13 บทสรุปเกมแชมป์พรีเมียร์ลีกเปิดบ้านชนะเชลซี 5 – 3

หนึ่ง – ชัยชนะของลิเวอร์พูลในเกมกับเชลซี 5 ประตูต่อ 3 นอกจากจะเป็นของขวัญฉลองชูถ้วยให้กับแฟนบอลแล้ว ยังเป็นเสมือนแบบฝึกหัดที่ทำให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดดูเป็นตัวอย่างว่า สโมสรที่จะปราบสิงโตน้ำเงินให้อยู่หมัดได้นั้นจะต้องมีสีแดงแบบไหนกันแน่ !

สอง – แลมพาร์ดประมาทเจอร์เก็นตรงที่ ส่งลูกทีมลงสนามด้วยการเปิดเกมรุกใส่ลิเวอร์พูล แม้นั่นจะทำให้เปอร์เซ็นการครองบอลไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ทีมที่เปิดเกมรุกใส่ลิเวอร์พูลทีมเดียวแล้วสามารถคว้าชัยชนะไปได้ก็คือ แมนเชสเตอร์ซิตี้ บางทีแลมพาร์ดอาจมีชัยชนะของแมนซิตี้เป็นแบบแปลนและคงเบื่อเต็มทีแล้วที่จะต้องเล่นรับลึกใส่ลิเวอร์พูล โดยที่ไม่ขึ้นเกมสู้อะไรเลย ทั้งๆ ที่มีเยาวชนดาวรุ่งอยู่เต็มทีมแท้ๆ

แต่… ต้องไม่ลืมด้วยว่า เชลซีไม่ใช่แมนซิตี้ และ แลมพาร์ด ก็มิใช่ เป๊ป กวาร์ดิโอลาห์

ความแตกต่างกันที่ชัดเจนที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือ เกมกับแมนซิตี้นักเตะลิเวอร์พูลเพิ่งสร่างเมาจากการฉลองแชมป์จนหัวราน้ำ แต่เกมกับเชลซีวันนี้คือเกมแห่งเกียรติยศที่มีถ้วยแชมป์ตั้งตระหง่านอยู่ในสนาม ถ้วยแชมป์ที่นักเตะลิเวอร์พูลใส่ทั้งหมดที่มีลงไปเพื่อไขว้คว้ามามันมา

สาม – ดังนั้นในเมื่อมันเป็นเกมสำคัญและมีถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกทอแสงอยู่ข้างสนาม แรงพลักดันที่หายไปของลิเวอร์พูลหลังจากการเป็นแชมป์จึงกลับมาอีกครั้ง สภาพจิตใจของนักเตะลิเวอร์พูลในเกมนี้ แตกต่างจากเกมที่เผชิญหน้ากับแมนซิตี้อย่างสิ้นเชิง เรื่องนี้ทำให้เราสบายใจไปได้เรื่องหนึ่ง เพราะทำให้แฟนบอลอย่างเราเข้าใจจริงๆ ว่า ฟอร์มการเล่นที่เสมอ+แพ้ หลังจากการเป็นแชมป์มานี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับแรงผลักดันในใจและความกระหายในชัยชนะทั้งหมด

สี่ – ตลกเชลซีมากตั้งแต่เปลี่ยนสปอนเซอร์ที่มีเลข 3 ตรงกลางเสื้อ พวกเขาก็จบเกมโดยที่มีประตูไม่ฝั่งใดก็ฝั่งหนึ่งลงเอยด้วยเลข 3 เสมอ ไม่เว้นแม้แต่เกมที่เขาทำได้สามประตูกับลิเวอร์พูลในค่ำคืนที่ผ่าน แต่โชคร้ายหน่อยนะเจ้าสิงโตน้ำเงิน ที่แม้จะทำสามประตูใส่หงส์แดงได้ มันก็ยังเป็นสกอร์ของผู้ปราชัยอยู่ดี

ห้า – นาทีที่ 43 ของเกม ลิเวอร์พูลนำห่างเชลซีออกไป 3 ประตูต่อ 0 โดยการทำประตูของจินี่ ไวนาดุม อันที่จริงก่อนที่บอลลูกนั้นจะเป็นประตู มันพุ่งสัมผัสมือของผู้เล่นเชลซีที่กำลังกางแขนตั้งสองรอบ แต่สุดท้ายกรรมการมิได้ให้ VAR และกลับมาตัดสินว่าเป็นการฟาวส์ในกรอบเขตโทษแต่ประการใด

เห็นไหมครับ วาสนาในการได้จุดโทษของทีมเราน้อยกว่าบางทีมอย่างเห็นได้ชัด

หก – ซาลาห์ต้องการอีกเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้นก็จะสามารถปลดล็อคสถิติสุดคลั่งเก็บ 20 ประตูติดต่อกัน 3 ฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก โชคร้ายที่เกมนี้ซาลาห์ยังทำลายสถิติที่ว่านั่นไม่ได้ แต่เขายังเหลือเกมกับนิวคาสเซิ่ลอีกหนึ่งเกม และจงอย่าได้ถอดใจ แม้ว่ามันจะเหลือเพียงโอกาสสุดท้ายก็ตาม เรื่องนี้ บ้อบบี้ ฟิร์มิโน่ คงรู้ดีที่สุด เพราะตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 ของพรีเมียร์ลีกนี้ ฟิร์มิโน่ไม่สามารถทำประตูในแอนฟิลด์ได้เลยแม้แต่ประตูเดียว ในเกมกับเชลซีที่เกิดขึ้นวันนี้จึงเป็นเสมือนโอกาสสุดท้ายของเขา และในนาทีที่ 55 ของเกม ฟิร์มิโน่ก็คว้าโอกาสสุดท้ายที่ว่านั่นเอาไว้ได้

ท้ายที่สุด บ้อบบี้ ก็ทำประตูในแอนฟิลด์ได้เสียที แม้ว่ามันจะเป็นเกมสุดท้ายในบ้านของฤดูกาลนี้แล้วก็ตาม

เจ็ด  – พลูลิซิสจะต้องกลายเป็นดาวดวงหนึ่งของพรีเมียร์ลีกในเร็ววันนี้แน่

แปด – วันนี้เมื่อสามปีที่แล้ว หรือวันที่ 22 กรกฏาคม 2017 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเอเชียโทรฟรี่ จนถูกแฟนบอลต่างทีมล้อว่า เป็นการคว้าถ้วยจีนแดง แชมป์ทรู บลา บลา บลา แต่การหัวเราะทีหลังดังกว่าเสมอ เมื่อสามปีต่อมาหรือวันที่ 22 กรกฏาคม 2020 ลิเวอร์พูลที่นำโดยผู้จัดการทีมคนเดียวกัน ได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกของจริง จาลึกลงประวัติศาสตร์ด้วยความบ้าคลั่ง ในขณะที่แฟนบอลที่เคยล้อลิเวอร์พูลเมื่อสามปีที่แล้วนั้น ปัจจุบันกำลังกุมขมับกับตำแหน่งในตารางคะแนนสำหรับการลุ้นคว้าตั๋วไปแชมป์เปียนลีกฤดูกาลหน้า!

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าได้หัวเราะในวันที่ทีมผมชูถ้วยเอาฮา เพราะคุณจะเสียน้ำตาในวันที่ทีมผมชูถ้วยเอาจริง!

เก้า – ผมเคยเห็นภาพด้านล่างนี้แต่ในความฝัน กระทั่งวันนี้มาถึง

สิบ – เราเข้าใจกันไปเองว่าวันนี้ไม่มีแฟนบอลในสนาม แต่คะแนนของลิเวอร์พูลที่คว้า 96 แต้มนั้นหลังจากจบเกมนี้ลงนั้น มันเป็นตัวเลขเดียวกับที่สลักเอาไว้หลังเสื้อของลิเวอร์พูลแทบทุกรุ่น เพื่อระลึกถึงแฟนบอลหงส์แดงที่จากไปในเหตุการณ์ฮิวโบโร่ทั้ง 96 คน

ผมยอมไม่ได้ที่เราจะบอกว่า เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ความบังเอิญ! และยอมไม่ได้หากมีใครจะกล่าวว่า พวกเขาเหล่านั้นมิได้กำลังเฝ้ามองทีมรักของพวกเขาเป็นแชมป์ลีกอีกครั้ง

แอดดรูว โรเบิร์ตสัน ทวีตข้อความถึงตัวเลขที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องบังเอิญนี้ว่า พวกเราชูถ้วยแชมป์วันนี้เพื่อ 96 คะแนน และ 96 ผู้คนที่ฮิวโบโร่ ถ้วยแชมป์นี้มีไว้เพื่อพวกคุณนะ

สิบเอ็ด – เกมนี้ อเล็กซานเดอร์อาโนลกลายเป็นกองหลังคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอังกฤษที่สามารถทำแอสซิสต์ได้มากถึง 13 ครั้ง ซึ่งกองหลังคนก่อนหน้าที่ทำเอาไว้ 12 แอสซิสต์ มิใช่ใครอื่นใด แต่เป็นนักเตะที่ชื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์อาโนล คนเดียวกันนี้นี่แหละ / ส่วนโรเบิร์ตสันทำแอสซิสต์ 11 ครั้งเทียบเท่ากับจำนวนการแอสซิสต์ที่ตัวเองทำไว้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

สิบสอง –  นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็น อดัม ลัลลานา สวมชุดลิเวอร์พูลแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าตัวรู้สึกอย่างไรบ้างที่จะต้องจากกันทั้งๆ ที่ทีมกำลังประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง เดิมทีอดัมหรือเทพเจ้าทองม้วนเคยโดดเด่นมากๆ ในช่วงที่ เจอร์เก็น ย้ายเข้ามากุมบังเหียนลิเวอร์พูลใหม่ๆ แต่สุดท้ายด้วยกาลเวลา อายุ และอาการบาดเจ็บ ทั้งหมดนั่นก็ทำให้เขาเริ่มจางหายไปจากการเป็นผู้เล่นตัวจริงเรื่อยๆ อดัมจากสโมสรไปอย่างสง่างาม ด้วยรัก และจะคิดถึงตลอดไปนะ

สิบสาม – สุดท้ายอยากกล่าวคำขอบคุณเจอร์เก็นในหลายๆ เรื่อง ขอบคุณที่รักษาลิเวอร์เบิร์ดปีกหักจนหายดี

ขอบคุณที่ปลุกจิตวิญญาณของหลายที่กำลังจะหมดศรัทธาให้กลับมาเชื่อในสโมสรแห่งนี้อีกครั้ง

ขอบคุณที่ทำให้ผู้คนมากมายต้องกรอกยาความดันทุกครั้งเวลาดูลิเวอร์พูลเล่น แม้จะเหนื่อย ใจเต้นแรง แต่โคตรสนุก โคตรมันส์ และปาดน้ำตาไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

สุดท้ายขอบคุณครับบอส ที่ปิดตำนานสามสิบปีที่ว่างเปล่าลง

ไอ้อีหน้าไหนจะมาล้อลิเวอร์พูลกูไม่มีแชมป์พรีเมียร์ลีก ไม่ได้แล้วนะ จำเอาไว้

จบ

นัดเดียวจอด เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน

รักคนอ่าน หมดใจ