5 บทสรุปเกมหงส์น้อยพ่ายจุดโทษปืนโต 4 ประตูต่อ 5

1.อำลาชากิรี่?

ก่อนเริ่มเกม แฟนบอลฉงน เหตุใด เซอร์ดาน ชากิรี่ ดาวเด่นของลิเวอร์พูลในเกมคาราบาวคัพรอบ 3 ถึงไม่ปรากฏในรายชื่อทั้งตัวจริงและสำรอง ในเกมที่ต้องหักกับทีมระดับอาร์เซนอล หรือเขาจะได้รับบาดเจ็บอีกแล้ว?

นีล โจนส์ ผู้สื่อข่าวชื่อดังเปิดเผยว่า ชากิรี่ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิตแต่อย่างใด ทว่า สโมสรเลือกที่จะลดความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ เหตุเพราะ ชากิรี่กำลังได้รับความสนใจจาก 2 สโมสรขึ้นไปนั่นเอง เจอร์เก็น คลอปป์ เปรยหลังเกมถึงอนนาคตของชากิรี่เอาไว้ว่า “ผมไม่ต้องการพูดถึงอนาคตของชากิรี่อะไรในตอนนี้ ทั้งหมดที่ผมบอกได้ก็คือ เขาไม่ได้มีอาการบาดเจ็บและไม่ได้ทำอะไรผิดไปในการซ้อมเท่านั้น” … คาดว่า น่าจะไม่ใช่แค่แสดงความสนใจแล้วล่ะ การถอดคีย์แมนในฟุตบอลถ้วย เป็นสัญญาณบอกว่าการเจรจานั้นอยู่ในขั้นตอนที่คืบหน้าไปมาก ถึงแม้จะเสียดายแค่ไหน แต่ความจริงที่ต้องยอมรับก็คือ นักฟุตบอลระดับ เซอร์ดาน ชากิรี่ สามารถเป็นตัวจริงให้ทีมระดับกลางในลีกระดับท็อปของยุโรปแบบสบาย ๆ

ลาก่อน Xherdan Shaqiri ขอบคุณและขอให้คุณโชคดี

2.วัดกันด้วยหมากกระดานเดิม

การพบกันครั้งที่ 4 ในระยะเวลา … เดือน เจอร์เก็น คล็อปป์ และ มิเกล อาร์เตต้า ก็ยังคงเดินหมากด้วยลายเส้นเดิม กุนซือปืนใหญ่เน้นรับลึก (มาก) หาจังหวะสวนกลับเพื่อโจมตีช่องว่างในแนวรับของลิเวอร์พูล ผู้รักษาประตู: แบรนด์ เลโน่ กองหลัง: ร็อบ โฮลดิ้ง, กาเบรียล, เซอัด โคลาซินัช, เซกริก ซอเรส แดนกลางใช้ ดานี่ เซบาญอส, กรานิต ชาก้า, โจ วิลล็อก กองหน้า: เอ็ดดี้ เอนเคเทีย, บูยาโก ซาก้า, นิโกลาส เปเป้

ในขณะที่ กุนซือหนุ่มใหญ่ มาด้วยแผนถนัด 4-3-3 ผู้รักษาประตู: อาเดรียน กองหลัง: เนโก วิลเลี่ยมส์, รีส วิลเลี่ยมส์, เฟอร์กิล ฟาน ไดก์, เจมส์ มิลเนอร์ กองกลาง: มาร์โก กรูยิช, เคอร์ติส โจนส์, แฮรี่ วิลสัน กองหน้า: โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ทาคูมิ มินะมิโนะ, ดิโอโก โชต้า

การไม่มีคอสตาส ซิมิคาส ทำให้ลิเวอร์พูลชุด B เดินเกมค่อนข้างลำบาก เพราะว่าฟูลแบ็กทั้งสองข้างไม่ได้มีความสามารถในการครอสบอลระดับชุด A คล็อปป์ก็ไม่ได้เน้นให้ชุดนี้เพรสซิ่งหนักมาก แม้จะทำเกมด้วยระบบเดิม แต่ประสิทธิภาพไม่ได้เท่าเดิม

3.ไหนใครว่ากองกลางลิเวอร์พูลเล่นไม่ยาก

ด้วยความที่ไม่มี ชากิรี่ ในสนาม ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่ แฮรี่ วิลสัน ที่ได้ลงเล่นในเกมทางภายใต้เสื้อลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งผลก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใด ๆ ตลอด 90 นาที วิลสันไม่เข้าใจในวิธีการเคลื่อนที่และเชื่อมเกมที่เขียนอยู่ในตำราเกเก้นคล็อปป์ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 5) ไม่ใช่แค่ช่วยเกมรับไม่ได้ เกมรุกก็ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ วิลสันไม่สามารถสนับสนุนแนวรุกจนทำให้ลิเวอร์พูลขึ้นเกมค่อนข้างลำบาก พูดง่าย ๆ ว่า เหมือนไม่ได้ลงสนามนั่นแล

ส่วนมาร์โก กรูยิชนั้น เล่นค่อนข้างดี สามารถชะลอเกมรุกคู่ต่อสู้ได้ แต่ยังขาดวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์เกมและเคลื่อนที่ช้า ทำให้แดนกลางวันนี้ เคอร์ติส โจนส์คล้ายจะวิ่งเดียวดายท่ามกลางดงศัตรู โจนส์นั้นเต็มไปด้วยเทคนิก แต่ก็ยังติดหวงบอลอยู่หลายจังหวะ และการไม่มีเพื่อนมาช่วยต่อบอล ทำให้เกมของลิเวอร์พูลวันนี้ไม่ไหลลื่น แนวรุกกับแนวรับต้องประสานงานกันเอาเอง

การวิจารณ์วิลสันนั้นอาจดูใจร้ายไปบ้าง เพราะเขาไม่ได้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมานานแล้ว มองในมุมหนึ่งก็น่าเห็นใจ แต่มองในความเป็นจริง มันก็เป็นบทพิสูจน์ว่า บทบาทในแผงกองกลางที่ดูธรรมดา มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย ไม่มีอะไรคาใจอีกต่อไป เส้นทางของวิลสัน ก็คงจบไปพร้อมกับคาราบาวคัพครั้งสุดท้ายภายใต้สีเสื้อหงส์แดง อำลาทีมไปพร้อมกับความทรงจำที่แสนน่าสงสาร ลูกฟรีคิกที่ไม่ได้ลุ้น และ โดนเซฟจุดโทษ

[ภาพด้านล่างนี้คือนักเตะหลังเกมนัดนี้ โปรดสังเกต กรูยิชกับวิลเลี่ยมได้คะแนนมากที่สุดในทีมมากกว่านักเตะทั้งหมดของอาร์เซน่อลเสียอีก เว้นแต่ แบรนท์ เลโน่ คนเดียว]

4.บทพิสูจน์มาเน่คือเวิร์ลคลาส

ซาดิโอ มาเน่ย้ายมาร่วมทัพลิเวอร์พูลในปี 2016 กับทีมที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ ในช่วงนั้น คล็อปป์ไม่มีศูนย์หน้าสายสปีดให้ใช้งานเลย มาเน่ที่เล่นปีกขวาในตอนนั้น จึงทำหน้าที่เป็น “ตัวแบก” มาตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่มาเน่ยังพัฒนาเรื่องการทำประตู การแอสซิสต์ การเพรสซิ่ง การสร้างสรรค์เกม ไม่เว้นแม้กระทั่งเกมรับ ว่ากันว่า บุคคลเดียวที่จะหยุดซาดิโอ มาเน่ได้ ก็คือ ซาดิโอ มาเน่ ด้วยการส่งบอลเข้าตาข่ายด้านนอก!!

