4 ความเคลื่อนไหวหงส์แดงประจำวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฏาคม 63

1.กุนซือยูงทองเปรยถึงอิทธิพลของคลอปป์ต่อการเลื่อนชั้นของสโมสร

แม้รู้แน่ว่าเมื่อฤดูกาลถัดไปมาถึง ลีดส์ยูไนเต็ดจะต้องเป็นหนึ่งทีมที่คอยขัดแข้งขัดขาลิเวอร์พูลในการออกล่าแชมป์ลีกอีกครั้ง ทว่าสุภาษิตโบราณที่ยึดถือกันมาอย่างช้านานจารึกเอาไว้ “ศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา” เสมอ

ความเป็นอริศัตรูระหว่างลีดส์ยูไนเต็ดและแมนเชสเตอร์ ก็คือสายใยแห่งมิตรภาพระหว่างยูงทองกับหงส์แดงดีๆ นี่เอง

อย่างไรก็ดี มิใช่ความเป็นอริศัตรูของยูไนเต็ดทั้งสองทีมเท่านั้น อันที่จริงแล้ว ผู้จัดการทีมของลีดส์คนปัจจุบันอย่าง มาร์เซโล บิเอลซา ก็นับถือความยอดเยี่ยมของเจอร์เก็น คลอปป์ อยู่ไม่น้อย (ความจริงถึงกับใช้วิชาดูดดาวของพรรคสุริยันต์จันทราคัดลอกวิชาของ เจอร์เก็น ไปก็มาก – บทความนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเรียบเรียงครับรออ่านกันได้)

ในช่วงก่อนที่พรีเมียร์ลีกและฟุตบอลอังกฤษจะกลับมาเตะไม่กี่วันนั้น บิเอลซา เคยกล่าวถึงลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของคลอปป์เอาไว้ว่า ทุกสโมสรบนโลกฟุตบอลต่างก็หยิบสูตรแห่งความสำเร็จของลิเวอร์พูลไปใช้เหมือนกันทั้งนั้น

(Liverpool and Klopp has been reference for everybody in football world)

บิเอลซากล่าวต่อว่า “เรามีตัวอย่างที่แย่มากมายเพื่อไม่เอาเยี่ยง แต่ทีมที่ดีที่ควรเอาอย่างก็คือลิเวอร์พูล พวกเขาเป็นทีมที่ทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเกมที่จำเป็นต้องทำประตูให้ได้

“ทีมที่ดีจะอย่างไรเสียก็เป็นทีมที่ดีอยู่วันยังค่ำ พวกเขาคือแก้วที่มีน้ำอยู่เพียงครึ่งใบเสมอ นั่นคือมีการพัฒนาไปข้างหน้าได้ไม่รู้จบ (เป็นแก้วที่สามารถเติมน้ำเข้าไปได้ไม่มีวันเต็ม) เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ทีมหนึ่งหยุดพัฒนาตนเอง พวกเขาจะพบกับความเลวร้ายที่ไม่อาจคาดคิด ในขณะที่ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เล่นได้ดีเสมอไม่ว่าจะผ่านวันเวลามายาวนานแค่ไหน (ในยุคสมัยของคลอปป์) พวกเขาอาจไม่ดีที่สุด แต่ก็ไม่เลวร้ายที่สุด เช่นกัน พวกเขาแค่ดีอย่างต่อเนื่องและเบื้องหลังการเล่นดีที่ว่านั่นมีการพัฒนาตนเองซุกซ่อนเอาไว้”

(อธิบายแนวคิดของบิเอลซาสั้นๆ : ทีมที่เก่งไม่มีทางชนะตลอดไปได้ เพราะจะถูกคู่แข่งจับทางได้ในสักวันหนึ่ง ในขณะที่ทีมที่ดีจะสามารถเก็บชัยชนะไปเรื่อยๆ ได้ เพราะเมื่อถูกคู่แข่งจับทางได้ก็มีแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาเสมอ เหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้ว ที่สามารถเติมน้ำใหม่เข้าไปก็ได้ไม่มีวันเต็ม)

ใช่ว่า บิเอลซ่า เท่านั้นที่ให้ความเคารพต่อลิเวอร์พูล เจอร์เก็น คลอปป์ เองก็ชื่นชมบิเอลซาไม่น้อยไม่กว่ากัน

คลอปป์กล่าวว่า “บิเอลซาคือโค้ชที่โดดเด่นและน่าเอาเป็นแบบอย่างจริงๆ ผมเคารพเขาจากหัวใจของผม แม้ว่าบางคนจะบอกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผมควรจะทำ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้น” (ประโยคที่คลอปป์ให้สัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนมกราคมปี 2019)

นั่นคือมิตรภาพระหว่างกุนซือของทั้งสองทีม ซึ่งถูกผูกโยงเอาไว้ด้วยความสามารถของการเป็นผู้จัดการทีมโดยแท้จริง

ในขณะที่มิตรภาพของแฟนบอลทั้งสองสโมสร จะอย่างไรเสียก็ถูกผูกโยงเอาไว้ด้วยความเป็นอริศัตรูของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างแน่นแฟ้นเกินกว่ามิตรภาพใดๆ

2.ซานโชซูฮกตำนานลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่นักฟุตบอลทั่วโลกต่างใช้เป็นแบบอย่าง

