13 บทสรุปเกมหงส์สยบสาริกาคารังเอาชนะ 3-1

หนึ่ง – ลิเวอร์พูลถูกทำประตูขึ้นนำในวินาทีที่ 0:30 ของเกมการแข่งขัน เป็นการเสียประตูที่เร็วที่สุดในฤดูกาลนี้

บางคนบอกว่า เป็นเพราะนิวคาสเซิลฉวยโอกาสเปิดเร็วและความไม่เก๋าเกมของ เนโก วิลเลี่ยม ที่ยืนอยู่ต่ำกว่าไลน์ล้ำหน้าของ โกเมส ฟานไดก์ และ โรเบิร์ตสัน แต่ความจริงแล้วทั้ งหมดถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลลิเวอร์พูล การเสียประตูในครั้งนี้จึงการทำตามปรัชญา “ไม่ลุ้นอย่าเรียกหงส์แดง” แบบที่เคยเป็นมาตลอดซีซั่นต่างหาก

สอง – อันที่จริงแล้ว นิวคาสเซิล ตกเป็นรองให้กับลิเวอร์พูลในทุกๆ ด้าน ทั้งการครองบอลที่ต่ำกว่า 26 ต่อ 74 เปอร์เซ็น หรือ สภาวะจิตใจของทีมที่ไม่สามารถรวมศูนย์เป็นหนึ่งเดียวกันจากความอิหลักอิเหลื่อในข่าวขายสโมสรหลังจบซีซั่น นอกจากนั้นแล้ว คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ครับว่า ตลอดเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมานี้ นิวคาสเซิลมีเกมการแข่งขันทั้งหมด 7 เกม (รวมลิเวอร์พูลเข้าไปด้วย) ตลอดทั้งเจ็ดเกมนั้น พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว (เสมอ 2 แพ้ 5) ในขณะที่อันดับของสาริกากลับได้รับการันตีการรอดตกชั้นเกมไปแล้ว นั่นทำให้ความกระหายในเกมนี้ของสาลิกาดงมีน้อยกว่าทีมที่เป็นแชมป์อย่างลิเวอร์พูลที่ต้องการทำแต้มให้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์สโมสร

สาม – ย้อนกลับไปในปี 1978-79 ลิเวอร์พูลสามารถเก็บคะแนนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์เกมลีกได้ที่ 98 คะแนน

41 ปีต่อมา หรือ ฤดูกาลปัจจุบันเจอร์เก็น คลอปป์ สามารถพาลิเวอร์พูลเก็บคะแนนรวมได้มากกว่าที่ 99 แต้ม

เรื่องนี้จะมองว่าเป็นการเอาชนะตัวเองในสมัยที่ยังรุ่งโรจน์เมื่อหลายทศวรรษก่อนก็ได้ แต่อีกมุมหนึ่ง มันเหมือนการประกาศว่า ประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่ชิ้นใหม่ของลิเวอร์พูลกำลังจะถูกจารึกลงไปในบทใหม่เหมือนกัน

สี่ – ดิวอก โอริ … กราบขออภัย แกรนด์วิดซาร์ดอามาเกดอน โอริกี ซีอุสเดอัส ทำหนึ่งประตูในนาทีที่ 59 ส่งผลให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2 ประตูต่อ 1

มีผู้คนมากมายตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมพระองค์จึงไม่คงลายเซ็นในการทำประตูช่วงนาทีสุดท้ายเอาไว้ เรื่องนี้ผมขอแก้ต่างให้กับโอริกี้เลยนะครับ ความจริงแล้วโอริกี้ก็ต้องการจะทำประตูในช่วงนาทีสุดท้ายให้แฟนหงส์แดงได้ลุ้นอยู่ แต่เมื่อเหลือบตามอง เจอร์เก็น คลอปป์ ส่งซาลาห์ มาเน่ ฟิร์โน่ ลงวอร์ม แล้วก็ทรงรับรู้ได้ด้วยเจโตปริยญาณของพระองค์ว่า จะอย่างไรเสียก็ไม่สามารถอยู่ทำประตูในนาทีสุดท้ายได้แน่ เห็นดังนั้นโอริกี้ก็เลยกระชากบอลออกขวา ก่อนซัดบอลที่แรงที่สุดผ่านมือประตูของนิวคาสเซิลไป

พระองค์ทรงตรัสว่า “ไม่ได้ทำประตูในนาทีสุดท้ายก็ไม่เป็นไร แค่ทำประตูในเกมสุดท้ายได้ก็คงคล้ายกัน!”

