3 ความเคลื่อนไหวหงส์แดงประจำวันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 63

1.สัญญาณการไม่ต่อสัญญาทั้ง 3 ข้อของจินี่ ไวนาดุม

หนึ่ง – เจอร์เก็น คลอปป์ พูดเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า สัญญาระหว่างไวนาดุมกับลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา “แต่คุณก็รู้ว่า ผมไม่เคยพูดเรื่องสัญญานักเตะในแถลงข่าวไหนๆ ดังนั้นเราจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายที่ว่านั่นหรอกครับ” แม้สิ่งที่เจเคพูดจะฟังดูมีความหวัง แต่ลองคิดดูนะครับว่าขั้นตอนการเจรจาระหว่างลิเวอร์พูลกับไวนาดุมนี้มันยาวราวๆ มาเกือบปีกว่าได้แล้ว และดูเหมือนว่ารายละเอียดระหว่างไวนาดุมกับทีมบริหารลิเวอร์พูลจะขัดแย้งกันอยู่ไม่น้อย

The athletic รายงานว่า “ไวนาดุมเขาต้องการสัญญาระยะยาว 4 ปี แต่ในสัญญาที่ลิเวอร์พูลจะให้ได้นั้นสั้นกว่านั้น”

ปัจจุบัน จินี่ ไวนาดุมอายุ 29 ปี สัญญาของเขาจะหมดลงในปีหน้าแต่ถ้าต่อสัญญาอีกสี่ปีก็จะหมายความว่า จินี่จะเล่นให้ลิเวอร์พูลไปจนถึงอายุ 34 ปี ตัวเลขอายุอาจไม่ใช่ปัญหาเท่ากับตัวเลขค่าเหนื่อยที่ “ไม่มากแต่นาน” อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลช่วงประหยัดมัธยัสถ์แบบนี้คิดหนัก!

สอง – ถ้าสัญญาของไวนาดุมไม่ได้รับการขยายออกไปจริงๆ ตามเหตุผลข้อหนึ่ง ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นผู้บริหารจะทำอย่างไร ระหว่างการปล่อยให้สัญญาหมดไปอย่างเปล่าประโยชน์ กับการคว้าเงินจากบาเซโลน่าที่มีข่าวว่าพร้อมจ่ายจินี่ในราคา 18 ล้านปอนด์ (หรือราวๆ 750 ล้านบาทไทย!) ***หมายเหตุเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกทั้งใบกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 500 ปีของเศรษฐกิจโลก

(แต่บาเซโลน่าสนใจในตัวจินี่จริงๆ หรือ ? คำถามนี้มีเฉลยอยู่ในบรรทัดถัดไป)

สาม – The Telegraph จากเนเธอร์แลนด์รายงานว่า จินี่ ไวนาดุม จะกลายเป็นการเซ็นสัญญาครั้งแรกของ โรนัล คูมันน์ ในฐานะกุนซือบาเซโลน่า!

แต่ความน่าเชื่อถือของข่าวนี้มีมากแค่ไหน ?

อันดับแรกสื่อนี้ไม่ได้มาจากสเปนและอังกฤษ ดังนั้นความน่าเชื่อถือจึงมีน้อยกว่าสำนักข่าวที่มาจากสองประเทศนี้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสโมสรลิเวอร์พูลและบาเซโลน่า แต่เนเธอแลนด์เองก็เป็นบ้านเกิดของไวนาดุมและคูมันน์ ทำให้แม้ว่าความน่าเชื่อถือแม้จะน้อยกว่าแต่ก็ใช่ว่าจะไม่น่าเชื่อถือเลย และที่สำคัญที่สุด The Telegraph ที่พาดหัวบทความนี้นั้นเป็นบทความที่ต้องเสียเงินอ่าน! จะมีสำนักข่าวไหนที่ปล่อยให้คนเสียเงินอ่าน อ่านข่าวที่ไม่มีมูลความจริง ?

(ฤาจะถึงคราวงานเลี้ยงต้องเลิกราเสียแล้วหรือ…)

2.สาสน์ท้ารบจากโรเบิร์ตสันถึงคอสตาส

คอสตาสกับร้อบโบ้ มีความสัมพันธ์ต่อกันในหลายแง่ ทั้งสองคนเป็นคู่แข่งที่ต้องเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงต่อกัน แต่ก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่เข้าใจหัวอกกันและกันได้ดีที่สุดเหมือนกัน โรเบิร์ตสันย้ายจากทีมเกือบจะโนเนมเข้ามาเป็นสำรองแบ็คซ้ายของลิเวอร์พูล ในขณะที่คอนสแตนตินอสก็มีโชคชะตาไม่ต่างกัน

โรเบิร์ตสันจอมเกรียนมองคอสตาสอย่างไร ?

ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องในทีมเดียวกัน : “เขาปรับตัวได้ดีมาก เขาดูมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นทั้งในฐานะนักเตะใหม่และสมาชิกใหม่ของเมืองนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้นักเตะและทีมสตาฟทุกคนควรได้รับความดีความชอบนะ”

ในฐานะแบ็คซ้ายด้วยกันว่า : “เขาคือนักเตะในตำแหน่งแบ็คซ้ายอย่างแท้จริง แต่ผมก็ยังมีความต้องการที่จะเป็นหมายเลขหนึ่งในตำแหน่งของผมอยู่ ผมต้องการลงเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อที่จะรักษาสภาพความฟิตและรักษามาตรฐารการเล่นของผม ผมรู้ดีว่าเรื่องนี้มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่นั่นคือทัศนคติของผมที่จะรักษาตำแหน่งแบ็คซ้ายหมายเลขหนึ่งของทีมเอาไว้! นั่นคือเจตนรมณ์ของผม”

การแข่งขันระหว่างเขาและคอนสแตนตินอส : “ผมมั่นใจเลยว่าคอสตาสเองก็คิดแบบเดียวกันกับผม ดังนั้นเราต้องมางัดกันในสนามซ้อม อันที่จริงเราต้องงัดกันในทุกมิติเลยนั่นแหละ”

ความมั่นใจของโรเบิร์ตสัน : “ผมได้ใช้ช่วงเวลาอยู่กับลิเวอร์พูลราวๆ สองซีซั่นครึ่งแล้ว มันเป็นสองซีซั่นครึ่งที่มหัศจรรย์ และนั่นทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าผมยังคงรักษามาตรฐานการเล่นที่มหัศจรรย์แบบนี้ หรืออะไรทำนองนี้เอาไว้ได้ ผมก็คิดว่าความสำเร็จจะยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ผมรักษาฟอร์มที่ดีที่สุดของผมเอาไว้”

(นี้สิวะ การแข่งขันภายในทีมที่อยากเห็น!! / แปลไปตบเข่าฉาดไป)

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าโรเบิร์ตสันจะเป็นฝ่ายเดียวที่พร้อมจะท้าทาย คู่แข่งในตำแหน่งของเขาเท่านั้น ในวันเปิดตัวกับสโมสร คอนสแตนตินอสได้ให้สัมภาษณ์ถึง โรเบิร์ตสันเอาไว้เช่นกัน แบ็คซ้ายจากกรีซยอมรับก่อนว่าร้อบโบ้เป็นนักเตะแบ็คซ้ายที่เก่งที่สุดในโลก แต่… “แต่นั่นก็เป็นแรงผลักดันชั้นดีในการชิงตำแหน่งตัวจริงมาเลยนะครับ!”

3.เคล็ดลับความสำเร็จของแดนนี่อิงก์และฟิร์มิโน่

ทุกวันนี้ยังไม่มีนักวิเคราะห์สรุปได้ว่า อะไรกันแน่ที่ตามหายากกว่ากันระหว่าง “รักแท้” กับ “สโมสรฟุตบอลที่มีดวงสมพงษ์กับนักเตะ” อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า แดนนี่ อิงก์จะพบเจอกับสโมสรที่ใช่นั่นแล้ว

แดนนี่ ประสบความสำเร็จจริงๆ หลังจากร่วมงานกับเซาแธมป์ตันภายใต้การทำทีมของ ราล์ฟ ฮัตเซฮุตเทิล เขาเป็นรองดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 ที่ตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ เพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น แต่อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเขา แดนนี่ อิงก์เปิดเผยเรื่องนี้กับนิตยสาร The time ว่า

“ผมมีความสุขทุกครั้งที่ฉกบอลคืนมาจากคู่ต่อสู้ได้ ต้องขอบคุณผู้จัดการทีมที่วางแผนช่วยในการฉกบอลคืนมาจากคู่ต่อสู้และเราสามารถขึ้นเกมต่อได้ทันที นั่นทำให้ผมเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายของสนามและจบสกอร์ได้สำเร็จ รูปแบบการเล่นแบบนี้เข้มข้นและเป็นเกมที่ผมถนัดโดยแท้จริง

“โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่มันไม่เวิร์คระหว่างที่ผมอยู่กับลิเวอร์พูล แต่โดยหลักการแล้วมันคือสิ่งเดียวกันไม่ว่าจะเป็นที่เซาแธมป์ตันหรือลิเวอร์พูลก็ตาม

“คุณเองก็คงเคยเห็น โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ฉกบอลคืนมาจากคู่ต่อสู้มากมายนับครั้งไม่ถ้วนเช่นกัน จากนั้นทีมของพวกเขาก็พร้อมกลับมาเป็นฝ่ายรุกทันที

“สิ่งนี้คือบทบาทที่สำคัญสำหรับเกมของผม สำหรับนักเตะหมายเลข 9 ยุคนี้เราจะทำแค่การจบสกอร์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ยังต้องมีส่วนสำคัญกับเกมในมิติอื่นๆ ด้วย แต่การฉกบอลจากคู่ต่อสู้นั้นคือมิติที่ทำให้เกมของผมสมบูรณ์แบบ”

(นี่เป็นบทสัมภาษณ์บางส่วนของแดนนี่อิงก์เรื่องบทบาทการทำเกมของเขาเท่านั้น คนที่สนใจสามารถอ่านบทความฉบับเต็มๆ ของ The time ได้ที่บทความชื่อ I did not want to have only one cap – my best football is still to come)

END – ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ

นัดเดียวจอด ชงกาแฟ

เลิฟหงส์แดง เสิร์ฟข่าว