4 สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากลิโอเนลเมสซี่ย้ายซบรังลิเวอร์พูล

มีแฟนบอลอยู่คนหนึ่งที่ชื่นชอบลิเวอร์พูล บาเซโลน่าและฟอร์ดมัสแตงปี 1967 อย่างบ้าคลั่ง

ชายคนนั้นรวบรวมลูกแก้วมังกรได้ครบ 7 ลูก (ลูกแก้ววิเศษจากการ์ตูนดราก้อนบอลที่จะขอพรต่อพระเจ้าได้หนึ่งข้อ หากรวบรวมจนครบ) เทพเจ้ามังกรปรากฏตัวออกมาต่อหน้าเขาอย่างยิ่งใหญ่และถามเขาด้วยเสียงอันก้องกังวานว่า “หัวใจเจ้าปรารถนาสิ่งใด?”

แฟนบอลคนนั้นตอบ “ขอรถมัสแตงปี 1967 สีขาวแดงพริกขี้หนูเมืองไทย อย่าลืมติดสปอยเลอร์ให้ตรงรุ่นและถ้าให้ดีก็อยากได้กระจกไฟฟ้าเพราะขี้เกียจหมุนครับ”

เทพเจ้ามังกรทำหน้าสงสัย “ข้าจะไปหาจากไหนมาให้เจ้า เปลี่ยนไปขออย่างอื่นดีกว่า”

แฟนบอลคนนั้นตอบอย่างไม่ลังเล “งั้นขอให้ เลโอเนล เมสซี่ ย้ายซบรังลิเวอร์พูลแล้วกัน”

บังเอิญว่าเทพเจ้ามังกรตัวนี้เป็นแฟนลิเวอร์พูลเหมือนกันจึงเข้าใจสภาพการเงินของสโมสรดี ท่านได้แต่แค่นหัวเราะและตอบว่า “เมื่อกี้เจ้าอยากได้รถมัสแตงสีอะไรนะ?”

แต่จะเป็นอย่างไรถ้า ลิโอเนล เมสซี่ ย้ายซบรังลิเวอร์พูลขึ้นมาจริงๆ ?

นี่คือ 4 สิ่งที่จะเกิดขึ้นครับ

หนึ่ง – ลิเวอร์พูลเอคโค่เขียนสกู๊ปพิเศษเรื่องนี้ขึ้นมา พวกเขาพาดหัวเป็นภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยว่า “เราเซ็นเมสซี่เข้าทีมสำหรับซีซั่นถัดไปและผลลัพธ์มันโคตรเจ๋งเลยอะค้าบ” ในสกู๊ปพิเศษชิ้นดังกล่าวเริ่มต้นด้วย เกมจำลองฟุตบอลที่ชื่อ “Football manager” มันเป็นเกมที่มีข้อมูลต่างๆ บนโลกฟุตบอลหลอมรวมกันราวๆ 800,000 ข้อมูล (หมายความว่ามันคือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดีๆ นี่เอง) และถ้าเราใส่ เมสซี่ เข้าไปในลิเวอร์พูลชุดปัจจุบันในตำแหน่งกองกลางตัวรุก และลงเล่น 52 เกมให้กับหงส์แดงในทุกรายการในฤดุกาล 2020-21 เมสซี่จะทำประตูให้ลิเวอร์พูลราวๆ 20 ประตูกับอีก 18 แอสซิสต์ และยอดแข้งอาเจนไตน์จะได้รับคะแนนเฉลี่ยตลอดซีซั่นที่ 7.81 คะแนน

ในขณะที่ระบบการเล่นแบบที่มีเมสซี่เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญนี้ ฟิร์มิโน่ จะทำประตูได้ 20 ประตูเทียบเท่าเมสซี่ ซาลาห์ทำได้ 17 ประตู และมาเน่ทำได้ 13 ประตู

สอง – ข้อนี้ไม่ได้จำลองออกมาจากเกม Football Manager แล้ว แต่ทุกคนคงรู้ดีว่า หากเมสซี่ ย้ายซบรังลิเวอร์พูลจริง  เขาอาจจะต้องเคลียร์ใจกันยกใหญ่กับ แอนดรูว โรเบิร์ตสัน

ในเกมที่ลิเวอร์พูลถล่มบาเซโลน่า 4 ประตูต่อ 0 นั้น นักเตะระดับโลกที่คว้าบัลลงดอร์เป็นว่าเล่นอย่าง ลิโอเนล กลับถูกท้าทายเล็กๆ โดยการผลักหัวจากแบ็คซ้ายจอมเกรียนอย่างร้อบโบ้

