เบื้องหลังการขึ้นเป็นประตูตัวจริงของ ควีวิน เคลเลเฮอร์-อาวุธลับในเงาเวิร์ลคลาส

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เจอร์เก็น คล็อปป์ได้ดันผู้รักษาประตูเด็กคนหนึ่งขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ เด็กชาวไอริชคนนั้นมักได้รับโอกาสในช่วงพรีซีซั่น เมื่อเห็นรายชื่อครั้งแรก แฟนบอลยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Caoimhim นั้นอ่านว่า เคาอิมฮิน หรือ เชามิน ภายหลังเจ้าตัวเปิดเผย ชื่อของเขาอ่านว่า ควีวีน เคลเลเฮอร์ และในวันนี้แฟนลิเวอร์พูลได้จดจำชื่อของเขาได้ขึ้นใจ

เคลเลเฮอร์คือผู้รักษาประตูคนสุดท้ายที่ถูกเซ็นเข้าทีมมาในสมัยเบรนดัน ร็อดเจอร์ส จากคำแนะนำของทีมแมวมองและการลงมติของทีม Transfer Committee ที่มีไมเคิล เอ็ดเวิร์ดเป็นหัวเรือในตอนนั้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หน้าเสาประตู ซิมง มินโญ่เลต์, แดนนี่ วอร์ด, ลอริส คาริอุส ย้ายออกจากทีม ควีวีน เคลเลเฮอร์กลับยืนหยัดจนกลายเป็นฮีโร่แห่งอนาคตของทีม เส้นทางของเขาเป็นมาอย่างไร เราจะไปหาคำตอบพร้อมกัน

เคลเลเฮอร์ย้ายมาร่วมทัพอะคาเดมี่ลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 2015 หลังจากนั้นอีกหนึ่งปี สโมสรก็เซ็น คามิล กราบาร่า ผู้รักษาประตูเด็กสัญชาติโปแลนด์ และเด็กสองคนนี้ก็กลายเป็นคู่แข่งกัน เคลเลเฮอร์เกิดเดือนพฤศจิกายน 1998 ส่วนกราบาร่าเกิดเดือนมกราคม 1999 ทั้งคู่ถูกเรียกขึ้นมาซ้อมชุดใหญ่พร้อมกันในช่วงพรีซีซั่นฤดูกาล 2018-19 ความจริงแล้ว กราบาร่าดูมีภาษีกว่า เพราะเป็นการเซ็นสัญญาในยุคเจเคโดยตรง ผู้รักษาประตูทุกคนมีโอกาสที่จะคว้าถุงมือมือหนึ่งในตอนนั้น เหตุเพราะความล้มแล้วไม่ลุกของลอริส คาริอุสภายหลังเหตุการณ์ส่งเข้าเท้าปัดเข้าประตูในเกมนัดชิง UCL ครั้งแรก

พรีซีซั่นเริ่มต้น คล็อปป์ยังพยายามที่จะให้คาริอุสแก้ตัว แต่จิตใจของเขาบิดเบี้ยวเกินเยียวยา ที่สุดแล้วคล็อปป์ตัดสินใจจ่ายเงินสถิติพาอลิสซอน เบ็คเกอร์มาเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ทัพผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลแตกกระเจิง อยากย้ายทีมหนีสถานะสำรองไปซะทุกราย และการที่แดนนี่ วอร์ดเลือกย้ายออก ก็ทำให้เกิดที่ว่างสำหรับ “ผู้รักษาประตูมือสาม”

