอลกลับมาแข่งขันอีกครั้งภายใต้สนามปิด และมาตรการการป้องกันที่เคร่งครัด สำหรับลิเวอร์พูลแล้ว พวกเขาต้องการอีกแค่ 3 คะแนนครึ่งก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก

แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกต้องรออีกนิด เมื่อทำได้แค่เสมอกับเอฟเวอร์ตัน แต่เกมถัดมาเอาชนะคริสตัน พาเลซได้ หมายความว่า พวกเขาจะไปเอาแชมป์ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ในคำคืนนั้นของวันที่ 26 มิถุนายน เป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นลิเวอร์พูลรวมตัวกันเชียร์บอลคู่อื่น (ภายในโรงแรมที่ห้ามบุคคลนอกเข้าพัก)

ไฟว์ โฟร์ ทรี ทู วัน… เมื่อเสียงนกหวีดที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ดังขึ้น เสียงกู่ร้อง “แชมพิโอล่า แชมพิโอล่า” ก็ดังสนั่นโรงแรมจากความบ้าคลั่งของผู้เล่นลิเวอร์พูล พวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์อย่างเป็นทางการแล้ว ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

บังเอิญเหลือเกินที่แต้มของลิเวอร์พูลในการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเวลานั้นหยุดอยู่ที่ 96 ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่จารึกจิตวิญญาณทุกดวงของแฟนบอลในเหตุการณ์ฮิลโบโร่เอาไว้บนคอเสื้อด้านหลัง … แต่ โลกนี้เคยมีเรื่องบังเอิญด้วยอย่างงั้นหรือ ?

ผู้เล่นและโค้ชฉลองกันข้ามสัปดาห์แบบเมาเละเทะ อีกสองสัปดาห์ถัดมา ไปเดือนเข้าสนามให้ผู้เล่นแมนเชสเตอร์ซิตี้ยืนตั้งแถว Guard of Honor ปรบมือให้เกียรติแชมป์ใหม่

ผลจบลงที่คนเมาเดินเซโดนถล่มเละเทะสี่ประตูต่อศูนย์ แต่แล้วไงใครแคร์ ก็นี่แชมป์พรีเมียร์ลีกไงล่า สะใจชะมัด

7. ค่ำคืนของกัปตันและลูกทีม

เข้าสู่เดือนกรกฎาคมด้วยการแพ้ยับต่อแมนเชสเตอร์ซิตี้ แต่เป็นการแพ้ที่ไม่มีผลอะไรต่อจิตใจที่ลอยไปอยู่ที่ถ้วยแชมป์แล้ว ในเดือนสุดท้ายของซีซั่นนี้ ผลงานของลิเวอร์พูลก็ไม่ได้ดีนัก มีทั้งแพ้และเสมอ แต่ก็นั่นแหละ เกมสุดท้ายพวกเขาเอาชนะนิวคาสเซิลเก็บคะแนน ที่ 99 ได้สำเร็จ ถือเป็นคะแนนที่มากที่สุดอันดับสองของพรีเมียร์ลีก

แม้จะมีอาการบาดเจ็บ แต่ไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งโมเมนต์แห่งแชมป์ของกัปตันจอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ เขาเดินกะเผลก ๆ ไปที่หน้าถ้วยรางวัล สลัดความรู้สึกทั้งปวงทิ้งแล้วซอยเท้ายับแล้วชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างสะใจ ถือเป็นกัปตันลิเวอร์พูลยุคพรีเมียร์ลีกที่ประสบความสำเร็จสูงสุด คว้าได้หมดทั้งลีกคัพ, สโมสรโลก, ซูเปอร์คัพ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, และพรีเมียร์ลีก

การฉลองแชมป์ในคืนนั้นปราศจากแฟนบอล เพราะฉะนั้นภารกิจของกัปตันและลูกทีมของเขายังไม่จบ พวกเขาจะกลับไปที่แอนฟิลด์ เพื่อซอยเท้าและชูถ้วยอย่างบ้าคลั่งต่อหน้าสักขีพยานกว่าห้าหมื่นคน

หนึ่งวันหลังจากฉลองแชมป์ที่แอนฟิลด์ อดัม ลัลลาน่าย้ายออกจากทีม และเดยัน ลอฟเรนย้ายไปเป็นกัปตันทีมเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ปิดตำนานกองหลังที่ตัวสำรองที่เก่งที่สุดในโลก และแอสการ์ดมีเทพเจ้าสายฟ้า แต่ลิเวอร์พูลจะจดจำเอาไว้ว่า พวกเขาเคยมีเทพเจ้าทองม้วนเป็นหนึ่งขุมกำลังคว้าแชมป์