แต่ อย่ากังวลว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาจนถึงขั้นทำทีมแตก อันที่จริงร้อบโบเคยออกมาให้สัมภาษณ์กับ Daily mail เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยากทำแบบนั้นเลย “ผมเสียใจที่ทำอย่างนั้นลงไปกับเมสซี่ ผมไม่ชอบที่ต้องเห็นภาพประวัติศาสตร์แบบนั้นเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเห็นภาพๆ นั้นมันทำให้ผมรู้สึกแย่เสมอ ความจริงแล้ว ผมไม่ได้มีทัศนคติอะไรเลยในเกมวันนั้นนอกเสียจากทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ ทำทุกอย่างให้ทั่วทั้งอัฒจันทร์ดังระงมไปด้วยเสียงเชียร์ ผมกับฟาบินโย่ได้รับคำสั่งมาให้ประกบติดกับ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งบนโลกฟุตบอล”

(ดูเหมือนหากเมสซี่ย้ายมาลิเวอร์พูลจริงๆ พวกเขาจะลงเอยกันด้วยดีนะ)

สาม – อเล็กซานเดอร์อาโนลจะถูกดรอปจากตัวทำฟรีคิกอันดับ 1 ของทีมและถูกแทนด้วย ลิโอเนล เมสซี่

เจม มิลเนอร์จะไม่ถูกปลดจากนักเตะเบอร์หนึ่งที่จากการจบจุดโทษ ทราบหรือไม่ครับว่า ตลอดชีวิตการค้าแข้งของมิลนี่ที่ลิเวอร์พูล เขาเคยซัดจุดโทษพลาดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น (เกมนั้นคือเกมที่ลิเวอร์พูลเสมอกับเซาแธมป์ตันเมื่อปี 2017) ในขณะที่เมสซี่ทำจุดโทษพลาดไป 26 ครั้งตลอดชีวิตการค้าแข้งที่บาเซโลน่าและอาเจนติน่า

สี่ – ลิเวอร์พูลจะต้องมีการปรับเพดานราคาค่าเหนื่อยนักเตะกันชุดใหญ่ Kristof หนึ่งในนักข่าวของ BBC ทวีตผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ปัจจุบันค่าเหนื่อยที่เมสซี่ได้รับกับบาเซโลน่านั้นมีมากถึง 988,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือราวๆ สี่สิบล้านบาทไทย และทั้งหมดนั่นยังไม่รวม Add-on ตั่งต่างที่แมสซี่จะได้ 120 ล้านปอนด์ทุกๆ 5 ปีอีกด้วย

มิพักต้องกล่าวถึงค่าจ้างพิเศษต่างๆ ที่บาซาร์มอบให้กับเมสซี่ เอาแค่ค่าเหนื่อยของเมสซี่ต่อ 1 สัปดาห์ก็เท่ากับค่าเหนื่อยของ โมฮาเม็ด ซาลาห์ 5 สัปดาห์แล้ว

เดิมทีเคยมีคนคิดว่า เป็นไปได้เหมือนกันที่ไนกี้จะเข้ามาดูแลค่ใช้จ่ายบางส่วนให้หากเมสซี่ย้ายเข้าลิเวอร์พูลจริงๆ เพราะพวกเขาน่าจะได้กำไรจากการขายเสืออยู่ไม่น้อย แต่…ดูเหมือนว่าแม้แต่ไนกี้ก็อาจจะต้องโบกมือสำหรับการอุ้มค่าเหนื่อยระดับ 800,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เอาไว้ (และลิเวอร์พูลจ่ายเองอีก 180,000)

ไนกี้มีสโลแกนประจำบริษัทว่า Just do it (แปลว่า ลงมือทำมันไปซะ)

แต่ถ้าเรื่องจ่ายค่าเหนื่อยให้เมสซี่ ไนกี้จะต้องเปลี่ยนเป็น Just run it (แปลว่า วิ่งหนีไป) แทน

ตัดภาพกลับมาที่ความเป็นจริง …

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดของเจอเก็น คลอปป์ ที่พูดถึง ติอาร์โก้ อาคันทาร่า เจอร์เก็น กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่ไม่นอนในทางการเงินเช่นนี้ การจะซื้อนักเตะสักคนหนึ่งคุณต้องคิดก่อนที่จะปล่อยเงินออกจากกระเป๋าสตางค์สัก 5 รอบ มีสติดูว่าเรื่องนี้มันจำเป็นมากน้อยแค่ไหน คุณทำได้ไหมหรือมันเกินความสามารถที่เรามีอยู่ในเวลานี้”

ติอาร์โก้ อาคันทาร่าถูกบาเยิร์นมิวนิคปักป้ายขายเอาไว้ที่ 27 ล้านปอนด์ ถูกกว่า เมสซี่ ราวๆ 623 ล้านปอนด์

END

ปล.แม้แฟนบอลลิเวอร์พูลจะเป็นแฟนบอลไม่กี่ทีมบนโลกที่ไม่รู้จักคำว่า “ยอมแพ้” ก็ตาม

Never give up ครับพี่น้องงงงงง

นัดเดียวจอด จำลองฝัน

เลิฟหงส์แดง รายงาน