ควีวีน เคลเลเฮอร์เปิดตัวกับลิเวอร์พูลด้วยสถิติสุดเท่ห์ที่ไม่ค่อยมีใครจำ หลังจากอลิซอนย้ายมาไม่นานก็ต้องกลับไปพักเบรกซัมเมอร์ เขาจึงได้เลื่อนขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูสำรองมือสองชั่วคราว ในศึก International Champions Cup ที่สหรัฐอเมริกาในปี 2018 ซึ่งลิเวอร์พูลต้องลงแข่งกับ ดอร์ทมุนด์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามลำดับ ในเกมแรก คาริอุสไม่ได้ถูกเปลี่ยนตัวออก ผลสกอร์คือลิเวอร์พูลแพ้ไป 1 ประตูต่อ 3 แต่ในอีกสองเกมถัดมา ควีวีนได้โอกาสลงสนามในครึ่งเวลาหลังและเสียไปเพียงหนึ่งประตู ในเกมกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ เขาเริ่มต้นด้วยการเซฟประตูจากเลรอย ซาเน่ แม้อีกไม่กี่นาทีต่อมาจะทำไม่สำเร็จ แต่ก็ไม่เสียเพิ่ม ก่อนที่ทีมจะแซงชนะได้ 2 ประตูต่อ 1 ต่อมาในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูลโดนทำประตูขึ้นนำไปก่อน แต่แล้วควีวีนก็ลงมาช่วยให้ทีมไม่เสียประตูเพิ่มในครึ่งหลัง และลิเวอร์พูลก็รัวเท้าจนแซงชนะ 4 ประตู 1

หลังจากนั้นก็เกิดความเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้รักษาประตูมือสองมากมาย คาริอุส ย้ายทีมชั่วคราว มินโญ่เล่ต์ย้ายถาวรหลังฤดูกาลที่ได้ถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก อาเดรียนย้ายเข้ามาช่วยทีมคว้าอีกสามถ้วยและเริ่มทำพลาดจนโดนวิจารณ์อย่างหนัก กามิล กราบราร่า ระเห็จออกไปเก็บประสบการณ์ที่ลีกอื่น แต่หนึ่งคนที่ยังคงลงซ้อมเคียงข้างผู้รักษาประตูรุ่นพี่คือ ควีวีน เคลเลเฮอร์

เคลเลเฮอร์ซ้อมอยู่เบื้องหลังด้วยความอดทน เขาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม U-23 ที่มักถูกเรียกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ ทีมลิเวอร์พูลทีมเด็กนี้เป็นทีมที่ชอบเซ็นสัญญาผู้รักษาประตูเข้าทีม มีการแข่งขันกันถึง 6 คน ช่วงหลัง ๆ ควีวีนได้ลงเล่นน้อยลง เพราะถูกทีมชุดใหญ่แย่งตัวมาสแตนบายด์ตลอด

ในทีมชุดใหญ่ ควีวีนได้ประเดิมสนามในฤดูกาล 2019/20 ในศึกเอฟเอคัพและสามารถเก็บคลีนชีตได้ในเกมที่เอาชนะชรูวส์เบอรี่ ทาวน์ แต่ไม่ได้ไปต่อเพราะไปอาเดรียนไม่สามารถเซฟทีมได้ในเกมที่บุกไปพ่ายเชลซี นอกจากนั้นเขายังได้ลงเป็นตัวจริงในศึกอีแอฟเอลคัพ (หรือ ลีกคัพ) อุตส่าห์ช่วยเซฟจนชนะการดวลจุดโทษอาร์เซนอลได้ แต่ก็ไปได้ไม่สุด เพราะลิเวอร์พูลจำต้องส่งทีมเด็กทั้งทีมไปโดนแอสตัน วิลล่าถลุงเละในเกมถัดมา ทำให้ยังไม่มีใครมองเห็นความสามารถของเคลเลเฮอร์

ฤดูกาลล่าสุด ลิเวอร์พูลคว้าตัว มาร์เซโล่ ปิตาลูกา นายทวารชาวบราซิลผู้เป็นลูกศิษย์ของโค้ช มูเรียล เบ็คเกอร์ พี่ชายของอลิสซอน เบ็คเกอร์ มาร่วมทัพ และให้ลงทะเบียนเป็นผู้เล่นทีมชุดใหญ่ในทันที ปิตาลูกามักเป็นที่จับตามอง สื่อชอบลงคลิปการเซฟ และทุกครั้งที่อาเดรียนทำพลาด แฟนบอลก็เรียกร้องให้คล็อปป์ลองใช้งานเด็กใหม่ดูบ้าง โดยมองข้ามเคลเลเฮอร์ไปเลย แต่เจอร์เก็น คล็อปป์ไม่คิดแบบนั้น เคลเลเฮอร์กลายเป็น Big Surprise ในเกมกับอาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่ลิเวอร์พูลไม่ต้องการแพ้เพื่อการันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย UCL เขาเซฟไป 4 ประตู คราวนี้สปอตไลท์ถูกหมุนมาและฉายไปที่ ควีวีน เคลเลเฮอร์ เต็ม ๆ ในฐานะ แมนออฟเดอะแมทช์ และผู้รักษาประตูคนที่สองของทีม ที่สามารถเก็บคลีนชีตได้ในเกมแรกในศึก UCL

