13 บทสรุปหงส์แดงสยบปืนใหญ่ชนะ 3-1

หนึ่ง – ราวๆ สิบห้านาทีแรกของการแข่งขัน ลิเวอร์พูลขึงเกมใส่อาร์เซน่อลด้วยการเก็บโอกาสทำประตูสูงถึง 4 ครั้งภายในเวลาสิบห้านาที โชคหรือยันต์หนังเหนียวของอาจารย์คงคงช่วยไอ้ปืนโตเอาไว้ กระสุนจากฝั่งลิเวอร์พูลบรรจงพุ่งไปสู่ตาข่าย แต่ถ้าไม่ถูกกองหลังจากอาร์เซน่อลสกัด…บอลลูกนั้นก็ต้องพุ่งชนคานหรือไม่ผู้รักษาประตูของไอ้ปืนโตที่ปัดมันไปเสียทุกครั้ง

ลิเวอร์พูลขึงเกมได้ แต่ขาดความคมในช่วงแรกของเกม กระนั้นทุกสิ่งทุกอย่างของการแข่งขันจะตกอยู่ในการควบคุมของเจ้าบ้านอย่างราชาหงส์แดงอยู่ดี แต่ทว่า…

สอง – ทว่า…กลับเป็นฝ่ายอาร์เซ่น่อลต่างหากที่ขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 25 เรื่องนี้ไม่ทราบว่าความเท็จความจริงเป็นอย่างไร แต่การถูกทำประตูขึ้นนำในครั้งนี้กลับมองในแง่ดีได้สองข้อคือ 1.เครื่องจักรสีแดงที่ร้อนได้ที่อยู่แล้วกลับโอเวอร์ฮีตขึ้นไปอีกขั้น และ 2.ลิเวอร์พูลยังคงรักษาปรัชญา “ความดันของแฟนบอลคือความสุขของเรา” ได้อย่างเหนียวแน่น

ตัดภาพกลับมาที่ เครื่องจักรสีแดงที่กำลังร้อนระดับโอเวอร์ฮีทอีกครั้ง เมื่อพวกเขาถูกขึ้นนำ 1-0 ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายควบคุมเกมมาตลอด ทำให้เราไม่ต้องแปลกใจเลยว่า เหตุใดประตูตีเสมอของลิเวอร์พูลจึงเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ห่างกันเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น

กล่าวกันว่า แฟนบอลอาร์เซน่อลที่กำลังเขียนโพสต์เย้ยหยันที่สามารถทำประตูออกนำหงส์แดงในแอนฟิลด์ได้ ยังไม่ทันได้โพสต์พวกเขาก็ต้องลบมันทิ้งเสียแล้ว!

สาม – บอกแล้วว่าโรเบิร์ตสันต้องการรักษาระดับความดันของแฟนนบอลเฉยๆ ในนาทีที่ 34 เขาก็กลับมามีส่วนรวมกับการทำประตูอีกครั้ง [คราวนี้ไม่ใช่แอสซิสต์ให้ฝ่ายตรงข้ามแล้วนะครับ] แต่ก็ไม่ได้แอสซิสต์ให้ฝ่ายตัวเองด้วย แม้เขาจะเป็นวิงแบ็คก็ตามที แต่ประตูลูกที่สองของลิเวอร์พูลมาจากการทำประตูของปีกซ้ายจอมพลังอย่าง แอนดรูว โรเบิร์ตสัน ต่างหาก !

“ผมรักการจบสกอร์ ผมรักการแอสซิสต์ แต่สิ่งที่ผมรักมากที่สุดก็คือการป้องกันมากกว่า นั่นคือเหตุผลที่ไม่พอใจเท่าไหร่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ ผมรู้ดี ผมคือสาเหตุที่ทำให้อาร์เซน่อลได้ประตู แต่ความจริงที่ว่าเราจบเกมด้วยสามคะแนนก็ช่วยให้ผมข่มตาหลับลงได้เมื่อหัวผมถึงหมอน แต่สุดท้ายผมก็ชอบที่ผมจบสกอร์แบบนั้นนะ หวังว่าซาดิโอกับโมจะชอบใจด้วยเหมือนกัน!” โรเบิร์ตสันกล่าวเอาไว้หลังเกมการแข่งขัน

สี่ – เลิกเขียนตลกแซวเล่นและกลับมาวิเคราะห์แบบจริงจังกันบ้าง (แหม่ ทำเป็นด้วยเหรอ? / เป็นสิวะ) เกมนี้อาร์เซน่อลใช้แผนขุดบ่อล่อปลา จงใจให้ลิเวอร์พูลใช้เกมเพรสซิ่งฉกบอลจากพวกเขาในพื้นที่สุดท้ายเพื่อที่จะดึงแผงหลังของหงส์แดงให้ขึ้นสูงที่สุด จากนั้นพวกเขาก็เปิดบอลไปในแดนลิเวอร์พูลเพื่อให้แนวรุกของตัวเองที่มีความเร็วอย่าง โอบาเมยองและลากาแซตสปีดอัพไปเก็บบอลเพื่อทำประตู ข้อนี้สังเกตุได้จากการที่มีสถิติล้ำหน้ามากที่ 5 ครั้งของพวกเขา

แผนการของพวกเขาฟังดูดี เพียงแต่ว่ามันไม่ประสบผลสำเร็จเลย ประตูที่ลากาแซตได้มาจากความผิดพลาดของโรเบิร์ตสันไม่ใช่การหลอกนักเตะลิเวอร์พูลให้เพรสซิ่งในพื้นที่สุดท้ายจนแนวรับหงส์แดงดันสูงเกินไป

มิหนำซ้ำพวกเขายังเสียบอลจากการกับดักเพรสซิ่งของตัวเองหลายต่อหลายครั้งด้วย มีความพยายามแต่ยังอ่อนหัด แม้อาร์เตต้าจะวางแผนมาด้วยควาทเหนือชั้น แต่เกมเพรสซิ่งที่พวกเขาพยายามลวงให้ติดกับนั้น มันคือเกเก้นเพรสซิ่งระดับเฮวี่เมทัลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในการเพรสซิ่งที่ดีที่สุดในโลก!

การขุดกับดักเพรสซิ่งของพวกเขาจึงไม่ต่างอะไรจากการขุดกับดักฝังตัวเองในท้ายที่สุด

ห้า – ซาดิโอ มาเน่ คือนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมนี้อย่างไม่ต้องสงสัย คิดดูนะครับเขาโดนใบเหลืองตั้งแต่นาทีที่ 3 ของเกมทำให้ทั้งเกมไม่สามารถเข้าจังหวะเต็มกำลังได้ แต่ ซาดิโอ มาเน่ เพียงคนเดียวสามารถเก็บ…

โอกาสในการจบสกอร์ 5 ครั้ง [อันดับหนึ่งของเกม]

จบสกอร์ตรงกรอบ 3 ครั้ง [อันดับหนึ่งของเกม]

จบสกอร์นอกกรอบ 2 ครั้ง [อันดับหนึ่งของเกม / อันนี้ไม่ต้องก็ได้โว้ย]

ความพยายามในการเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ 2 ครั้งสำเร็จ 1 [อันดับสองของเกม]

เข้าปะทะ 2 ครั้ง [อันดับ 2 ของทีม]

เข้าปะทะสำเร็จ 100 เปอร์เซ็น [อันดับ 1 ของเกม]

คะแนนจากเว็ปไซต์สถิติอย่าง Whoscored 7.8 [อันดับ 1 ของเกม]

หก – กล่าวกันว่า สาเหตุที่ ซาดิโอ มาเน่ เค้นฟอร์มระดับพระกาฬอย่างนี้ออกมาได้ มิใช่เป็นเพราะสาเหตุอื่นใดเลยนอกเสียจากมี ดิโอโก โจต้า นั่งกดดันเขาอยู่บนม้านั่งสำรอง และเมื่อ ดิโอโก้ ลงสู่สนามด้วยเหลือเวลาการแข่งขันราวๆ 10 นาที เขาก็มีโอกาสจบสกอร์ใส่คู่ต่อสู้ 3 ครั้ง

ครั้งแรก โมฮาเม็ด ซาลาห์ จ่ายบอลให้อย่างสวยงามเหมือนประเคนพานทองวางพวงมาลัยโรยมะลิในกรอบเขตโทษและดิโอโจ้ ก็หวดมันเต็มข้ออย่างไม่ลังเลจนตาข่ายไหว โชคร้ายที่มันเป็นตาข่ายด้านนอกของประตู! กระทั่งนาทีที่ 88 เขาก็ทำประตูแรกในสีเสื้อหงส์แดงได้สำเร็จด้วยบอลที่ยากกว่า

กองหลังของอาร์เซน่อลโหม่งสกัดออกมา เด้งเข่า-กระดอนไหล่ของเขา ก่อนโจต้าจะหวดมันครึ่งข้อแล้วบอลก็กระดอนพื้นอีกสองครั้งครั้งจากนั้นก็สปินเปลี่ยนทิศเข้าเสาไกล โดยที่ผู้รักษาประตูของไอ้ปืนโตได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ทั้งๆ ที่เท้าทั้งสองข้างไม่ทันขยับไปไหนเลย

“บอลลูกง่ายๆ ผมไม่ถนัดเท่าไหร่น่ะครับ” ดิโอโก้ ไม่ได้กล่าวไว้ แต่คงนึกอยู่ในใจ

เจ็ด – เจอร์เก็น คลอปป์ พูดถึงประตูของโจต้าว่า “เขาจะไม่มีทางลืมมันเลยตลอดชั่วชีวิตนี้ ผมเองก็จะไม่ลืมมันเช่นกัน”

แปด – อย่ามัวแต่ชื่นชมกองหน้าของลิเวอร์พูลมากเกินไป เกมนี้ อลีสซง เบคเกอร์ ทั้งออกมาตัดบอลจังหวะสำคัญและปฏิเสธบอลจ่อๆ ของลากาแซตจนลิเวอร์พูลไม่เสียประตูเพิ่มได้

เก้า –  หลายคนคงวิจารณ์เกมรับของ อเล็กซานเดอร์ อาโนล ไม่มากก็น้อย [เกมนี้เช็คล้ำหน้าพลาดจนฟานไดก์โวย] แต่ข้อเท็จจริงที่เราไม่ควรลืมอย่างหนึ่งก็คือ ไอ้หนูอาโนลมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น เกมรุกของอาโนลมีราคามากขนาดไหนไม่อาจทราบ แต่เจอร์เก็นก็ยอมแลกให้มีการแอสซิสต์ที่บ้าคลั่งจากแบ็คขวาอยู่ในทีมทั้งๆ ที่เกมรับของเขาไม่เอาไหนเท่าไหร่

สิบ – เกมพรีเมียร์ลีกนัดที่แล้ว หลายคนบอกว่าชัยชนะที่ลิเวอร์พูลได้มานั้น “ยังไม่เจอกับของจริง” เพราะเชลซีเหลือสิบคนตั้งแต่ครึ่งแรก อันที่จริงแล้วเกมกับอาร์เซน่อลเมื่อคืนนี้หงส์แดงก็ยังไม่เจอกับของจริงสักเท่าไหร่ เพราะไอ้ปืนโตก็เล่นกัน 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 1 ของเกมแล้ว

โอบาเมยอง ไม่ได้ลงสนามไปด้วย หายไปเข้ากระเป๋าใคร…ก็สุดแท้แต่จะหาได้

สิบเอ็ด – เห้อ … ชนะลีดส์ ชนะเชลซี ชนะอาร์เซน่อล แมนซิตี้แพ้ตั้งแต่เกมที่สาม [และไม่มีวัตฟอร์ดในพรีเมียร์ลีกแล้ว] ดูท่า 129 คะแนนคงไม่ไกลเกินเอื้อมครับ ไม่ไกลเกินเอื้อมมมมมม

สิบสอง – เจอร์เก็น คลอปป์ สรุปภาพรวมเกมนี้เอาไว้ว่า “ยอดเยี่ยม มันคือเกมที่ยอดเยี่ยมเกมหนึ่งจริงๆ ผมรักทุกๆ วินาทีของเกมนี้ ยกเว้นประตูที่เราเสียเอาไว้ลูกเดียวเท่านั้น แล้วฟอร์มการเล่นของเราในวันนี้คือทัศนคติที่ยิ่งใหญ่ สิ่งนี้คือหัวใจสำคัญ”

สิบสาม – ที่หงส์ตรูแพ้ในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกคอมมูนิตี้ชิลด์น่ะ แพ้แก้เคล็ดเฉยๆ โว้ย

END

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน

นัดเดียวจอด รายงาน