8.ปิดจ๊อบแบ็กซ้ายตัวสำรอง

ตลาดซื้อขายในช่วงพรีซีซั่นของปี 2020 ไม่เหมือนปีอื่น สโมสรมีเวลาแค่ประมาณ 1 เดือนในการเสริมทัพให้เสร็จสิ้น ซึ่งลิเวอร์พูลก็ทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วยการเสริมแบ็คซ้ายที่จะมาช่วยงานแอนดี้ โรเบิร์ตสัน

เริ่มแรกพวกเขาอยากได้จามาล ลูอิส ของดีจากทีมตกชั้น นอริช ซิตี้ แต่เมื่อรู้ว่าโดนโขกราคาถึง 20 ล้านปอนด์ ก็รีบเปลี่ยนไปปิดดีลกับโอลิมเปีย กอสเพื่อคว้าตัวเจ้าชายสายฟ้า คอสตาส ซิมิคาส ในเวลาไม่ถึง 24 ชม.

ในวันสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ลิเวอร์พูลลงแข่งศึกคอมมูนิตี้ชิลด์กับอาร์เซนอล แม้จะแพ้การดวลจุดโทษ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทาคูมิ มินะมิโนะกลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูแรกได้ในฤดูกาลใหม่

9. เวิร์ลคลาสคนแรก และคนต่อไป

นับตั้งแต่ปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูลโดนแฟนบอลบ่นทุกวันเรื่องการเสริมตัว แม้สำนักข่าวต่าง ๆ จะพยายามอธิบายถึงผลกระทบที่ทำให้ขาดรายได้ในขณะที่มีแต่ค่าใช้จ่าย แต่ในที่สุด ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด ผอ.กีฬาคนเก่งคนดีคนเดิมก็มอบบิ๊กเซอร์ไพรซ์ให้แฟนบอลชนิดแทบตกเก้าอี้

เซอร์ไพรซ์แรก หลังจากที่เรื่องราวระหว่าง เตียโก้ อัลกันตารา กับลิเวอร์พูลนั้นคางคาบนหน้าสื่อมาเป็นเดือนจนแฟนบอลถอดใจ ศุกร์ที่ 18 กันยายน สโมสรก็ประกาศเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลระดับเวิร์ลคลาสคนแรกของสโมสรสนนราคาเพียง 20 ล้านปอนด์ แฟนบอลยังตื่นเต้นกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง สโมสรก็ลั่นกระสุนนัดที่สอง ปัง !

ลิเวอร์พูลประกาศเซ็นสัญญากับศูนย์หน้า ดิโอโก โชต้า มาจากวูล์ฟแฮมป์ตันด้วยราคา 41 ล้านปอนด์

นักฟุตบอลสองคนราคารวมกันกว่า 60 ล้านปอนด์ ลิเวอร์พูลสามารถเสริมเข้าทีมได้ทั้งที่ขาดรายได้ ก็เป็นเพราะว่า สามารถขาย โอวี่ อาจาเรียได้ 3 ล้านปอนด์, คีจาน่า ฮูแฟร์ 9 ล้านปอนด์, เฮอร์บี้ เคนอีกล้านกว่า ๆ และริอาน บริวสเตอร์ได้ถึง 18 ล้านปอนด์ [ซึ่งตอนนี้เราคงขายใครให้เชฟฟิลด์ยูไนเต็ดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว] แต่ที่สำคัญคือ เอ็ดเวิร์ดสามารถเจรจากับบาเยิร์นขอจ่ายค่าตัวติอาโก้งวดแรก 4 ล้านปอนด์ และขอจ่ายค่าตัวโชต้างวดแรก 5 ล้านปอนด์ รวมกันแล้ว จ่ายเงินสองคนรวมกันในปีแรกเพียง 9 ล้านปอนด์เท่านั้นเอง

ลิเวอร์พูลเปิดซีซั่นได้สวยงามด้วยการชนะสามเกมรวด แม้จะต้องเจอคู่แข่งอย่าง ลีดส์, เชลซี, และอาร์เซนอล ซึ่งในเกมกับเชลซี ติอาโก้โชว์เวิร์ลคลาส เขาลงสนามในครึ่งหลัง และทำสถิติจ่ายบอลสำเร็จ 75 เป็นการจ่ายบอลที่มากที่สุดเวลา 45 นาที ต่อมาก็เป็นโชว์เปิดตัวโชต้า ลงสนามไปทำประตูปิดกล่องคุกกี้อาร์เซนอล

10. คู่ต่อสู้ตัวจริงปรากฏตัว

หลังจากเปิดฤดูกาลอย่างยอดเยี่ยม โชคชะตาก็เริ่มรู้สึกว่าลิเวอร์พูลชักจะเหิมเกริมมากไปแล้ว จึงส่งศัตรูตัวฉกาจลงมาเผด็จศึกลิเวอร์พูล นั่นคือ “อาการบาดเจ็บ” เริ่มที่การทำให้ ติอาโก อัลกันตารา กักตัว 14 วันต่อด้วยอลิสซอน เบ็คเกอร์เจ็บเส้นเอ็น และผลลัพธ์คือแพ้แอสตัน วิลล่า เละเทะ เมื่ออัลกันตารากลับมาได้และกำลังจะทำให้ทีมชนะเอฟเวอร์ตัน  โชคชะตาหรี่ตามองลิเวอร์พูลอย่างไม่สบอารมณ์ โชคชะตาไปคุยกับฟ้า[FA]ว่าจะทำอย่างไรดี สุดท้ายจึงส่ง “วีเออาร์” ลงมาจับล้ำหน้าซาดิโอ มาเน่ และทำให้ฟาน ไดก์และอัลกันตาร่าเจ็บหนัก สามกองหน้าก็เริ่มล้าและฟอร์มตก

แต่เจอร์เก็น คล็อปป์หาได้แคร์อุปสรรค เมื่อมีโชต้าในมือ วันที่ 25 ตุลาคม โชต้าซัดประตูชัยให้ทีมเอาชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และปิดเดือนด้วยการซัดประตูขึ้นนำใส่มิดทิลแลนด์ในศึกยูซีแอล

11.พฤศจิกาหมาป่าสยายปีก

แฟนลิเวอร์พูลยิ้มปากกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดาวซัลโวคนใหม่ยังผลิตสกอร์ไม่ยอมหยุด เริ่มต้นที่ซัดประตูวินเนอร์ใส่เวสต์แฮม  ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำประตูได้ใน 4 เกมแรกที่แอนฟิลด์นับตั้งแต่หลุยส์ การ์เซีย แถมในเกมนั้นยังได้กองกลางคนใหม่แต่หน้าเก่า เซอร์ดาน ชากิรี่กลับจ่ายบอลทะลุเงาด้วย

4 พฤศจิกายน โชต้าทำประตูครั้งแรกให้กับลิเวอร์พูลในฐานะทีมเยือน และเป็นการทำแฮตทริกครั้งแรกด้วย

หลังจากบุกไปเก็บผลเสมอจากแมนเชสเตอร์ซิตี้มาได้ ลิเวอร์พูลต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของอีกหนึ่งคู่แข่งลุ้นแชมป์ และยังคงเป็นดิโอโก โชต้าทีทำประตูได้ ลิเวอร์พูลปิดเดือนพฤศจิกายนแบบไม่สวยนัก เมื่อทำได้แค่เสมอไบร์ทตัน 1-1 และคนทำประตูก็ยังคงเป็นโชต้าคนเดิม

เขาคนเดียวกันนี้คือคนที่ทำประตูที่ 9999 และ 10000 ให้กับลิเวอร์พูลกลายเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสร

เรามีสำนวนที่พูดกันอย่างสนุกๆ ถึงคนที่เก่งอยู่แล้วได้ปัจจัยเกื้อหนุนก็ยิ่งทำให้เก่งขึ้นไปอีกว่า “เสือติดปีก” แต่โจต้าไม่ใช่เสือเพราะเขาไม่ได้มาจากฮัลซิตี้ โจต้ามาจากวูล์ฟแฮมตันดังนั้นเมื่อมาอยู่กับลิเวอร์พูลจริงเป็น “หมาป่าสยายปีก” แทน

พฤศจิกา เดือนนี้คู่ต่อสู้ตัวจริงเล่นลิเวอร์พูลอย่างหนัก ซาลาห์ป่วย โจ โกเมซเจ็บหนักระหว่างฝึกซ้อมกับทีมชาติ (ฤดูกาล) รวมถึงเทรนต์ที่เจ็บในเกมกับแมนซิตี้ ชากิรี่ที่กลับมาเล่นดีก็กลับไปเจ็บอีกครั้ง รวมถึงนาบี เกอิต้าด้วย

เจเคสู้อุปสรรคด้วยการใช้งานดาวรุ่ง และฟาบินโญ่แบกแผงหลัง ซึ่งทำผลงานได้ดีทีเดียว

12. ทาคิเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ถ้าคุณเคยได้ยินสำนวน “รักไปเจ็บไป” การดูลิเวอร์เล่นในปีนี้คงเป็นสำนวน “สู้ไปเจ็บระทมไป” แทน