เมื่อกลายเป็นที่สนใจ ชีวประวัติของเคลเลเฮอร์ก็เริ่มถูกตีพิมพ์ในหน้าสื่อ ทำให้เราได้รู้จักตัวตนของควีวีนมากขึ้น ทำให้แฟนบอลได้รู้ว่า เจ้าหนูหน้าหวานคนนี้ มีทักษะและบุคลิกที่น่าสนใจมานานแล้ว หรือที่ชอบพูดกันว่า เด็กมันมีของ นั่นแหละ

เรื่องราวของควีวีน เคลเลเฮอร์เริ่มต้นที่สโมสร Ringmahon Rangers (ริงมาฮอน เรนเจอร์) สโมสรในลีกไอร์แลนด์ กับตำแหน่งดาวซัลโว เจ้าหนูควีวีน หรือ เควิน ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำปีละ 20-30 ประตู แต่โค้ชคิดยังไงไม่รู้ จับน้องย้ายไปเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู เหตุเพียงเพราะว่า “ขาดนายทวารตัวจริง” และเคลเลเฮอร์ก็ทำได้ดีจนสามารถพาทีมคว้าแชมป์ คอร์ก ยูธ ลีก (Cork Youth League) ลีกของทีมฟุตบอลไอร์แลนด์ชุดต่ำกว่า 17 ปีได้สำเร็จ จากนั้นก็กลายเป็นตำแหน่งถาวร ลิเวอร์พูลเห็นฟอร์มเคลเลเฮอร์ในศึกฟุตบอลยูโรชุดเด็ก จึงตัดสินใจคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2015 ในตอนที่น้องมีอายุเพียง 17 ปี (เพื่อที่จะได้โควต้าโฮมโกรน)

“ความห้าวหาญ” คือบุคลิกที่โดดเด่นของเคลเลเฮอร์ เอดดี้ แฮริงตัน อดีตโค้ชของน้องที่สโมสรริงมาฮอนอธิบายไว้สั้นง่ายว่า “ไม่มีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้” ตรงกับที่เจอร์เก็น คล็อปป์เคยออกมาชื่นชมเคลเลเฮอร์ หลังเกมที่เขาเซฟคลีนชีตได้ ทั้งที่ต้องเผชิญกับเสียงโห่ร้องอื้ออึงของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในศึก ICC และยังเปิดตัวสวยหรูด้วยการเซฟจนทีมชนะ มิลตัน คีนดอนส์ในศึกคาราบาวคัพ

เกมในคืนนั้น คือการลงสนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกของควีวีน เคลเลเฮอร์ ลิเวอร์พูลคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด มันเป็นความยากอย่างหนึ่งของผู้รักษาประตูที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมเกือบทั้งเกม ตามที่คล็อปป์อธิบายไว้ว่า “พวกเราคุมเกมไว้ได้ 75 นาที เพราะงั้นมันเป็นอะไรที่ลำบากพอสมควรสำหรับเคลเลเฮอร์ เพราะว่าเขายืนอยู่โดยไม่ต้องทำอะไรมากมายมาตลอดทั้งเกม แต่เมื่อถึงเวลา เขาก็เซฟประตูแบบนั้นได้ มันยอดเยี่ยมมาก ผมแฮปปี้มากจริง ๆ”

ผู้เล่นมิลตัน คีนดอนส์ทะลุแนวรับลิเวอร์พูลขึ้นมาโขกหน้าประตูโล่ง ๆ แต่ถูกเคลเลเฮอร์เซฟไว้ด้วยขา

“ปฎิกิริยาและช็อตสต็อป” คือจุดเด่นของเคลเลเฮอร์ ด้วยความที่เขาเคยเป็นศูนย์หน้าดาวซัลโว ทำให้เขามีการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว มีปฏิกิริยา (Reflex) ที่ไวต่อลูกฟุตบอลที่กำลังจะพุ่งเข้าประตู ในรัศมีที่อยู่ในระยะการเซฟของเขา อดีตโค้ชเคยเล่าที่มาไว้ว่า “เขาเคยบอกว่าเขาสามารถอ่านจังหวะของศูนย์หน้าได้ เพราะว่าตัวเองเคยทำประตูเป็นกอบเป็นกำ ก็เลยเดาทางได้ว่าพวกเขาจะส่งลูกบอลไปยังจุดไหนของประตู เท้าของเคลเลเฮอร์นี่อย่างไวเลยครับ”

สิ่งที่เคลเลเฮอร์ต้องการคือประสบการณ์ในเกมแข่งขันของจริง ซึ่งเขาก็ได้รับมันอย่างมากมาย เพราะว่าเคลเลเฮอร์เองก็โดนคู่ต่อสู้ถลุงประตูมาไม่น้อย ทั้งในระดับทีมชุดใหญ่และทีมชุดเล็ก มีหลายเกมที่โดนไปไม่น้อยกว่า 4 ประตู แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ เคลเลเฮอร์กลับมอบสิ่งที่ผู้จัดการทีมชุดใหญ่ต้องการได้ นั่นคือความมั่นคงทางจิตใจ แพ้ในเกมแต่อย่าพ่ายนอกเกม

28 พ.ย 2020 สี่วันก่อนจะกลับมาเล่นทีมชุดใหญ่ เคลเลเฮอร์ลงเฝ้าเสาให้ทีม U-23 แล้วโดนแมนซิตี้ชุดเด็กยำเละเจ็ดประตู ในคืนเดียวกัน ทีมชุดใหญ่เจอข่าวร้ายครั้งที่ยี่สิบ อลิสซอน เบ็คเกอร์มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อขา อาเดรียนจะได้ขึ้นเป็นมือหนึ่ง เคลเลเฮอร์ต้องทิ้งความบอบช้ำแล้วขึ้นไปสแตนด์บายเป็นมือสำรอง

แต่การที่เคลเลเฮอร์ซ้อมกับอลิสซอนมา 3 ปีเต็ม ไม่ได้สูญเปล่า เขาเรียนรู้วิธีการ “อ่านเกม” และ “การออกบอล” สไตล์พ่อหมีมาตลอด สิ่งนั้นเพียงพอที่จะทำให้เจอร์เก็น คล็อปป์ลองเสี่ยงใช้งานผู้รักษาประตูวัย 22 ปี ที่มีเก่งเรื่องการใช้เท้ากว่ามือสอง ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น เป็นอีกครั้งที่คล็อปป์ Put the right man on the right job เลือกใช้คนถูก เคลเลเฮอร์รับมือกับความกดดันและเกมเพรสซิ่งของอาหยักซ์ได้อย่างที่ใจสั่ง

2 ธันวาคม 2020 ถึงแม้ว่าจะเคยถูกมองข้ามมาตลอด แต่ในที่สุดชื่อของ ควีวีน เคลเลเฮอร์ก็ตรึงใจแฟนบอลได้สำเร็จ ภาพจำเคลเลเฮอร์กระโดดปัดลูกโขกของ “เดอะ ฮันเตอร์” คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ต่อด้วย เจอร์เก็น คล็อปป์ลุกลี้ลุกลนวิ่งลงสนามตรงไปกอดฮีโร่ของเขาและแฟนบอล กลายเป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล

ทั้งหมดนี้คือปฐมบทของ “ควีวีน โอราน เคลเลเฮอร์” ผู้รักษาประตูเด็กจากทีมชาติไอร์แลนด์ที่ไม่ใช่มหาอำนาจลูกหนัง เขาสามารถยืนหยัดจนก้าวขึ้นมาเป็นฮีโร่ ทดแทนการขาดหายของ Sweeper Keeper ที่ตัวใหญ่แต่ใช้เท้าเก่งที่สุดในโลกได้

จากนี้คือเส้นทางของจริงต้องฝ่าฟัน แต่หากใจเจ้ามั่นคงดังที่ผ่าน แม้นหมอกควันบดบังดังม่าน ใจห้าวหาญจะพาเจ้าก้าวสู่มือหนึ่งกับหงส์แดง

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

JB รายงาน