ดิโอโก โชต้าได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรก ประสานงานกับ ทาคูมิ มินะมิโนะ  และ ซาลาห์ เขาทำผลงานได้ค่อนข้างโอเค แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีสไตล์การเล่นที่ต่างกับมาเน่พอสมควร โชต้าไม่ได้มีความเร็วที่จะกระชากหายแบบพ่อพระเอก แต่ดูแล้วเป็นสายชิงจังหวะ ซึ่งต้องการการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมค่อนข้างมาก เทียบกับเกมก่อนหน้านี้ โชต้าได้บอลค่อนข้างเยอะ มีกองกลางวิ่งทำทางให้ ส่งให้เขาหาพื้นที่ในการหลุดไปลองทำประตูได้ถึง 3 ครั้ง แต่เห็นได้ชัดว่า โชต้าและมินะมิโนะทำงานได้ค่อนข้างลำบากในเกมวันนี้ ตัวซาลาห์เองก็เล่นค่อนข้างถนอมร่างกาย แต่ถึงอย่างนั้น โชต้าก็ยังพยายามหาจังหวะจนสร้างโอกาสทำประตู 3 ครั้ง มากที่สุดในสนาม เพียงแต่ว่าโชคร้ายไปหน่อยที่ แมน ออฟ เดอะ แมทช์ในวันนี้คือผู้รักษาประตู แบรนด์ เลโน่

เมื่อเปรียบเทียบวิธีการเล่นของมาเน่กับโชต้า ด้วยเงื่อนไขเดียวกันคือ ไม่ได้รับการสนับสนุนเกมรุก จะเห็นได้ว่า มาเน่นั้น ลุยกว่าและ “แบก” ทีมได้มากกว่า เป็นสถานการณ์ใช้อธิบายคำว่า “เวิร์ลคลาส” ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าโชต้าไม่เก่งพอที่จะเล่นให้ลิเวอร์พูล แต่เขากำลังเรียนรู้จากโคตรพระเอก ซาดิโอ คูกิมิยะ ต่างหาก

5.เหล็กเนื้อดี ยิ่งตียิ่งแข็ง

นี่คือเกมที่สอง ที่คล็อปป์ส่ง รีส วิลเลี่ยมส์ เซ็นเตอร์แบ็กวัย 19 ปีลงสนามเคียงข้างลูกพี่เวิร์จ ในเกมกับลินคอล์น ซิตี้ เขาดูช้าและมีปัญหากับเกมระดับอาชีพ แต่ในเกมกับอาร์เซนอล รีสดูดีมีพัฒนาการขึ้นจนน่าประหลาดใจ รีสไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดและยังดูมีความมั่นใจ แน่นอนว่ายังมีรายละเอียดให้แก้ไขอีกเยอะ แต่สิ่งสำคัญคือ mindset รีส วิลเลี่ยมส์ไม่ได้แสดงออกถึงความตื่นตระหนกจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และถ้านั่นคือคุณสมบัติของเขาจริง ๆ มันจะช่วยให้เขามีโอกาสก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ตามรอยเคอร์ติส โจนส์

อาเดรียนคือตัวอย่างที่ดีของ ทัศนคติ ระดับอาชีพ เขาโดนวิจารณ์หนักหน่วง ถึงขั้นบูลลี่ ผ่านโซเชียล มีเดีย จากเกมที่ทำพลาดจนลิเวอร์พูลตกรอบ UCL ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าไม่ได้มีฝีมือระดับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ แต่สิ่งที่แสดงออกมานั้นคือความเป็นมืออาชีพ เขาซ้อมหนักเคียงข้างผู้รักษาประตูมือหนึ่ง และเกมในวันนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร หากใจยังสู้และร่างกายยังไหว คนเราก็ยังสามารถพัฒนาตัวเองได้เสมอ การอ่านเกมของอาเดรียนในวันนี้ ราวกับอลิสซอนร่างเพรียว อาเดรียนคือผู้ที่ทำให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสเข้ารอบจนถึงการดวลจุดโทษในจังหวะสุดท้าย

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นมือหนึ่งในตำนาน แต่ในด้านจิตใจนักสู้ อาเดรียนคือโรลโมเดลอย่างแท้จริง

END

“หากคุณไม่ยืนเคียงข้างเราในวันที่แพ้ ก็อย่ามาชื่นชมเราในวันที่ชนะ” วิลเลี่ยม บิล แชงลีย์

YOU WILL NEVER WALK ALONE ครับ คุณจะไม่เดินอย่างเดียวดาย