13 บทสรุปเกมหงส์แดงพ่ายแอสตัลวิลล่า 2 ประตูต่อ 7

หนึ่ง – คืนวันที่สี่ตุลาคม 2563 ราตรีนี้ไม่มีดาวสักดวง สายฝนก็กระหน่ำลงมาราวกับฟ้าจะแบกออกเป็นสองซีก ในขณะที่สายน้ำตาของแฟนบอลหงส์แดงไหลกลับเข้าไปในใจ ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ต่อแอสตัลวิลลา 2 ประตูต่อ 7 สกอร์นี้ควรเป็นสกอร์ที่กลับกัน ธรรมดาแล้วทีมที่ควรชนะด้วยสกอร์นี้ควรเป็นหงส์แดงแท้ๆ แต่วันนี้พวกเขาพ่ายแพ้อย่างไม่มีข้อแก้ตัว ไม่แม้แต่โทษดวงชะตาใดๆ ก็ตามที

สอง – เกมนี้เริ่มต้นด้วยอย่างทุลักทุเล ไม่ใช่นาทีที่ 1 ของการแข่งขัน แต่เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจาก ติอาร์โก้ อาคันทาร่า ป่วยไม่สามารถลงเล่นเกมกับอาร์เซน่อลเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ซาดิโอ มาเน่ ก็ตามติดไป

ก่อนเกมการแข่งขันไม่กี่ชั่วโมง มีรายงานข่าวมาว่า อลีสซง เบคเกอร์ ได้รับการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมจนไม่สามารถลงเล่นเกมกับวิลล่าได้ … เจอร์เก็น คลอปป์ พูดถึงอาการบาดเจ็บของอลีสซงว่า “มันคืออาการบาดเจ็บในระหว่างการซ้อมเมื่อวานนี้เอง เขาปะทะกับนักเตะอีกคนจนเจ็บที่หัวไหล่ ผมยังไม่รู้อะไรมาก แต่สิ่งที่รู้แน่ก็คือเขาจะไม่ได้ลงเล่นในเกมวันนี้”

อย่างไรก็ดี มีแฟนบอลบางส่วนตั้งข้อสังเกตกันว่า ความจริงแล้ว อลีสซง เบคเกอร์ อาจไม่ได้รับอาการบาดเจ็บ แต่เขาคืออีกหนึ่งนักเตะที่ติด Co-วิด ต่างหาก เพราะในรายงานอาการป่วยของ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนหน้านี้ได้ระบุว่า “เป็นสิทธิของนักเตะที่จะให้สโมสรแถลงอย่างเป็นทางการเรื่องอาการป่วยของเขาหรือไม่ก็ได้”

แต่อย่างไรก็ตาม บางที อลีสซง อาจได้รับอาการบาดเจ็บจริงๆ อย่างที่ เจเค แถลงเอาไว้เพราะหลังเกมการแข่งขัน คลอปป์ได้ยินยันแน่ชัดว่า อลีสซง หมดสิทธิ์เล่นเกมกับเอฟเวอร์ตันอย่างแน่นอนแล้วมันมีแต่อาการบาดเจ็บทั่วไปของนักฟุตบอลเท่านั้นที่สามารถกะเกณฑ์ระยะเวลาในการรักษาได้ ในขณะที่ Co-วิด ตัวร้ายยากจะประเมิน

สาม – ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่อลีสซงเจ็บหรือป่วย แต่ประเด็นสำคัญก็คือ ทำไมการขาดผู้เล่นตัวหลักไปจึงส่งผลกระทบต่อสกอร์การแข่งขันมากขนาดนี้ แค่อลีสซง มาเน่ และ ติอาร์โก้ ไม่อยู่ มันสามารถทำให้ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ทีมขนาดกลาง-เล็กอย่างวิลล่า ร่วม 7 ประตูเชียวหรือ ? คำตอบก็คือ “ไม่” การขาดผู้เล่นสำคัญไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับสกอร์เลย มีครั้งหนึ่งที่ลิเวอร์พูลไม่มี ซาลาห์ และฟิร์มิโน่อยู่ในสนาม แต่เกมในวันนั้นพวกเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยสกอร์ 4-0 [และเกมนั้นคือวันที่ลิเวอร์พูลเขี่ยบาเซโลน่าตกรอบเมื่อปี 2018-19]

การขาดผู้เล่นตัวจริง มิใช่เหตุผลหลักที่ทำให้สกอร์รวมออกมายับเยินขนาดนี้ แต่อะไรกันแน่คือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเผชิญหน้ากับสภาพพังยู่ยี่นี้ทั้งๆ ที่เมื่อสัปดาห์ก่อนยังบดขยี้อาร์เซน่อลด้วยความบ้าคลั่งราวกับเป็นคนละทีม! คงมีแต่กุนซืออย่าง เจเค เท่านั้นที่ทราบ

สี่ – เจอร์เก็น คลอปป์ กล่าวหลังเกม “ไม่มีอะไรที่ผมพูดออกไปแล้วจะช่วยให้เรื่องทั้งหมดดีขึ้นได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้ดีขึ้นทั้งหมดอยู่ที่หนึ่งเดือนข้างหน้าถัดจากนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย นับตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ ปัญหาอย่างเดียวก็คือ ผมไม่สามารถแสดงให้พวกคุณเห็นว่า เราจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ในวันพรุ่งนี้ ปัญหาอย่างเดียวคือ…การแข่งขันถัดจากนี้ต้องรออีกสองสัปดาห์ วันนั้นผมถึงจะแสดงให้พวกคุณได้เห็น”

ห้า – ปัญหาเกมรับในวันนี้ เหมือนพาลิเวอร์พูลย้อนกลับไปในช่วงปี 2015 หรืออาจเลวร้ายยิ่งกว่านั้น

หก – นาทีที่ 60 คือช่วงเวลาที่ เจเค น่านับถือหัวใจมากที่สุด คลอปป์เลือกถอด โจ โกเมส ออกจากสนามแล้วใส่ เคอติส โจนส์ ลงไปในแดนกลาง เรื่องนี้ไม่ได้สะท้อนอะไรเลยนอกเสียจาก เจอร์เก็น พยายามอย่างเต็มที่เพื่อทวงสกอร์กลับคืนมาในฐานะแชมป์เก่า [บางคนบอกว่า คลอปป์ ถอดโกเมสออกเพราะเล่นเกมรับมีปัญหา เรื่องนี้เห็นทีว่าจะไม่จริงๆ ถ้าโกเมสมีปัญหาคลอปป์ต้องถอดตามตำแหน่งคือใส่เฮนเดอร์สันลงไปเล่นกลางรับแล้วจับฟาบินโย่ไปเล่น CB แต่คลอปป์ใส่ โจนส์ ลงไปเพื่อเติมเกมรุกและไม่สนใจกองกลางตัวรับแล้ว ในขณะที่จับ ฟาบินโย่ลงมา CB แทน]

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคติที่พูดกันอยู่เกลื่อนเมือง อย่างประโยคที่ว่า “คุณอาจจะเสียใจ แต่จะไม่เสียดาย เมื่อทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แม้ผลลัพธ์จะกระแทกใจเท่าไหร่ก็ตามที”

เจ็ด – นี่คือสถิติหลังเกมวันนี้ … ไม่รู้จะพูดอย่างไร

แปด – ขอบคุณ เลสเตอร์ แมนซิตี้ และแมนยูไนเต็ดที่พากันสะดุดพร้อมกันในสัปดาห์ที่สี่ของพรีเมียร์ลีก หงส์แดงตกจากฟ้าครั้งนี้ … แม้จะเจ็บไปจนขั้วใจ ก็ไม่เจ็บไปอย่างเดียวดาย…(เฮือกกกกกกก)

เก้า – มาติเนช ยังคงตามหลอกหลอนลิเวอร์พูลตั้งแต่เกมสุดท้ายของเขากับอาร์เซน่อลที่คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์จนถึงการเป็นผู้รักษาประตูของวิลลาคืนนี้ แต่ที่สำคัญที่สุด ดูเหมือนคำสาป…ผู้รักษาประตูจะวนกลับมาอีกครั้ง มาติเนช เซฟหกครั้ง อาเดรียน เซฟสี่ แม้จะไม่ต่างกันมาก แต่ที่ให้อภัยกันยากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น ความผิดพลาดที่ทำให้ทีมเสียประตู

สิบ – นี่คือคะแนนของผู้เล่นแต่ละคนหลังเกมการแข่งขันจากเว็ปไซต์สถิติอย่าง Whoscored

สิบเอ็ด – ความพ่ายแพ้ 2-7 คือความพ่ายแพ้ที่มากที่สุดนับแต่ปี 1963 ปีนั้นลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ต่อ ท็อทแน่มฮอทสเปอร์ส 7-2 สกอร์เดียวกันกับเมื่อคืนนี้อ ปีนั้นลิเวอร์พูลจบอันดับ 8

สิบสอง – คนที่รู้สึกรับผิดชอบต่อการแข่งขันในวันนี้ที่สุดก็คือ นายหัวแผงหลังอย่าง ฟานไดก์ และนี่คือบทสัมภาษณ์หลังเกมของเขา “อันดับแรกเราต้องยกเครดิตให้กับแอสตัล วิลลา พวกเขาคู่ควรต่อชัยชนะในครั้งนี้ ในขณะที่เมื่อมองย้อนกลับมา เราก็รู้ดีว่าตัวเราเองไม่ได้เล่นอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นตั้งแต่วินาทีแรกจนวินาทีสุดท้าย ประตูที่พวกเราเสีย รวมถึงโอกาสที่เราพลาดไป ทั้งสองอย่างนิยามได้เพียงประโยคเดียวคือ ‘เราสามารถทำมันได้ดีกว่านี้’ สุดท้ายเราต่างก็ผิดหวัง พวกเราไม่ควรพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ที่นำห่างขนาดนี้ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก”

สิบสาม – สุดท้ายข้อจบบทสรุปหลังเกมด้วยประโยคของเพลงบางเพลงที่เปิดจนซ้ำซากอย่าง “…จงเดินต่อไป จงเดินต่อไป ด้วยความหวังในหัวใจ แม้คลื่นลมจะแรงจะรุนแรงเท่าไหร่ จงจำไว้คุณไม่เคยเดินอย่างเดียวดาย”

“Walk on through the wind and the rain. Walk on with your hope in your heart and you will never walk alone … you never walk alone”

…ไม่มีใครเจ็บปวดอย่างเดียวดาย…

END

เลิฟหงส์แดง

(แพ้)นัดเดียว(อย่าเพิ่ง)จอด(กันนะพี่น้อง)