4 ความเคลื่อนไหวหงส์แดงประจำวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563

1.อลันเชียร์เลอร์ส่งข้อความถึงฟานไดก์

หลายต่อหลายคนพูดถึงอาการบาดเจ็บของฟานไดก์ด้วยความเสียใจและกังวลว่า เราจะไม่มีทางได้เซ็นเตอร์แบ็คระดับโลกกลับมายืนเป็นกำแพงให้หงส์แดงอีกแล้ว

แต่ถ้าเด็กหงส์เชื่อในปาฏิหารย์ของการไม่ยอมแพ้ในการแข่งขัน ทำไมถึงไม่ลองเทหมดหน้าตักกับการเชื่อว่าฟานไดก์จะกลับมาเค้นฟอร์มเก่งได้เท่าเดิมอีกครั้งบ้าง ?

ย่อหน้าข้างต้นมิใช่ประโยคเพ้อฝัน จริงอยู่ที่อาการบาดเจ็บ ACL คือฝันร้ายของนักฟุตบอลทุกคน เชมเบอร์เลนก็มีอาการบาดเจ็บลักษณะนี้จนต้องหายหน้าไปจากการเป็นตัวจริงถึง 1 ฤดูกาลและกลับมาก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มสุดคลั่งดังเดิมได้ หรือนักเตะอีกหลายคนก็เป็นเช่นนั้น แต่…

แต่ปาฏิหารย์มีอยู่เสมอ และ ปาฏิหารย์นั้นมีชื่อว่า อลัน เชียร์เลอร์

เชียร์เลอร์ มิใช่นักเตะลิเวอร์พูลแต่ก็มีความเกี่ยวข้องกับลิเวอร์พูลอยู่นิดๆ ตรงที่เป็นขุนศึกใต้ร่มเงาของอัศวินพญาหงส์แดงอย่าง เคนนี ดัลกลิช ในปี 1993-94 เชียร์เลอร์ได้รับอาการบาดเจ็บลักษณะเดียวกับฟานไดก์จนทำให้ต้องพักรักษาตัวตลอดทั้งฤดูกาลและนักวิจารณ์ กูรูฟุตบอล รวมถึงแฟนบอลอังกฤษทุกส่วนต่างท้อใจว่าพวกเขาได้เสียขุนศึกที่สำคัญที่สุดไปอย่างไม่อาจหวนคืนมาด้วยความสมบูรณ์แบบแล้ว

ฤดูกาล 1994-95 เริ่มต้นขึ้น อลัน เชียร์เลอร์ กลับมาเป็นตัวจริงให้กับแบล็คเบิร์นอีกครั้ง เขาทำ 34 ประตูและฤดูกาลดังกล่าวจบลงด้วยการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกของกุหลาบไฟ !

อลัน เขียนข้อความถึงฟานไดก์ [ความจริงคือเขียนเอาไว้ยืดยาวในเว็ปไซต์ Theatlethic] แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่แอดอยากให้แฟนบอลนักอ่านทุกคนได้รับทราบ เชียร์เลอร์บอกว่า “ผมได้ดูเกมวันนั้น จริงๆ คือผมได้ดูมันกับเอียนไรต์ในสตูอิโอจากนั้นผมก็เห็นจังหวะการเข้าปะทะที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง จอร์แดน พิกฟอร์ด ทำมันลงไปจริงๆ กับฟานไดก์ ผมสบถออกมาว่า ‘ไอ้ร**ยำ ตรงนั้นมันเอ็นไขว้หน้า!’ ภาพช้าฉายให้ผมเห็นซ้ำอีกครั้งและผมเห็นเข่าของฟานไดก์เบี้ยวผิดรูป ผมเห็นทีมสตาฟเขย่าเข่าของเขาเบาๆ ตอนที่ลุกไม่ขึ้น สีหน้าของเขาทำให้ผมรู้เลยว่าเขารู้สึกอย่างเดียวกับที่ผมเป็นเมื่อหลายสิบปีก่อน มันคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับผม!

“อันดับแรก สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ทั้งแฟนลิเวอร์พูลและฟานไดก์ต่างก็ต้องเจ็บปวด พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จะยากลำบากสำหรับพวกเขา เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลยทั้งๆ ที่มันยังเป็นแค่ต้นฤดูกาลเท่านั้นเอง แต่ข่าวดีก็คือ…

“ข่าวดีก็คือ ฟานไดก์จะหายกลับมาเร็วกว่าที่พวกเราประเมินเอาไว้ และไม่เลวร้ายอย่างที่ใครต่อใครหลายคนคิด เพราะขนาดผมที่บาดเจ็บในปีทศวรรษ 1980 ที่ระบบสาธารณสุขยังไม่เจริญเท่าปัจจุบันนี้ยังหายได้ และสิ่งที่ผมต้องบริหารจัดการหลังจากหายจากอาการ ACL นั้นมีเพียงการดูแลเข่าตัวเองด้วยการยืด-เหยียดเป็นประจำทุกวันเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว ส่วนข่าวร้าย…

“ส่วนข่าวร้ายคือ มันไม่มีทางลัดสำหรับเรื่องนี้ แพทย์บอกอย่างไรก็คืออย่างนั้น 6 เดือนเป็นอย่างน้อย…”

2.ข้อความจากลาปอร์ต

ไม่ใช่แค่อลัน เชียร์เลอร์ แต่ลาปอร์ตก็คือคนที่เข้าใจหัวอกฟานไดก์ได้ดีที่สุดคนหนึ่งเหมือนกัน

แอมริก ลาปอร์ต ที่ได้เคยได้รับอาการบาดเจ็บจนมีผลต่อการรักษาแชมป์ของแมนซิตี้ได้ออกมาทวีตข้อความถึงฟานไดก์ว่า

“เสียใจด้วยนะพี่ชาย ขอให้นายโชคดีในการฟื้นฟู แม้ว่านายจะเป็นคู่ต่อสู้ของฉัน แต่ฉันไม่สนุกหรือยินดีกับอาการบาดเจ็บของนายในครั้งนี้เลย”

[คู่แข่งที่ไม่ได้มองเห็นแต่ชัยชนะแบบนี้ น่านับถือน้ำใจจริงๆ นะครับ]

3.“ผมต้องการเซ็นเตอร์แบ็ค 4 คน”

เจเค คือคนที่กล้าเสี่ยงที่สุด เขาประกาศตั้งแต่ต้นฤดูกาลว่าทีมของเขาต้องการ CB ทั้งหมด 4 คนเพื่อหมุนเวียนและเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขัน แต่นับตั้งแต่ที่ลิเวอร์พูลปล่อย ลอฟเลน ออกไป อะไรสักอย่างทำให้ เจเค ไม่ได้ซื้อนักเตะคนไหนเข้ามาเป็น CB คนที่ 4 เลย

แล้วฟานไดก์ก็ได้รับอาการบาดเจ็บ … ทำให้ขุมกำลังเซ็นเตอร์ของลิเวอร์พูลที่มีอยู่ 3 เหลือแค่ 2

และซวยซ้ำซวยซ้อนเข้าไปอีกขั้น เมื่อสายข่าวอย่าง เจม เพียช ประกาศว่า “โจเอลมาติปไม่สามารถมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเมื่อวานนี้ได้ และวันนี้ลิเวอร์พูลจะออกสตาร์ทตัวจริงโดยที่ใช้ ฟาบินโย่เป็น CB คู่กับ โจ โกเมส!”

ตอนนี้ลิเวอร์พูลเหลือ เซ็นเตอร์แบ็คธรรมชาติที่เป็นผู้เล่นชุดใหญ่เพียงแค่ 1 คน !

[ในประกาศดังกล่าว เพียชยังยืนยันอีกว่า ติอาร์โก้ อาคันทาร่า ที่ถูกริชาร์ลริสันเล่นฟุตบอลด้วยความบริสุทธิ์ใจดุจคลองแสนแสบนั้น ก็ไม่สามารถมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้เช่นกัน!]

เจเค คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ?

คลอปป์ยืนยันว่า สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนั้นคือปัญหาประการหนึ่ง ในแถลงข่าวก่อนเกมกับอาแจ็กซ์ คลอปป์ยังคงพูดถึงเหตุการณ์การปะทะกันของฟานไดก์-พิกฟอร์ด การเหลือเซ็นเตอร์แบ็คเพียง 1 คน และการตัดสินของกรรมการที่ยากจะยอมรับ

“พวกเราเริ่มต้นซีซั่นนี้ด้วยการมี 3 เซ็นเตอร์แบ็คพ่วงด้วยฟาบินโย่และเยาวชนอีกคนสองคน ความจริงมันเป็นตัวเลขที่ดี[จนดูเหมือนกับว่าสามารถทดแทนการมีเซ็นเตอร์แบ็ค 4 คนได้] แต่หนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็คของผม [มาติป] ไม่ได้ลงสนามมาอย่างยาวนานและมีความยุ่งยากนิดหน่อย [ทำให้ตอนนี้ลิเวอ์พูลเหลือเซ็นเตอร์แบ็คแค่ 1 คน]

“ถ้ามีใครอยากตำหนิพวกเราที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้เพราะไม่ยอมซื้อเซ็นเตอร์แบ็คเข้ามาในช่วงที่ตลาดยังคงเปิด สิ่งเดียวที่ผมจะบอกก็คือ คุณไม่สามารถหาทางแก้ปัญหาก่อนที่มันจะเกิดขึ้นได้”

[เข้าวัดทำบุญอย่าลืมอธิษฐานให้สโมสรของเรากันนะครับพี่น้อง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ / น้ำตาไหล ]

4.โหมโรงก่อนเกม

Ten Hag คือกุนซือฟุตบอลที่ปลุกปั้นพาอาแจ็กซ์เข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมป์เปียนลีกเมื่อปี 2018-19

ก่อนเกมการแข่งขันที่พวกเขาต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล Ten Hag ให้สัมภาษณ์ถึงหงส์แดงที่เสียผู้เล่นคนสำคัญอย่างฟานไดก์ไปกับอาการบาดเจ็บว่า “แน่ล่ะว่าการเสียนักเตะคนสำคัญของพวกเขาคือโจทย์ใหญ่ของลิเวอร์พูล แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลกอยู่ดี ถ้าคุณสามารถกลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมป์เปียนลีกในช่วงเวลาสองปีติดกัน คุณก็แข็งแกร่งพอจะเป็นความน่ากลัวในศึกยูฟ่านี้!

“ความจริงผมไม่รู้ว่า อาการบาดเจ็บของฟานไดก์ส่งผลต่อลิเวอร์พูลมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ผมรู้อย่างหนึ่งก็คือ มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีการเล่นของลิเวอร์พูลได้ และพวกเขาก็ยังคงเป็นพวกเขาอยู่วันยังค่ำ ต่อให้พวกเขาเสียฟานไดก์ไป พวกเราก็จะยังคงต่อสู้อย่างห้าวหาญอยู่ดี! สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามซ้อมของเรามันจะเกิดขึ้นในสนามแข่งขันวันนี้ด้วย”

ในขณะที่ฝ่าย เจเค เมื่อถูกนักข่าวถามว่า – มันเป็นอย่างไรถ้า พวกคุณสามารถเอาชนะอาแจ๊กซ์ได้โดยที่ไม่มีติอาร์โก้และฟานไดก์ ? –

เจเค สวนกลับนักข่าวคนนั้นทันที โดยบอกว่า “ไม่ อย่าถามแบบนั้น คุณเป็นนักข่าวจริงๆ หรือเปล่า! ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก คนเราส่วนใหญ่มักสนใจผิดประเด็นไปเสียหมด ผมแก่ป่านนี้แล้วรู้ดีว่าโลกนี้มันหมุนไปอย่างไร จริงอยู่ครับที่เราเสียฟานไดก์และมาติปไปในวันนี้ แต่เราก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่ สามสัปดาห์ก่อน[ตอนที่ฟาบินโย่โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมในเกมกับเชลซี] ทุกคนยังยืนยันเหมือนกันเลยว่า เราจะลุยมันทั้งอย่างนี้  ตอนนี้ก็ยังอยู่ในแผนการเดิมของเรา”

[คลอปป์พยายามชี้ว่า อย่าโฟกัสที่ประเด็นในการเสียนักเตะคนสำคัญทั้ง ฟานไดก์ ติอาร์โก้ และ มาติป มากเกินไป / ทว่าในความเห็นของแอดแล้ว ประโยคที่คลอปป์ตอบนั้นสะท้อนถึงปัญหาที่หนักอึ้งอยู่ตอนนี้จริงๆ]

YNWA MY BOSS !!

END

ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน