5 บทเรียนของหงส์แดงในเกมเอาชนะลีดส์ยูไนเต็ดแบบปาดเหงื่อ 4-3

1.ประสบการณ์ป้องกันแชมป์คือสิ่งที่แชมป์ต้องการ

เจอร์เก็น คล็อปป์ได้พูดเอาไว้หล่อ ๆ ว่า “พวกเราไม่ได้มาป้องกันแชมป์ พวกเราจะออกล่าแชมป์อีกครั้ง” แต่สิ่งที่ลูกทีมของมาร์เซโล่ บิเอลซ่าทำเปรียบได้กับการเอากระจกมาตั้งให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกส่องดูตัวเอง “ไม่ พวกเรากำลังรักษามงกุฏ และมันยากกว่าแย่งมงกุฏเป็นเท่าตัว”

ประเทศญี่ปุ่นมีเกมกีฬาสุดแปลกเรียกว่า “โบ-ทาโอชิ หรือ เกมโค่นเสา”

แบ่งออกเป็นสองทีมคือทีมโจมตี และ ทีมป้องกันเสา

นักกีฬา 75 ชีวิตจะต้องใช้ทุกวิถีทางในการต้านทานการไม่ให้คู่ต่อสู้ปีนขึ้นไปดึงเสาให้เอียงลงมา แน่นอนว่าแนวรับต้องถูกผลักดึง ปีนไหล่ เหยียบหัว และพวกเขาก็ทำได้แค่อดทนและอดทน เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทั้งสมอง ร่างกาย จิตใจ และความบ้าคลั่ง

ลิเวอร์พูลเองก็เช่นกัน หลังจากสร้างปรากฏการณ์ไร้พ่ายในช่วง 28 เกมแรก พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจาก “ทีมป้องกันเสา” ในกีฬาท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น ทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีกต่างมองหาจุดที่เล็กที่สุดที่จะโจมตีแนวรับสุดแกร่งของลิเวอร์พูลได้ และเหมือนเป็นการระดมสมองกันแบบ social distancing รายละเอียดเล็ก ๆ น้อยถึงส่งต่อกันแบบเกมต่อเกม การที่ลิเวอร์พูลเก็บคลีนชีตไม่ได้มา 3 เดือนแล้ว มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ

คล็อปป์เองก็เคยกล่าวไว้ว่า “ไม่เคยมีใครเขียนตำราไว้ว่า หลังการคว้าแชมป์ต้องเล่นยังไง” ก็น่าจะทำให้คล็อปป์ต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่า “ลิเวอร์พูลมีแต่คนล่าแชมป์ แต่ไม่มีใครรู้วิธีรักษาแชมป์” จริงอยู่ที่เจมส์ มิลเนอร์มีประสบการณ์นั้น แต่เขาอายุ 34 ปีแล้ว สิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการคือผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในการป้องกันแชมป์ลีก ผู้ที่สามารถลงไปในสนามแล้วเปลี่ยนคลาสบอลของทีมจนคู่ต่อสู้ไล่ไม่จนได้ และต้องเป็นคนที่สามารถทำมันได้อย่างสม่ำเสมอด้วย ไม่ต้องพูดชื่อก็รู้กันว่าคนคนนั้นคือใคร

2.ลีดส์จะช่วยลิเวอร์พูลได้

เหลืออีก 37 เกมให้เล่น ยังไม่มีใครรู้หรอกว่าที่สุดแล้วลีดส์จะต้องหนีตกชั้น ลุ้นไปยุโรป หรือลุ้นแชมป์ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด (แม้จะเสียประตูง่าย) คือ ลีดส์สามารถช่วยลิเวอร์พูลตัดแต้มทีมคู่แข่งได้

โดยปกติแล้ว ทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมามักมีนักฟุตบอลที่เด่นมาก ๆ อยู่ 1 – 3 คน มักเป็นศูนย์หน้าของทีม แต่ลีดส์นั้นแตกต่าง 3 ประตูของพวกเขาไม่ได้มาจากนักฟุตบอลดาวเด่นเพียงคนเดียว มันเกิดจากระบบและแท็กติกของบิเอลซ่าล้วน ๆ

