13 บทสรุปเกมหงส์แดงแบ่งแต้มเสมอเวสบรอม 1-1

หนึ่ง – กุนซือของเวสบรอมวิสหรือบิ๊กแซม อัลลาไดซ์ ให้สัมภาษณ์ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันว่า “ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดการทำประตูจากลิเวอร์พูล” ทว่าเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเพียงแค่ 12 นาทีเท่านั้น ซาดิโอ มาเน่ ก็ซัดบอลพุ่งเข้าเสาไกลข้ามเส้นโกลไลน์ไปแบบที่ผู้รักษาประตูของเวสบรอมไม่มีทางปฏิเสธได้

หลังจากนั้นอีก 33 นาทีหรืออีกทั้งครึ่งแรกที่เหลือ หงส์แดงก็ผงาดเหนือแอนฟิลด์ ขึงเกมรุกใส่คู่ต่อสู้ไม่ยั้ง บอลโฉบไปมาข้ามไปทางกาปขวาโยกมาซ้าย และเก็บตกจังหวะสองได้ทุกครั้ง ลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่าและฝ่ายที่เพรสซิ่งจนเกือบหมดแรงก็คือเวสบรอมวิส แม้ว่าตลอด 45 นาทีของครึ่งแรกนั้นลิเวอร์พูลจะเหลือ 10 คน [เพราะอลีสซง เบคเกอร์แทบไม่มีบทบาทกับเกมเลย] ก็ตามที

ดังนั้นจึงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า ลิเวอร์พูลเริ่มต้นเกมกับเวสบอรมวิสด้วยความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่…

สอง – แต่…เมื่อครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น ทุกอย่างก็ผลิกกลับด้าน

เรื่องมันเริ่มต้นจากอาการบาดเจ็บของ โจเอล มาติป ที่วิวัฒนาการขึ้นไปถึงขีดสุด ปกติเขาจะเจ็บก่อนการแข่งขันไม่นานและถูกถอดชื่อกระทันหันเสมอ แต่ในเกมนี้อาการเจ็บของเขาเกิดขึ้น… “กลางการแข่งขัน” จากการส่งบอลธรรมดาๆ เท่านั้น [เข้าใจว่าอาจต้องใช้เวลาพักราวๆ 1 เดือน]

หลังจากขาย เดยัน ลอฟเลน ออกไป เจอร์เก็น คลอปป์ เคยเชื่อว่าเขาสามารถใช้กองหลัง 3 คนประคองเกมรับลิเวอร์พูลต่อไปได้ แต่เขาคิดผิด ไม่สิ…เขาคิดถูกแต่เข้าใจผิด เพราะอันที่จริงเขามีกองหลังแค่ 2.5 คนเท่านั้น การจำใจถอดมาติปออกจากเกมมีผลมากแค่ไหน ก็ขอให้คิดดูว่า ประตูที่ลิเวอร์พูลเสียในนาทีที่ 82 นั้นเกิดขึ้นจากความพ่ายแพ้ลูกกลางอาการของฟาบินโย่ที่มีความสูงน้อยกว่าเพราะมิใช่เป็นเซ็นเตอร์แบ็คธรรมชาติ

[ความจริงถ้าใครดูการแข่งขันอยู่จะรู้ว่า เจเค หัวเสียกับอาการบาดเจ็บนั้นไม่น้อยเลย]

สาม – ย้อนกลับไปที่คำพูดของบิ๊กแซมอีกสักครั้ง “ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดประตูจากลิเวอร์พูล” คำพูดนี้แทบไม่เกินจริงไปเลย แม้ว่าเขาจะเสียประตูให้กับหงส์แดงตั้งแต่นาทีที่ 12 ของการแข่งขัน แต่ตลอดการแข่งขันในวันนี้ ลิเวอร์พูลมีประตูตรงกรอบแค่เพียง 2 เท่านั้น…จากความพยายามถึง 17 ครั้ง และหากไม่นับจังหวะที่ฟิร์มิโน่กระโดดโขกในนาทีที่ 87 แต่ถูกปฏิเสธด้วยปลาย “ถุงมือ” ของผู้รักษาประตูเวสบรอมแล้ว 45 นาทีของครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลก็ไม่มีบอลตรงกรอบเลยแม้แต่ประตูเดียว

สี่ – ในขณะที่สถิติของเวสบรอมนั้น “ผลิกกลับด้าน” จากทีมที่ไม่มีประตูตรงกรอบเลยในครึ่งแรก เมื่อ 45 นาทีของครึ่งเวลาหลังจบลงพวกเขากลับทำประตูตรงกรอบได้ทั้งหมด 3 ครั้ง [มากกว่าลิเวอร์พูล] สองลูกถูกอลีสซงเซฟเอาไว้ ในขณะที่อีกหนึ่งนั้นเกินความสามารถสามัญชน เกิดอะไรขึ้นกับแนวรุกของเวสบรอมวิสอย่างงั้นหรือ ? ทำไมทีมที่ไม่สามารถขึ้นเกมได้เลยในครึ่งแรกกลับทำได้ในครึ่งเวลาหลัง

ห้า – อัลลาไดซ์ เฉลยเรื่องนี้หลังเกมจบว่า เขาได้พูดคุยกับนักเตะตัวเองในห้องแต่งตัว “ผมบอกกับนักเตะของผมว่าให้ทิ้งเรื่องการครองบอลไปซะ จะอย่างไรพวกเราก็ไม่มีทางสู้กับการเพรสซิ่งของนักเตะลิเวอร์พูลได้อยู่แล้ว แต่เราเร็วกว่าพวกเขาได้ แทงบอลขึ้นไปข้างหน้า เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกแกครองบอลนักเตะลิเวอร์พูล 3 คนจะเข้ามารุมทึ้ง ดังนั้นเมื่อได้บอลมา…สิ่งเดียวที่พวกแกต้องทำก็คือ วิ่ง จ่าย ทำทุกอย่างให้เร็วกว่านักเตะลิเวอร์พูลเข้าไว้”

หก – เชมเบอร์เลนสดมาก วิ่งเข้าปะทะอย่างมีชีวิตชีวาทุกครั้ง [จนกุแอบกลัวว่าจะปะทะแรงๆ อีก] แต่การวิ่งอย่างมีชีวิตชีวาของเชมเบอร์เลนในสนามเกมนี้ ทำให้เข้าใจเลยว่า การพักเต็มที่ 1 สัปดาห์ กับการ พักเต็มที่ 5 เดือนมันต่างกันอย่างไร ?

เจ็ด – แอบเสียดายนิดๆ ที่ เจเค เปลี่ยนบ้อบบี้ออกนาทีที่ 89 แล้วส่งโอริกี้ลงมาแทน ส่วนตัวคนเขียนแล้วเชื่อว่า บ้อบบี้ อาจปล่อยของในนาทีสุดท้ายก็ได้ แต่ดูเหมือนการส่งโอริกี้ลงสนามจะเป็นการเรียกค่าตัวในเฮือกสุดท้ายก่อนจะปล่อยเขาสู่ตลาดในเดือนมกราที่กำลังจะมาถึง

แปด – เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นที่คุณ ต๊อบ ศรีวัฒนประภา จากคิงพาวเวอร์ที่สามารถนำโครงการคนละครึ่งจากเมืองไทยไปใช้ที่เมืองแมนเชสเตอร์ได้สำเร็จ จากนั้นไม่ถึง 48 ชั่วโมง โครงการนี้ก็มาถึงเมืองลิเวอร์พูล

เก้า – เสียดายเหมือนกันนะที่เราพลาดโอกาสฉีกแต้มให้ห่างจากคู่ต่อสู้ออกไปเรื่อยๆ แทนที่จะทิ้งแมนยู 7 แต้ม ทิ้งเลสเตอร์ 6 ทิ้งเอฟเวอร์ตัน 5 แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทั้งๆ ที่ลิเวอร์พูลเจอกับทีมหนีตกชั้นในแอนฟิลด์แท้ๆ

สิบ – แต่อย่าลืมว่า…แม้เวสบรอมวิสคือทีมหนีตกชั้น แต่ขุมกำลังของพวกเขานั้นคือทีมที่ยันเสมอแมนซิตี้ ยันเชลซี มาแล้ว ผลสกอร์เสมอในวันนี้ก็คือสกอร์เสมอกับทีม “เขี่ยขายักษ์” เป็นการเสมอในสมรภูมิที่คู่แข่งก็เสมอเหมือนกัน

สิบเอ็ด – “พวกเขาคงคิดว่าจะมาถล่มเราเหมือนที่เกิดขึ้นกับพาเลซ 7 ประตูน่ะสิ แต่ผมก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดถึงว่าผมจะทำได้ให้ดูแล้ว” บิ้กแซมกล่าว

สิบสอง – “แม้จะเป็นเกมที่เสมอแต่ผมก็รู้สึกเหมือนกับพ่ายแพ้จริงๆ… ดูสิว่ามันมีปอะไรแปลกๆ และมันต้องเป็นปัญหา โดยเฉพาะกับครึ่งแรกที่เราครองบอลได้ราวๆ 90 เปอร์เซ็นของเกม มันคือตัวเลขที่สามารถนำเราไปสู่ชัยชนะได้เลย แต่มันต้องมีอะไรสักอย่างและมันคงเป็นความผิดพลาดของเราเอง ผมต้องยอมรับในเรื่องนั้น…ผมทำงานมากพอและนี่ก็ไม่ใช่การทำงานวันแรกของผม พวกเราต้องการคว้าชัยชนะ เด็กๆ ทุกคนโกรธมากกว่าที่จะรู้สึกอย่างอื่น เพราะพวกเขาเองต่างก็รู้ว่านี่มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเป็น มันไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบของพวกเขา” เจอร์เก็น คลอปป์

สิบสาม – ประกาศจากกรมอุตุพรีเมียร์ลีกวิทยา ประกาศจากกรมอุตุพรีเมียร์ลีกวิทยา สภาพอากาศบนยอดตารางพรีเมียร์ลีกเวลานี้จะเปลี่ยนจากหนาวเป็น “หนาวๆ ร้อนๆ” แล้วนะครับ แล้วนะครับ [โธ่เว้ย]

END – ง่ายๆ ไม่ใช่ลิเวอร์พูล

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน