3 ความเคลื่อนไหวหงส์แดงประจำวันอังคารที่ 1 กันยายน 63

1.อัพเดท 3 ข่าวซื้อขาย

มาโคร กรูยิช – อันที่จริงแฮธาเบอร์ลินดูเหมือนมีความสนใจในการดึงตัวกรูยิชกลับไปใช้งานไม่น้อย Michael Preetz อดีตนักเตะและปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารของแฮธาเบอร์ลิน เคยออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนมิถุนายนว่า “ดีลระหว่างเรา ลิเวอร์พูลและกรูยิชยังเป็นดีลที่เกิดขึ้นได้ เจอร์เก็น บอกกับเราว่าพวกเขาพร้อมปล่อยยืม มาโคร กรูยิช อีกครั้ง เราต้องการเขากลับมาและมาโครเองก็มีแฮธาอยู่เต็มหัวใจด้วย”

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเมื่อลิเวอร์พูลเริ่มพิจารณาสถานะทางการเงินของตัวเอง และประกาศออกมาว่า “กรูยิช(และรวมถึงแฮรี่ วิลสัน) จะอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไป หากไม่มีใครซื้อขาดเขาไปจากสโมสร” ลิเวอร์พูลจะไม่ปล่อยยืมนักเตะทั้งสองคนอีกต่อไปแล้ว

หลังจากนั้นฝ่ายบริหารของแฮธาเบอร์ลินอย่าง Preetz ก็ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม Preetz กล่าวถึงกรูยิชอีกครั้งเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเอาไว้ว่า อนาคตของกรูยิชกับแฮธานั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด “พวกเขาจะปล่อยมาโครให้เรายืมอีกครั้ง ? หรือจะกลับไปเป็นนักเตะลิเวอร์พูลเต็มตัว ? ทั้งหมดนั่นเป็นอนาคตที่ไม่มีใครคาดเดาได้เลย แต่เราก็มองๆ นักเตะคนอื่นเอาไว้เหมือนกัน…”

ท่าทีของแฮธาเบอร์ลินเปลี่ยนไป หลังจากลิเวอร์พูลประกาศ “ขายขาด ไม่ปล่อยยืม” แต่อะไรทำให้มันเป็นเช่นนั้น

คำตอบมีความเป็นไปได้สองทาง

ทางที่หนึ่ง. เจอร์เก็น คลอปป์ต้องการเก็บกรูยิชเอาไว้ใช้เอง บางทีอาจเป็นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คที่เจเคมักพูดเสมอว่าเขาต้องการนักเตะในตำแหน่งนี้ 4 คน แต่ขนาดมีสี่คน ทุกฤดูกาลเราจะเห็นเจเคดึงนักเตะในตำแหน่งกองกลางตัวรับอย่าง เฮนเดอร์สันหรือไม่ก็ฟาบินโย่ลงมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คไปใช้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเสมอ เจเคเคยพูดว่า “นักเตะที่เล่นกองกลางตัวรับได้นั้น มีทักษะในการเล่นเซ็นเตอร์แบ็ค” และ มาโคร กรูยิช ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับที่แฮธาเบอร์ลิน 13 เกม

(บางที เจเค อาจอยากเก็บเขาเอาไว้ให้กลายเป็นเซ็นเตอร์แบ็คคนที่ 4 ก็ได้)

ทางที่สอง. แฮธาเบอร์ลินไม่อยากซื้อขาด กรูยิช ด้วยเงินมากกว่า 20 ล้านปอนด์ พวกเขาจึงพยายามดีลด้วยสัญญาการยืมตัวต่อไป ดังนั้นเมื่อลิเวอร์พูลประกาศว่า “ขายขาด ไม่ปล่อยยืม” ท่าทีของแฮธาเบอร์ลินจึงเปลี่ยนไป

(มาถึงตรงนี้แอดมินจึงถึงบางอ้อครับพี่น้องหงส์แดง สาเหตุที่ลิเวอร์พูลดำเนินนโยบายกับกรูยิชและวิลสันว่าจะไม่ปล่อยยืมอีกต่อไปแล้ว แต่จะขายขาดเท่านั้น เป็นเพราะสโมสรต้องการเดินหมากบีบให้ทีมที่ยืมตัวนักเตะทั้งสองคนซื้อเขาไปใช้ เพราะกรูยิชลงเล่นให้แฮธาเบอร์ลิน 33 เกมในซีซั่นที่ผ่านมา ในขณะที่วิลสันเป็นรองดาวซัลโวของบอร์ทมัธ! นักเตะทั้งสองคนมีความสำคัญกับสโมสรที่ยืมตัวไปไม่น้อยเลย)

ติอาร์โก้ อาคันทาร่า – ตอนนี้ความคืบหน้าล่าสุดของติอาร์โก้ที่ถูกรายงานโดยนักข่าวจริงๆ ก็คือ ลิเวอร์พูลมีความสนใจในตัวเขา แต่ยังไม่ได้ทำการติดต่อเจรจาใดๆ ในขณะที่มีทฤษฏีสมคบคิดเชื่อกันว่า คูมันน์ผู้จัดการทีมบาเซโลน่าอาจกำลังเล็งตัวไวนาดุมที่กำลังจะหมดสัญญากับลิเวอร์พูลในฤดูกาลถัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ติอาร์โก้ อาคันทาร่า หมดสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค

ไวนาดุม อาจย้ายแบบฟรีเอเยนต์ไปบาเซโลน่า ในขณะที่อาคันทาร่าก็ย้ายเข้าลิเวอร์พูลแบบฟรีเอเยนต์เช่นเดียวกัน (แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิดเท่านั้นก็ตาม…)

หลุยส์ ซัวเรซ – ดูเหมือนว่า อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลจะถึงคราวโบกมือลาบ้านหลังที่สามของตัวเองอย่างคัมป์นูแล้ว และมีรายงานว่า สโมสรที่กำลังสนใจในตัวเขาคือ ยูเวนตุส แต่ ยูเว่ จะทำการพิจารณาเลือกระหว่าง หลุยส์ ซัวเรซ กับ Edin Dzeko หน้าเป้าจากโรม่าที่มีอายุ 34 ปี

ดูเหมือนว่าสำหรับยูเว่แล้ว พวกเขาจะมองอายุของนักเตะเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น

2.สงครามจิตวิทยา

นี่มิใช่การต่อความยาวสาวความยืด

แต่หมุนเวลากลับไปในวันที่ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้อาร์เซน่อลในการดวลจุดโทษสักนิด

คนดูอย่างเราคงเข้าใจว่า การดวลจุดโทษ คือการเผชิญหน้ากันระหว่างนักเตะและผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามแบบ 1 ต่อ 1

หากหวดบอลข้ามเส้นได้ก็ถือว่าได้แต้ม หากทำไม่ได้ก็ชอกช้ำกันไป

อย่างไรก็ดีอันที่จริงแล้ว จุดโทษนั้นต่อสู้กันในทุกๆ มิติ มิใช่เพียงแค่ส่งบอลให้ผ่านเส้นผู้รักษาประตูในระยะไม่กี่หลาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการต่อสู้กับความกดดันของนักเตะ หรือ แม้กระทั่งเกมจิตวิทยาระหว่างผู้รักษาประตูกับตัวนักเตะเองก็ตามที และในการดวลจุดโทษของลิเวอร์พูลกับอาร์เซน่อลในศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์ มีเกมจิตวิทยาเล็กๆ เกิดขึ้น

ตามการรายงานของ THE MIRROR ระหว่างที่ฟานไดก์ทายเหรียญตัดสินกับโอบาเมยังของอาร์เซน่อลนั้น แม้โอบาเมยังจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ในการทายครั้งนั้น จนทำให้อาร์เซน่อลต้องเป็นฝ่ายรักษาประตูก่อนก็ตามที แต่…ผู้รักษาประตูไอ้ปืนโตกลับเริ่มโจมตีทางจิตวิทยาใส่กองหลังค่าตัวสถิติโลกของลิเวอร์พูลก่อนเสียอย่างนั้น เอมิเลียโน มาติเนซ ผู้รักษาประตูของอาร์เซน่อลในเกมวันนั้น ตะโกนถามฟานไดก์ไปว่า “แกแน่ใจอย่างนั้นเหรอ แกแน่ใจที่จะดวลกับฉันอย่างนั้นเหรอ” (Are you sure, are you sure?)

รายงานฉบับนี้ของ The mirror ยังรายงานต่อไปด้วยว่า โอบาเมยัง สามารถแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่มาติเนชยั่วยุฟานไดก์ได้ แต่สิ่งที่สไตร์คเกอร์ของอาร์เซน่อลทำคือยิ้มให้กับคำยั่วยุที่ว่านั่นของมาติเนช!

3.onece love always lovren

เดยัน ลอฟเลน โพสต์ภาพนี้พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า “ฉันอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวของฉันเสมอ”

แหมมมม ถ้าจะขนาดนี้ก็ย้ายกลับมาให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยไหมละจ้ะ…

END อรุณสวัสดิ์ยามเช้า

ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ

นัดเดียวจอด / เลิฟหงส์แดง / รักคนอ่าน