ลีดส์มีศูนย์หน้าดาวรุ่งที่เก่งมาก ๆ ชื่อว่า พาทริค แบมฟอร์ด มีดาวแอสซิสต์ พาโบล เอร์นานเดซ มีปีกสองข้างที่จี๊ดจ๊าด แต่บิเอลซ่าก็ศึกษามาอย่างดีว่า การใช้เกมรุกเพียว ๆ นั้นยากที่จะเจาะเกมรับลิเวอร์พูล แต่จุดที่เป็นหนามแบงทิ่มแทงทีมแชมป์ก็คือ ความผิดพลาดส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น เทรนต์, โจ โกเมซ, และโดยเฉพาะเฟอร์จิล ฟาน ไดก์ที่ทำพลาดจนทีมเสียประตูมาแล้ว 3 ครั้ง เป็นสถิติที่มากที่สุดในลีกนับตั้งแต่ปี 2018/19 ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ สถิติไม่เคยโกหกใคร ถ้าเลี้ยงผ่านพี่ยักษ์มันยากนัก ก็โจมตีที่ความติดประมาทของเขานี่ล่ะ

แน่นอนว่า บิเอลซ่าเองก็มีการบ้านเรื่องเกมรับให้แก้ แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงการเล่นอย่างมีระบบ ไม่ได้สั่งให้ลูกทีมต่อบอลโยนบอลแบบไร้จุดหมาย ท่านั่งยอง ๆ และแววตาดุดันนั้นทำให้เรารู้สึกว่า ลุงเป็นโค้ชที่เก็บรายละเอียดของคู่ต่อสู้ทุกเม็ด

ลีดส์อาจยังไม่ใช่คู่แข่งในการแย่งแชมป์ แต่การจะมาเก็บคะแนนไปจากพวกเขาได้ ต้องใช้พลังงานมากที่เดียว

3 คะแนนจากลีกส์ ที่ต้องแลกมาด้วย 3 ประตูในเกมนี้ อาจคุ้มค่ามาก ๆ เมื่อมองกลับมาหลังสิ้นสุดฤดูกาลก็เป็นได้

3. อย่าขับไล่โมซาลาห์

แมนออฟเดอะแมชในเกมเปิดสนามแอนฟิลด์คือ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ คนเดียวกับคนที่ทำประตูไม่ได้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คนเดียวกันกับคนที่เป็นดาวซัลโวของลิเวอร์พูลมา 3 ปี คนเดียวกันกับที่มีสถิติ จบสกอร์+แอสซิสต์ เหนือใคร ๆ แม้ในปีที่ผลงานดร็อปที่สุด

ทว่า ซาล่าห์กลับกลายเป็นคนที่แฟนบอลในโลกโซเชียลเรียกร้องให้ขายเอาเงินอยู่เรื่อยไป

คิงโมซาล่าห์เป็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลคนแรกที่ทำประตูในเกมแรกได้ 4 ปีติด นั่นไม่ใช่สถิติที่นักฟุตบอลทั่วไปจะทำได้ โดยปกติผู้เล่นจะต้องใช้เวลาในการอุ่นร่างกาย เคาะสนิมเรียกฟอร์ม แต่โมซาล่าห์กลับเป็นคนที่พร้อมทำงานทันทีในทุกวัน เป็นคุณสมบัติที่ไม่ได้หาง่ายในตลาดซื้อขาย

แม้ว่าหลายครั้งที่วิธีเล่นของซาลาห์จะน่าหงุดหงิด แต่ก็ต้องยอมรับการไม่มีซาลาห์ใน 11 ตัวจริง ส่งผลกระทบต่อลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก ตัวเขาเองเพิ่งทำลายสถิติของเวน์ย รูนี่ ในฐานะผู้ที่ทำประตูแล้วทีมได้รับชัยชนะมา 35 เกมติด เป็น Match Winner ที่ทีมขาดไม่ได้