แม้แต่ จาดอน ชานโซ่ ที่กำลังตกเป็นข่าวกับแมนเชสเตเอร์ยูไนเต็ดก็ยังยอมรับว่า ความจริงแล้วมีนักเตะอยู่สองคนเท่านั้นที่เขาใช้เป็นต้นแบบให้กับการเล่นของเขา หนึ่งในนั้นคือ โรนัลดินโญ่ ซึ่งเขาสามารถหาดูได้จากยูทูป ในขณะที่นักเตะอีกคนหนึ่งคือตำนานลิเวอร์พูลอย่าง จอห์น บาร์น

“พ่อของผมคือสุดยอดแฟนคลับของจอห์นบาร์น เขามีวิดีโอสองม้วนใหญ่ๆ ของบาร์นอยู่บ้านและผมใช้มันเป็นตำรา คอยศึกษานับครั้งไม่ถ้วน”

ในบทสัมภาษณ์ฉบับเดียวันนี้ (เป็นบทสัมภาษณ์ของ The August issue of World Soccer Magazine) นักข่าวถามจาดอนถึงอนาคตของเขาที่อาจกลับมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ว่าเขาจะเลือกลงเล่นให้กับทีมใดระหว่าง แมนยูไนเต็ด แมนซิตี้ หรือ จะเป็นลิเวอร์พูล ?

“ผมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรในเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของอนาคต ผมไม่มีทางรู้ได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเราจะรอดูมันกันครับ”

3.ข่าวซื้อขายเซ็นเตอร์แบ็ค

สื่อใหญ่จากสเปนอย่าง Marca รายงานว่า ลิเวอร์พูล แมนซิตี้ บาเยิร์น และ บาเซโลนา กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะคว้าเซ็นเตอร์แบ็คของเซบีย่าอย่าง ดิเอโก คาร์ลอส เข้าสู๋สโมสร(นักเตะรายนี้มีข่าวกับลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เดือนมกราโน่นแล้ว)

ในรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า ลิเวอร์พูลมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะคว้านักเตะรายนี้ เพราะหงส์แดงกำลังจะสูญเสียเดยันลอฟเลนไปในซัมเมอร์นี้

แต่จากสายตาอันเฉียบคมของแอดมินหน้ามนคนซื่ออย่างผมแล้ว ขอยืนยันได้ว่า ดีลนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะไม่กี่วันก่อนคลอปป์เพิ่งให้สัมภาษณ์ถึง เดยัน ลอฟเลน เอาไว้ว่า “ผมต้องการเซ็นเตอร์แบ็คสี่คนในทีม และเดยันคือคนสำคัญของผม”

แต่บทสัมภาษณ์ของคลอปป์ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับ ค่าตัวของ ดิเอโก คาร์ลอส ที่สูงถึง 68 ล้านปอนด์…

แม้แต่ ติอาร์โก้ อาคันทาร่า ที่มีรายยงานว่าเจอร์เก็น คลอปป์ได้แจ้งต่อบอร์ดบริหารไปว่าเขาต้องการนักเตะรายนี้ ก็ยังมีรายงานออกมาว่า สโมสรพยายามจะทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะทำให้ค่าตัวราวๆ 30-40 ล้านปอนด์ของ อาคันทาร่า ลดลงเหลืออยู่ราวๆ 20-25 ล้านปอนด์เท่านั้น นับประสาอะไรกับ 68 ล้านปอนด์จากเซบีย่านั่นเล่า ?

4.แด่ตำนานทุกคน

เจม มิลเนอร์ ผู้ที่มีข่าวว่าจะย้ายกลับไปยังอดีตทีมเก่าของเขาอย่างลีดส์ยูไนเต็ด ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังเกมกับเชลซีว่า น่าเสียใจอยู่เหมือนกัน “โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลของพวกเราที่ไม่สามารถร่วมฉลองแชมป์จากวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้

“แต่พวกผมก็จะทำให้งานวันนั้นออกมาดีที่สุด เพราะแม้ว่าจะไม่มีแฟนบอลในสนาม แต่ผมมั่นใจว่ากองเชียร์จากทั่วทุกมุมโลกกำลังเฝ้าชมบรรยากาศแห่งนั้นอยู่ ดังนั้นแม้พวกเขาจะไม่อยู่บนอัฒจันทร์อย่างที่ควรจะเป็น เราก็จะชูถ้วยแชมป์ใบนั้นเพื่อพวกเขาอยู่ดี

“ผมนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่า มันจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเวลานั้นมาถึง แต่อย่างหนึ่งที่ผมแน่ใจได้ก็คือ ผมคงจะนึกขอบคุณคือการบากบั่นทำงานของทีมสตาฟจนพวกเราประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด

“ความสำเร็จนี้มิใช่มีไว้เพื่อพวกเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกองเชียร์ทุกคนและอดีตนักเตะทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำนานของสโมสรอย่าง เซอร์เคนนี ดัลกลิช หรือ สตีเว่น เจอร์ราด และผู้คนมากมายเหล่านั้น

“เชื่อไหมครับว่า พวกเขาส่งข้อความมาหาพวกเรา และบอกกับพวกเราว่า พวกเขายินดีปรีดามากเพียงใดกับความสำเร็จที่เกิดขึ้น มันมีความหมายต่อผู้คนมากมายจริงๆ และมันพิเศษเหลือเกินที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความหมายนั้น”

จบ – ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ

นัดเดียวจอด เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน

รักคนอ่าน หมดใจ