13 บทสรุปเกมหงส์แดงเสมอฟูแล่ม 1-1

หนึ่ง – ก่อนการแข่งขันเริ่มต้นราวๆ 30 นาที ท็อทแน่ม ฮอตสเปอร์สที่นำอยู่หัวตารางด้วยคะแนนเทียบเท่ากับลิเวอร์พูล ถูกยันเสมอด้วยอดีตกุนซือหงส์แดงอย่าง รอย ฮอดจ์สัน ทั้งหมดนั้นทำให้ถ้าหากลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะฟูแล่มได้ในอีก 90 นาทีถัดมาพวกเขาจะขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้งแบบที่เคยเกิดขึ้นในฤดูกาลที่แล้ว ลมหนาวบนหัวตารางช่างเหย้ายวนใจแฟนบอลลิเวอร์พูลจนลิงโลด สภาพจิตใจของเด็กหงส์ไม่ต่างอะไรไปจากปลากระดี่ได้น้ำหรือเสือกระโดดคาบดาบเลยแม้แต่นิดเดียว

เดอะค็อปพร้อมที่จะกู่ก้องคำรามสุดเสียง ร้องเพลงเชียร์ลิเวอร์พูลจนคอแตก ทั้งหมดนั่นทำเพื่อสิ่งๆ เดียว คือการขึ้นไปสัมผัสความเย็นบนยอดดอยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง! แต่ปัญหาอยู่ตรงที่แฟนบอลที่อยู่บนอัฒจันทร์วันนี้ไม่มีเดอะค็อปเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งหมด 2000 คนที่อยู่บนอัฒจันทร์คือเสียงเชียร์ของฟูแล่มด้วยกันทั้งสิ้น ก่อนการแข่งขันสามสิบนาที เด็กหงส์ตะโกนสุดเสียงให้ทีมรักของตัวเองเอาชนะฟูแล่มและผงาดขึ้นไปยืนอยู่บนยอดพรีเมียร์ลีกอีกครั้งให้ได้ แต่โชคร้ายเสียงของพวกเขาตะโกนไปไม่ถึงนักเตะของพวกเขาเลย

สอง – ความสวยงามของวาฬคือการแหวกว่ายในมหาสมุทรฉันใด ความแพรวพราวของนักฟุตบอลก็คือการได้อวดทักษะท่ามกลางเสียงเชียร์ฉันนั้น ตลอดระยะเวลา 45 นาทีของการแข่งขัน[ครึ่งแรก] ลิเวอร์พูลครองบอลกว่า 70 ต่อ 30 เปอร์เซ็น แต่ 70 เปอร์เซ็นของลิเวอร์พูลนั้น เป็นบอลที่คลุกไปคลิกมาอยู่ในแดนของตัวเอง ในขณะที่ 30 เปอร์เซ็นของฟูแล่มในครึ่งแรก คือการฉกบอลไปมาจากแดนของลิเวอร์พูล

แม้จะครองบอลได้น้อย ทว่าเกือบทั้งหมดของใน 30 เปอร์เซ็นนั้นคือการครอบครองในเกมรุก ส่วน 70 เปอร์เซ็นของลิเวอร์พูลกลับอยู่แต่ในเกมรับ และคนที่อยู่ในแดนรุกมากกว่าย่อมมีโอกาสจบสกอร์ได้มากกว่า นาทีที่ 25 มาถึง บ้อบบี้ รีด ก็จบบอลอย่างไม่ลังเล อลีสซง เบคเกอร์ ทำทุกวิถีทางแล้วเพื่อปฏิเสธบอลลูกนั้นออกไป … ใครจะเชื่อว่าลิเวอร์พูลถูกออกนำก่อน 1-0 และกว่าที่พวกเขาจะตั้งหลักได้ก็ปาเข้าไปในนาทีที่ 40 แล้ว

สาม – นาทีที่ 45 เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสายและหนักขึ้นทุกวินาที โจเอล มาติปก็ดันมาเจ็บกล้ามเนื้อเพิ่มจนต้องหยุดพักในครึ่งเกมแรก ทุกอย่างสำหรับลิเวอร์พูลดูยากไปหมด เจเค ส่งมินามิโนะลงไปในสนาม ทาคิวิ่งขึ้นสุดลงสุด และเก็บตกในจังหวะขยันทุกครั้ง แม้ฝนจะกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางมากขึ้น หงส์แดงกลายเป็นฝ่ายควบคุมเกม ครองบอล ขึงสนาม และเข้าจบสกอร์

สี่ – โชคร้ายเหลือเกินที่มันเป็นฝน ซึ่งไม่อาจเร่งความร้อนเครื่องจักรสีแดงได้ เกมรุกของลิเวอร์พูลดูฝืนๆ และไม่ไหลลื่นเหมือนทุกที เครื่องจักรสีแดงเครื่องนี้พยายามอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งนาทีที่ 77 [ครึ่งชั่วโมงต่อมา] ความต่างชั้นของทีมขนาดใหญ่และเล็กก็ปรากฏ นักเตะฟูแล่มเสียสมาธิยกมือขึ้นมาอย่างลืมตัวจนเสียจุดโทษ และโมฮาเม็ดก็เฉียบคมและเยือกเย็นพอที่จะพาลิเวอร์พูลกลับคืนสู่เกมจากฝนก็ซาลง พร้อมๆ กับอาการร้อนระอุบนหัวของแฟนหงส์

ห้า – มีใครสังเกตเหมือนผู้เขียนบ้างไหมว่า ปัจจุบันนักเตะทั้ง 3 คนที่ลิเวอร์พูลซื้อเข้ามาในตลาดครั้งที่แล้ว [โจต้า ติอาร์โก้และคอสตาส] ทั้งหมดสามคนนั้นกลับอยู่ในสถานะบาดเจ็บและไม่สามารถลงเล่นให้กับทีมได้ ทั้งๆ ที่พวกเขาถูกซื้อเข้ามาโดยมีเจตนาเป็นขุมกำลังหลักถึงสองคนและอะไหล่ชั้นเยี่ยมอีกหนึ่ง … มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ? นอกจากนั้นแล้ว มีใครสังเกตเหมือนผู้เขียนอีกไหมว่า ตอนนี้ลิเวอร์พูลไม่มีเซ็นเตอร์แบ็คธรรมชาติยืนอยู่บนสนามแล้ว!!

เจอร์เก็น คลอปป์ไม่พูดเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำยืดยาวเลย เขากล่าวเพียงว่า “ฟุตบอลก็เป็นอย่างนี้เสมอ…” ประหนึ่งปลายฤดูกาลเสียจริง

หก – มีเกมไหนบ้างไหมที่ลิเวอร์พูลจะไม่ถูกเช็ค VAR ในจังหวะชี้แพ้ชี้ชนะ ? หรือมีเกมไหนบ้างที่ลิเวอร์พูลจะไม่ถูกเมินจากจังหวะการทำฟาวส์ก่อนที่พวกเขาจะเสียประตู ?

เจอร์เก็น คลอปป์ ดูท่าจะเป็นคนที่หัวเสียกับเรื่องนี้มากที่สุด เขากล่าวในหลังเกมการแข่งขันว่า “ผมไม่รู้ว่ากรรมการ VAR กำลังทำอะไร แต่ผมมั่นใจแหละว่าเขาไม่ได้สนใจเกมอย่างจริงๆ จังๆ ทว่าคำพูดของผมก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้อยู่ดี แต่ผมก็อยากจะถามความเห็นของพวกคุณ ผมอยากจำเป็นต้องรู้ว่าพวกคุณ [นักข่าว] คิดอย่างไรก็เรื่องนี้ตอนที่ซาลาห์โดนผลักเพราะสำหรับผมมันคือการฟาวส์และไม่สามารถเป็นอื่นใด! ถ้าเขาไม่ผลักซาลาห์บอลจะเป็นของเรา และนั่นมันคือจังหวะเคาเตอร์ของพวกผม! มันไม่เกี่ยวกับว่าฟาวส์แรงไม่แรงแค่ไหน แต่พวกเขาขัดจังหวะการสวนกลับของทีมผม”

เจ็ด – ถ้าโอริกี้ไม่สามารถเป็นคำตอบของสำรองแนวรุกลิเวอร์พูลในซีซั่นนี้ได้ บอสอย่าลืมมองๆ ดาวรุ่งที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งผู้รักษาประตูและ[เป็นอดีต]สไตร์คเกอร์ อย่าง ควิวีน เคลเลเฮอร์ บ้างนะ

แปด – สถิติการทำประตูเข้าในการได้จุดโทษของซาลาห์ทั้ง 5 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้คือ 100 % นี่คือความเยือกเย็น หนึ่งในคุณสมบัติของผู้ชายคนนี้

เก้า – ที่กระสุนไม่ค่อยออกวันนี้ เป็นเพราะหงส์แดงเก็บมันเอาไว้ในรังเพลิงเพื่อรอเจอสเปอร์สคืนวันพุธเฉยๆ ต่างหาก!

สิบ – เข้าใจว่าเหตุผลที่เจอร์เก็น คลอปป์ จำใจต้องถอดทั้ง อเล็กซานเดอร์และซาลาห์ออกจากสนามทั้งสองคนเป็นเพราะว่า เจเค ไม่สามารถเสี่ยงส่งพวกเขาลงสนามติดต่อกัน 2 เกมและคาดหวังให้พวกเขาเค้นฟอร์มเก่งออกมาในอีก 2-3 วันข้างหน้าในเกมกับสเปอร์สได้

สิบเอ็ด – เคอติส โจนส์ คือคนที่เติบโตขึ้นเป็นนักเตะชุดใหญ่แล้วอย่างแท้จริง เกมวันนี้เขาเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ทั้งหมด 3 ครั้ง [อันดับสองของเกม] จบสกอร์ตรงกรอบ 2 ครั้ง [อันดับสองของทีม] สัมผัสบอลทั้งหมด 103 ครั้ง และกระชากบอลจากครึ่งสนามขึ้นไปจบสกอร์ด้วยตัวเองอีกหนึ่งครั้ง แต่น่าเสียดายที่ผู้รักษาประตูของฟูแล่มเซฟเอาไว้ได้

สิบสอง – “เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ชนะ แต่ก็ไม่ได้แพ้ เมื่อนั้นพวกเราไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดาอะไรเลย แต่กลับผิดหวังในตัวเองเสียด้วยซ้ำ” จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นักเตะที่เล่นสองตำแหน่ง[ซึ่งทั้งสองตำแหน่งไม่ใช่ตำแหน่งหลักของเขา] กล่าวหลังการแข่งขันเอาไว้แบบนั้น

สิบสาม – เหตุผลที่ลิเวอร์พูลของพวกผมยังไม่แซงสเปอร์สขึ้นอันดับหนึ่งนั้นมีอยู่ซึ่งก็คือ ลิเวอร์พูล “กลัวซีซั่นนี้มันจะหมดสนุก” และมันขัดกับปรัชญา “ไม่ลุ้นอย่างเรียกผมหงส์แดง” เฉยๆ เท่านั้นแหละ [เขียนทั้งน้ำตา ซิกๆ]

นี่ครับสรุปตารางคะแนน 7 ยอดทีมประจำสัปดาห์นี้ เอ้ะ ทีมไหนหายไปกันนะ ?

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน

คุณจะไม่เสมออย่างเดียวดาย แต่ยังมี แมนยู แมนซิและสเปอร์ส เสมอไปด้วยกันค้าบ