ธันวาคมเริ่มต้น ดิโอโก้ โชต้าโดนกระแทกในเกมกับมิดทิลแลนด์จนต้องพัก 2 เดือน ซิมิคาสก็เจ็บกล้ามเนื้อพักในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โจเอล มาติปเจ็บออด ๆ แอด ๆ และล่าสุดก็มีกำหนดแล้วว่ากว่าจะหายกลับมาต้องใช้เวลาสามสัปดาห์

เจเค หรือ บอร์ดบริหาร ก็ไม่อาจทราบหัวรั้นที่ไม่ยอมหาใครมาเติมตำแหน่งที่ขาดหายไปของ เดยัน ลอฟเลน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะบีบให้พวกเขาต้องหาใครสักคนเข้ามาอยู่ดีในเดือนมกราคมนี้

ไฮไลต์ของเดือนธันวาเกิดขึ้นในเกมที่ถล่มคริสตัล พาเลซไป 7 ประตู ทาคูมิ คล็อปป์ทำเซอร์ไพรซ์ด้วยการส่งทาคูมิ มินะมิโนะเป็นตัวจริงก่อนโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ในวันที่ 19 ธันวาคม คล็อปป์ต้องการพักดาวซัลโวของเขา และลองดูพัฒนาการของทาคิที่ถูกฝึกเพิ่มเรื่องร่างกายและการเคลื่อนที่ ยังไม่ถึง 3 นาที ทาคิก็ได้ค้นพบ “สัญชาติญาณพิเศษ” ที่บอกให้เขาแตะบอลหลบกองหลังแล้วค่อยซัดบอลเข้าประตู ซึ่งโดยปกติแล้วทาคิมักใช้สมองในการเล่นฟุตบอลเป็นหลัก แต่จากนี้เราอาจเห็นการสัญชาตญาณของซามูไรหนุ่มมากขึ้นก็ได้

เรื่องที่คนไม่ค่อยสังเกตคือ สมัยคุมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เจเคเคยพาทีมเถลิงแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัย และหลุดเป็นรองแชมป์ในปี 2012/2013 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่กองกลางทีมชาติญี่ปุ่น ชินจิ คางาวะ ย้ายออกจากทีม และเจเคก็พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จครั้งแรกในปีที่คว้า มินะมิโนะ เข้าทีม คิดดูสิ ดอร์ทมุนด์ได้แค่รองแชมป์สองปีติดทั้ง ๆ ที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกีเป็นดาวซัลโว ลิเวอร์พูลก็ได้แค่รองแชมป์ทั้ง ๆ ที่เคยนำจ่าฝูงถึง 7 คะแนนแถมยังแพ้แค่ 1 เกม ใครจะไปรู้  ผู้จัดการชาวเยอรมันอาจต้องการผู้เล่นจากญี่ปุ่นเป็นตัวเสริมดวงในการคว้าแชมป์ลีกก็เป็นได้ ?

13 – ส่งท้าย [ตามคอนเซปต์ของเพจที่ต้องมีบทสรุป 13 ข้อหลังเกมเสมอ]

ย้อนเวลากลับไปในเดือนมิถุนายน วันที่ลิเวอร์พูลเป็นแชมป์และเมาเละเทะจนพ่ายแพ้ต่อแมนซิตี้ 4-0 ถ้าวันนั้นมีคนเดินมาบอกคุณว่า “ระวังเอาไว้นะ พรีเมียร์ลีกซีซั่นถัดไป ครึ่งปีแรกลิเวอร์พูลจะมีนักเตะเจ็บมากกว่าครึ่ง ไม่มีเซ็นเตอร์แบ็คใช้ทั้งฟานไดก์ โกเมส แถมอลีสซงก็เจ็บสองรอบๆ ละ 3-4 สัปดาห์ และ VAR ก็ยึดคะแนนจากลิเวอร์พูลไปมากที่สุดในลีกถึง 5 แต้มจาก 14 เกม ระวังเอาไว้นะเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นแน่ๆ แต่…เชื่อผมไหมว่าลิเวอร์พูลจะยังคงยืนอยู่บนหัวตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกได้!”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์นี้จริงๆ

[แม้กระนั้นเราส่วนใหญ่ก็ยังคงไม่พอใจกับผลลัพธ์ในสองเกมล่าสุดอยู่ดี]

นตฺถิ ตณฺหาสมา นที – แม่น้ำที่ลึกเท่าตัณหาของมนุษย์นั้นไม่มี / พระพุทธโคดม

ความกระหายของแฟนลิเวอร์พูลก็เช่นกัน / เดี๋ยววว

END – สุขสันต์วันสิ้นปีครับ ♥ แล้วพบกันใหม่ปีหน้า

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

JB [และนัดเดียวจอดอีกนิดหน่อย] รายงาน