และอย่างที่รู้ว่า ในทุกซีซั่น คู่ต่อสู้สารพัดค้นหาวิธีในการหยุดคิงอียิปต์ ดันออกริมเส้น รุมประกบสองถึงสามคน รวมถึงประกบติด เทรนต์ ตัวซัพพอร์ตของโม นั่นทำให้ทีมโค้ชต้องหัวหมุนกับปรับวิธีเล่นของเขา ซึ่งในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา ซาลาห์ทำประตูไม่ได้เลย วิธีการเล่นก็ดูแปลกไป เคลื่อนที่ออกปีกมากขึ้น ผ่านบอลเยอะขึ้นแต่ก็จ่ายเสียบ่อย ๆ หลายคนจับสังเกตว่าคล็อปป์กำลังลองอะไรบางอย่าง จนกระทั่งในเกมกับลีดส์ ซาลาห์กลายเป็นคนที่แย่งบอลยากที่สุด ทำคีย์พาสมากที่สุดในเกม และสร้างโอกาสทำประตูมากที่สุดในเกม เขาแสดงให้เห็นว่า พยายามแล้วที่ปรับตัวเองเพื่อทีม

ตามที่ฟาน ไดก์ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า “มันถึงเวลาแล้วที่ซาลาห์ควรได้รับการ respect ตามที่เขาสมควรจะได้รับ” สำหรับผู้เล่นที่มีผลงานเชิงประจักษ์ถึง 4 ฤดูกาลติด เขาคนนั้นควรได้รับการยกย่องมากกว่านี้

4. ขุดบ่อล่อปลา แผนพาทัวร์ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลเคยมีแนวรับที่น่าเกรงขามมาก หลายครั้งที่ผู้เล่นจากทีมตรงข้ามเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเฟอร์จิล ฟาน ไดก์ บางครั้งแนวรับลิเวอร์พูลแทบไม่ต้องออกแรง เหตุเพราะคู่ต่อสู้ลนลานจนทิ้งโอกาสทำประตูกันไปเอง แต่ในช่วงหลังมันกลับไม่เป็นแบบนั้น หลังจากที่ผู้เล่นของวัตฟอร์ดทะลวงแนวรับทีมแชมป์ แผลก็ถูกเปิดออก พวกเขา (คู่ต่อสู้ก็) มีความกล้าที่จะลองทำบางอย่าง กำแพงแอนฟิลด์ก็ดูเหมือนจะเริ่มมีรอยแตกร้าวให้เห็น

ที่น่ากังวลก็คือ นับตั้งแต่บุกไปแพ้อาร์เซนอลที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูลก็มักโดนลงโทษด้วยรูปแบบเดิม ๆ ด้วยสไตล์การเล่นแบบเพรสซิ่งสูงทั้งทีม พวกเขาก็เลยโดนโจมตีในขณะที่กำลังครองเกมบุก สิ่งที่อาร์เซนอลทำก็คือการต่อบอลหนีเพรสซิ่งอย่างอดทน ทันทีที่เห็นช่องว่าง ผู้เล่นแนวรับของอาร์เซนอลก็บรรจงเปิดบอลข้ามผู้เล่นกองกลางและฟาน ไดก์ไปยังพื้นที่ทางซ้าย แล้วใช้ความเร็วเอาชนะช่องว่างระหว่างโจ โกเมซกับแบ็กขวา

ลีดส์ก็ใช้วิธีแบบเดียวกัน บิเอลซ่าฉลาดมาก เขารู้ว่ากลางสามคนของลิเวอร์พูลถูกสั่งให้จับตาดู คาลวิน ฟิลลิปส์ ในช่วงเวลาที่ฟาน ไดก์และโกเมซเติมเกมขึ้นมาครึ่งสนาม ฟิลลิปส์ตัวแสบก็วางบอลไปที่แจ็ค แฮริสัน

จังหวะแบบนี้ เทรนต์ไม่ค่อยพลาด แต่เกมวันนี้เขาทำพลาด โดนแฮริสันกระดกข้ามตัว โจ โกเมซที่วิ่งกลับมาช่วยก็เข้าพรวด ส่วนกัปตันก็ยังฟิตไม่พอที่จะวิ่งลงมาทัน และแฮริสันที่ไม่ได้หวั่นเกรงกับแนวรับลิเวอร์พูลเพราะไม่เคยเจอกันมาก่อน ก็ทำได้ดีเหลือเกิน