ห้า – หลังจากโอริกี้ทำประตู เจอร์เก็น คลอปป์ ก็เปลี่ยน เขา ทาคิ และเชมเบอร์เลนออกจากสนามในอีก 3 นาทีต่อมา (เห็นถึงญาณระดับสูงของโอริกี้รึยังครับ ความจริงมันเป็นประตูในนาทีสุดท้ายของโอริกี้)

เมื่อสามประสานตัวจริงลงมา จังหวะเกมรุกของลิเวอร์พูลก็กลับมาดุดันอีกครั้ง มาเน่ทำหนึ่งประตู ฟิร์มิโน่ทำหนึ่งแอสซิสต์ ในขณะที่ซาลาห์ … คงต้องทำวัตรเช้าตักบาตรกับพระ 9 รูปสักหน่อย เพราะถ้าประตูที่เขาทำไม่โดนคานดัง “เคร้ง” โมฮาเม็ดจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถส่งบอลเข้าประตู เรียกสถิติ 20 ประตูติดต่อกัน 3 ฤดูกาลได้เลย

แม้จะน่าเสียดาย แต่ก็อย่าเสียใจเลย คิดเสียว่าทำ 19 ประตูติดต่อกัน 3 ฤดูกาลแทนก็แล้วกัลล์ ห่างกันแค่ลูกหนึ่ง แต่เลข 19 ก็เป็นเลขจำนวนแชมป์ลีกทั้งหมดของสโมสรนะ

หก – พูดถึงเรื่องทำประตูก็อดเสียดายแทน ทาคูมิ มินามิโนะ ที่ไม่สามารถเรียกประตูแรกในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลเริ่มต้นของเขาได้

เจ็ด – แต่คนที่น่าเสียดายมากที่สุดก็คือ แดนนี อิงก์ (อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล) ที่แม้จะสามารถเก็บประตูเพิ่ม 1 ลูกได้จากการเจอกับเชฟฟิล์ดยูไนเต็ดในเกมสุดท้าย แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะคว้ารองเท้าทองคำร่วมกับ เจมี้ วาร์ดี้ แม้จะขาดอีกเพียง 1 ประตูก็ตาม …

แปด – ขอบคุณนิวคาสเซิลที่ตั้งแถวปรบมือให้กับลิเวอร์พูลในช่วงเวลาก่อนการแข่งขัน นั่นทำให้ นับแต่ลิเวอร์พูลกลายเป็นแชมป์ในซีซั่นนี้ ทุกสโมสรที่เผชิญหน้ากับพวกเขา (7 ทีม) ล้วนให้เกียรติความสำเร็จที่แสนบ้าคลั่งของหงส์แดงด้วยกันทั้งสิ้น

เก้า – เวอร์กิล ฟานไดก์ กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นตั้งแต่นาทีที่ 1 จนถึงนาทีที่ 3,420 หรือตั้งแต่เกมแรกของซีซั่นนี้จนถึงเกมสุดท้ายโดยไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว และในประวัติศาสตร์อังกฤษมีเพียงแค่นักเตะ 5 คนเท่านั้นที่ทำได้ นั่นคือ อาปิลิคคูเอต้า – เวส มอร์แกน – จอห์น เทอร์รี่ – แกรี่ เพล์ลิสเตอร์ และตัวของฟานไดก์

นี่คงเป็นครั้งที่ร้อยล้านแปดแสนสี่หมื่นหนึ่งพันแล้วละมั้งที่แฟนหงส์จะคงยืนยันอีกครั้งว่า มีเงินอย่างเดียวไม่สามารถซื้อฟานไดก์ได้จริงๆ แต่ต้องฉลาดโคตรๆ ด้วย

“ผมภูมิใจกับสถิตินี้มากเลยครับ” ฟานไดก์เริ่มต้นกล่าวถึงสถิติที่ว่านั่น “และจะไม่ทำให้มันเสียเปล่าอย่างแน่นอน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ที่จะทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพฟิตตลอดเวลา บางครั้งก็ต้องพึ่งพาบุญพาวาสนาส่งด้วยเหมือนกัน ความจริงผมดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดเท่าที่จะดูแลได้ และในความรู้สึกของผม มันราวกับว่าผมทำแบบนี้มาสองซีซั่นติดต่อกันแล้ว มหัศจรรย์จริงๆ ครับและผมก็ภูมิใจกับมัน”

สิบ – เจอร์เก็น คลอปป์ ให้สัมภาษณ์ถึง 99 แต้มที่แสนบ้าคลั่งนี้เอาไว้ว่า “มันคือฟุตบอลที่เกินกว่าการคาดการณ์ไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคว้าแต้มทั้ง 99 คะแนนนั่น จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนี้เป็นวันที่ 1 มิถุนายนของปีก่อน มันเป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว

“ใช่ แม้ว่ามันจะเป็นเกมสุดท้าย แต่สำหรับพวกเราแล้วมันคือจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ หลังจากเกมวันนั้น เราก็คว้าแชมป์มากมาย ทั้งยูโรเปียนซูเปอร์คัพ แชมป์สโมสรโลก และ พรีเมียร์ลีกซึ่งผมไม่บังอาจกล้าคิดภาพวันที่เราจะคว้ามันมาได้เลยจริงๆ

“ปีที่แล้ว เราทำ 97 คะแนน ความจริงมันก็เกินกว่าจินตนาการเหมือนกัน ดังนั้นการคว้า 99 แต้มในฤดูกาลนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความเสมอต้นเสมอปลายของลูกทีมของผม พวกเรารู้ดีว่าปีที่แล้ว เราโชคร้ายนิดหน่อย แต่เราก็เคารพคู่ต่อสู้ของเราที่สามารถทำได้ดีกว่าและนั่นคือแรงผลักดันชั้นเลิศส่งให้เราทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะพวกเขาในปีนี้

“พวกเขาทำให้เราต้องกลายเป็นความสมบูรณ์แบบ

“และเด็กๆ ของผมก็เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากๆ 99 คะแนนคือหลักฐาน มันคงจะกลายเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษของผมในอนาคตแน่ ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้เลย”

สิบเอ็ด – (นอกเรื่องเกมวันนี้สักนิด) แมนยูไนเต็ดคือคู่ตรงข้ามกับลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง แม้ในวันที่พวกเขาไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ ปีศาจแดงก็ยังคงเก็บจุดโทษสูงสุดของสโมสรได้อยู่ดี เท่านั้นยังไม่พอครับ ถ้าเรากลับตารางคะแนนดูแบบในภาพด้านล่างนี้ เราจะเห็นว่า คะแนนที่แมนยูไนเต็ดทำได้จะเทียบเท่ากับลิเวอร์พูลที่ 99 แต้มพอดิบพอดี

ราวกับฟ้าลิขิตเอาไว้ว่า ทั้งสองทีมคือ สโมสรคู่อาฆาตกันจนชัวนิรันดร์!

แต่ถ้าจะตีความอีกแง่ งวดนี้บน 99 ส่วนล่างอย่าลืมกลับ(หัว) เป็น 66 นะครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

สิบสอง – พรีเมียร์ลีก 2019-20 จบลงทั้ง 38 นัดแล้ว ดีใจกับวาจาสิทธิ์ของแฟนบอลที่กล่าวกันเอาไว้เมื่อต้นฤดูกาลว่า “ปีนี้เรามาแน่” และสุดท้ายลิเวอร์พูลก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ได้จริงๆ

แต่ดูเหมือนว่า ฤดูกาลถัดไปเราจะพูดว่า “ปีหน้าเรามาแน่” อีกครั้งไม่ได้แล้วนะครับ

เพราะจะต้องเปลี่ยนเป็นคำว่า “ปีหน้าเรามาอีก” แทน!

ขอวาจาสิทธิ์จงสถิตเอาไว้ ณ กล่องเสียงของเดอะค้อปทุกท่านด้วยเทอญ

สาทุ (กล่าวพร้อมกัน)

นัดเดียวจอด เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน

รักคนอ่าน หมดใจ