อย่างที่กล่าวไป เทรนต์ในวันที่ฟอร์มดีจะไม่ทำพลาด เฮนเดอร์สันในวันที่ร่างกายพร้อมก็จะลงมาช่วยซ้อนได้ทัน แต่เกมนี้ไม่มีสักอย่าง และนั่นคือโจทย์ที่คล็อปป์ต้องหาทางแก้ให้ได้ ถ้าแก้ได้เร็ว ลิเวอร์พูลก็จะแข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้ายังปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจส่งผลให้น้องเทรนต์หมดความมั่นใจ พาลทำให้จุดเด่นเรื่องเกมรุกดร็อปไปด้วย

5.ลิเวอร์พูลต้องการความแตกต่างในแดนหน้า

แม้ว่าซาล่าห์จะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นระดับ 9.9 แต่ความเป็นจริงก็คือ 2 จาก 3 ประตูนั้นมาจากจุดโทษ ซึ่งได้ยากหยั่งกะรางวัลล็อตเตอรี่ (แต่ง่ายกว่างวด 999997) ผู้ตัดสินคนอื่นที่ไม่ใช่ไมเคิล โอลิเวอร์พูลอาจเป่าให้เป็นลูกตั้งเตะจากประตู เนื่องจากพิจารณาแล้วพบว่าฟาบินโญ่พุ่งล้ม หรือ เป็นการปะทะกันในเกม เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นสำหรับทีมลิเวอร์พูล

การเซ็ตเกมรุกของลิเวอร์พูลวันนี้ไม่ได้แย่เลย พวกเขาต่อบอลกันไหลลื่น แนวรับลีดส์ต้านทานแทบไม่อยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ทั้งซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต ฟิร์มิโน่ ลืมวิธีจบสกอร์ไว้ที่เมลวู้ด ทำให้ลิเวอร์พูลได้มาเพียง 1 ประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีโอกาสถึง 22 ครั้ง xG 3.15 เทียบโอกาสกับลีดส์เป็นเปอร์เซ็นแล้ว 97% ต่อ 3%!

เมื่อมองไปที่ม้านั่งสำรอง มีทาคูมิ มินะมิโนะ กับ ดิว็อก โอริกี รอพลิกสถานการณ์อยู่ แต่ดูเหมือนว่า หลังจากเคอร์ติส โจนส์ลงสนามแล้วทีมเสียจังหวะจนเสียประตู คล็อปป์ก็เลยไม่กล้าจะขัดจังหวะของเกมอีกเลย จนกระทั่งนาทีสุดท้ายที่เลือกส่งโจเอล มาติปลงไปปิดเกม

เกมวันนี้ผ่านไปและคำวิจารณ์ก็เบาลงเมื่อคิงโมซัดจุดโทษที่ฟาบินโญ่เป็นคนเรียกให้ในนาทีที่ 88 แต่มันคงน่าเสียดายและน่าหงุดหงิดหากประตูสุดท้ายไม่เกิดขึ้น เพราะคล็อปป์ไม่ได้ลองใช้ทางเลือกข้างสนาม

ทักษะและความเข้าใจเกมของบ๊อบบี้นั้นคือระดับเวิร์ลคลาส แต่ไม่ใช่สำหรับทักษะการทำประตู รากฐานของมาเน่ก็เป็นปีกไม่ใช่กองหน้า เพราะฉะนั้น ศูนย์หน้าที่มีหน้าที่ “ทำประตู” ยังคงเป็นจุดที่ต้องเติมเต็มลิเวอร์พูลชุดนี้

ข่าวล่าสุดบอกว่า ลิเวอร์พูลต้องการเซ็นเตอร์แบ็คประสบการณ์สูง และผู้เล่นริมเส้นก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดในวันที่ 5 ตุลาคมเห็นมั้ยล่ะ เราต้องขอบคุณคุณบิเอลซ่านะที่จัดเน้น ๆ ให้ตั้งแต่เริ่ม ทำให้เห็นชัดว่าลิเวอร์พูลมาถึงจุดต้องเสริมทัพจริงจังจริงจริง

END

JB เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน