4คนสำคัญของJK

ภรรยา อูล่า คลอปป์ – ย้อนกลับไปในปี 2005 ในขณะที่แฟนบอลลิเวอร์พูลกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องราวปาฏิหารย์ดุจเทพนิยายจากการพลิกชนะเอซีมิลานแม้โดนออกนำก่อนสามประตูต่อศูนย์ ในห้วงเวลาเดียวกันนั้น เจอร์เก็น คลอปป์ ยังเป็นกุนซือของไมนซ์ 05 และแม้คลอปป์มิได้เปิดเผยว่าเขามีโอกาสได้เชียร์ลิเวอร์พูลในค่ำคืนแห่งปาฏิหารย์นั้นหรือไม่ แต่ในปี 2005 เจอร์เก็น ก็เผชิญหน้ากับปาฏิหารย์เรื่องหนึ่งดุจกัน … เขาพบกับรักแท้

ถ้าสโมสรลิเวอร์พูลคือศาสนาของแฟนบอลจากลุ่มแม่น้ำเมอซี อูล่าก็คือศาสนาของคลอปป์และเธอเป็นทั้งหมดที่ เจอร์เก็น คลอปป์ มี

อูล่ามีอิทธิพลต่อ เจอร์เก็น ในเกมฟุตบอลมาก ย้อนกลับไปในเกมแชมป์เปียนลีกที่คลอปป์พาทีมไปพบกับความปราชัยที่เคียฟต่อราชันย์ชุดขาว นักเตะที่ห่วยแตกที่สุดในสนามวันนั้นคือ คาริอุส เขาสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทีมพบกับความพ่ายแพ้ ในเกมวันนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งที่หัวใจสลายระหว่างชมการแข่งขัน นั่นคือแฟนสาวของคาริอุส และคนเดียวที่เขาไปปลอบประโลมเธอคืออูล่า คลอปป์ หรือสตรีหมายเลขหนึ่งของลุ่มแม่น้ำเมอซี เธอคอยเก็บกวาดงานหลังบ้านให้ เจอร์เก็น อยู่เสมอๆ

หนึ่งปีถัดมา คลอปป์ พาทีมเข้าชิงยูฟ่าแชมป์เปียนลีกอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเก็บชัยชนะมาได้ เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายจบลง เจอร์เก็น ตะโกนออกมาประโยคหนึ่งว่า “เราทำได้แล้วนะอูล่า!” บางทีอูล่าอาจเป็นสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้คลอปป์ลุกขึ้นมาสู้กับแชมป์เปียนลีกอีกหนึ่งฤดูกาล แม้จะเผชิญหน้ากับการพ่ายแพ้ในบอลถ้วยถึง 7 ครั้งมาก่อนหน้า เหมือนกันที่พ่อบ้านอย่างเราๆ ต้องทนนั่งซักผ้าล้างจานเพราะมีศรีภรรยาคอยกำกับและเป็นแรงผลักดันอยู่เบื้องหลังก็ได้ (ถอนใจ…)

สุดท้าย ในช่วงปีที่คลอปป์ใกล้ลงจากตำแหน่งกุนซือของดอร์ทมุน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เคยติดต่อเขาเข้าไปหนึ่งครั้ง และเจอร์เก็นคิดอยู่นานว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี เพราะทีมต่อไปที่เขาต้องการสร้างความท้าทายนั้นจะต้องเป็นทีมจากอังกฤษและมีประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังมากพอ และแมนยูไนเต็ดก็อยู่ในข่ายนั้น คลอปป์ใช้เวลาอยู่หลายวันจนกระทั่งอูล่าทราบเรื่อง เธอจึงแนะนำ(เชิงออกคำสั่ง)กับเขาไปว่า “มันดูไม่เหมาะกับคุณเท่าไหร่” และจนกระทั่งลิเวอร์พูลติดต่อเขามา อูล่า จึงพยักหน้าให้คลอปป์และบอกกับเขาว่า “สโมสรที่แหละที่รัก” จากนั้นเจอร์เก็นก็เลือกลิเวอร์พูลตามคำสั่ง เอ้ย คำแนะนำของเธอ

ไม่กี่ปีถัดมาเรื่องราวของคลอปป์ก็ถูกจารึกลงหน้าประวัติศาสตร์

(ปล.เรื่องอิทธิพลของอูล่าที่มีผลต่อการตัดสินใจของคลอปป์นั้น เป็นเรื่องที่ ฟิล ธอมป์สัน อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลที่ปัจจุบันเป็นพันดิตอยู่กับสกายสปอร์ตเล่าด้วยตัวเขาเอง ธอมป์สันยืนยันว่าเรื่องราวนี้ เจอร์เก็น เป็นคนเปิดเผยกับตัวเขาหลังจบสัมภาษณ์พิเศษฉบับหนึ่งไป)

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า – กล่าวกันว่า แรงผลักดันที่ดีที่สุดคือศัตรูของเราเอง วันที่ เจอร์เก็น คว้าแชมป์ยูฟ่าได้สำเร็จ มีโทรศัพท์สายหนึ่งติดต่อมาหาเขา คลอปป์บอกกับนักข่าวที่กำลังจอแจอยู่บริเวรนั้นว่า “เป๊ป กวาร์ดิโอลาห์โทรมาแสดงความยินดีกับผมเมื่อสักครู่ เราสัญญาต่อกันและกันว่า จะกลับมาห้ำหั่นกันอีกครั้งในซีซั่นหน้า เราจะใส่ทุกอย่างที่มีเพื่อตัดสินกันอีกครั้ง เป๊ปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยคะแนน 98 แต้ม ในขณะที่เราทำได้ 97 แต่เราก็ได้แชมป์ยูฟ่ามาครอง…” นั่นเองทำให้ปี 2019-20 ที่แสนบ้าคลั่งได้เริ่มต้นขึ้น เจอร์เก็น ไม่ต้องการทนเห็นความพ่ายแพ้ของเขาที่ถูกเฉือนไปเพียงแค่ 1 แต้ม เขาจึงทำลายมันด้วยการทิ้งห่างกวาร์ดิโอล่าร่วม 20 กว่าคะแนนเสียเลย แรงผลักดันที่ดีที่สุดคือศัตรูของเราเอง บางทีการมีอยู่กับกวาร์ดิโอล่าก็ส่งผลให้ลิเวอร์พูลเป็นลิเวอร์พูลเฉกเช่นทุกวันนี้เหมือนกัน

วูฟกัง แฟรง – ในวันที่วูฟกังหมดลมหายใจ เจอร์เก็น กล่าวสุนทรพจน์ชิ้นหนึ่งถึงอดีตโค้ชของเขาในขณะที่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาว่า “คุณยังคงเป็นโค้ชของบุนเดสลีก้าเสมอ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก็ตาม ผมบอกกับผู้คนนับพันไปแล้วว่า วูฟกัง คือคนที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล และมันจะยังคงเป็นแบบนั้นต่อไป เขาคือโค้ชโดยเนื้อแท้ และทำให้ผมเป็นผมเฉกเช่นทุกวันนี้ เขาคือคนที่แสนมหัศจรรย์คนหนึ่ง…” กล่าวจบเขื่อนนัยน์ตาก็ไม่อาจสะกดน้ำที่ไหลบ่ามาได้

วูฟกัง มีอิทธิพลต่อคลอปป์อย่างไรบ้าง ?

เรื่องตลกเรื่องหนึ่งของศิษย์อาจารย์คู่นี้ก็คือ วูฟกังสมัยเป็นกุนซืออยู่ไมนซ์จะบอกนักเตะทุกคนให้แบ่งเวลาสัก 10 เปอร์เซ็นไปเติมความรู้ใส่หัวเสมอ “ใช่สิเพราะเขาเป็นคนที่อ่านหนังสือแทบจะตลอดเวลา” คลอปป์กล่าว “เขาบอกให้พวกผมแบ่งเวลาสักสิบเปอร์เซ็นของวันไปอ่านหนังสือจิตวิทยา แต่ผมไม่แม้แต่คิดจะเปิดอ่านมันเลยสักหน้า! ด้วยความสัตย์จริงนะครับ วันที่ผมอ่านหนังสือมากที่สุด ผมจะอ่านหนังสือในวันที่ผมมีสอบไฟน่อลเท่านั้นแหละ (เหมือนกันเลยครับบอสสสส)”

สิ่งที่เห็นชัดเจนที่ คลอปป์ รับวิชามาจากวูฟกังก็คือระบบการเล่นแบบหลัง 4 ตลอดระยะเวลาที่คลอปป์คุมลิเวอร์พูลมา เราแทบไม่เคยเห็นวันไหนที่บอสใช้ระบบหลัง 5 หรือ หลัง 3 เลยด้วยซ้ำ แม้แต่วันที่คอนเต้พาเชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกจนระบบ 3-4-3 ถูกกุนซือหลายคนนำไปปรับใช้ แม้กระนั้นเจอร์เก็นก็ยังมั่นคงและศรัทธาในระบบแบ็คโฟร์ที่ปรมาจารย์วูฟกังได้คิดค้นขึ้น

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คลอปป์พูดถึงวูฟกังว่า “เป็นกุนซือที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล” ก็เพราะสมัยนั้นวูฟกังเป็นกุนซือที่คิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการคุมทีมเข้ามามากมาย ยกตัวอย่างเช่น การใช้เทปบันทึกการแข่งเข้ามาวิเคราะห์เกม แม้ว่าสมัยนี้อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ทีมทุกทีมทำกันแล้ว แต่อย่าลืมว่าสมัยที่วูฟกังเป็นกุนซือเทคโนโลยีในการฉายภาพเพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นานนัก และมันยังไม่ได้ถูกปรับใช้ในเกมฟุตบอลเลย แต่วูฟกังก็ยืนยันที่จะใช้มัน แม้จะถูกมองว่าเป็นคนเพี้ยนๆ อยู่พักใหญ่ แต่นั่นคือเหตุผลที่ทำให้คลอปป์มี ปีเตอร์ คราเวียรซ์ เป็นมือซ้ายนับแต่สมัยที่คุมไมนซ์ 05 จนถึงวันที่เขาคุมลิเวอร์พูล แม้ว่าคราเวียรซ์จะมิใช่นักเตะที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นทีมสตาฟแบบคลอปป์ แต่วันที่ไมนซ์ดึงเขาเข้ามาช่วยทีมนั้น เขาก็เข้ามาในฐานะนักวิเคราะห์ที่เรียนจบจาก Mainz University เพื่อวิเคราะห์วิดิโอโดยเฉพาะ ไม่อย่างนั้นแล้วคลอปป์ไม่มีทางเรียกมือซ้ายของเขาว่า “The eye” ได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายแม้แต่วันที่คลอปป์ขึ้นมาเป็นกุนซืออยู่ไมนซ์ รวมถึงดอร์ทมุนแล้ว เขาก็ยังคงใช้บริการปรึกษาวูลกังไม่ขาดสาย จนกระทั่งวันสุดท้ายของลมหายใจของปรมาจารย์เมืองเบียร์สิ้นสุดลง เจอร์เก็น ก็จำต้องโบยบินด้วยปีกของเขาเอง

พ่อ – พ่อของคลอปป์ไม่ใช่คนที่เข้มงวด แต่วิธีการสอนของเขานั้นบ้าคลั่ง ก่อนที่เจอร์เก็นจะลืมตาดูโลก พ่อจับลูกสาวคนที่สองแต่งตัวและซ้อมกีฬาอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งวันที่เจอร์เก็นเกิดมา ทั้งหมดที่พี่สาวของคลอปป์เคยแบกรับก็ถูกปลดระวางลง ทว่าสิ่งต่างๆ มิได้ถูกทำให้หายไปไหน ทั้งหมดยังคงถูกส่งมาที่เจอร์เก็นอยู่ดี เจอร์เก็น เล่าเอาไว้ในหนังสือชีวประวัติของเขาว่า สิ่งที่พ่อสอนเขานั้นห่างไกลจากความว่าสบายมากนัก เจอร์เก็นจะถูกฝึกให้เล่นกีฬาแทบทุกชนิดที่เยอรมันกำลังนิยม เทนนิส ฟุตบอล หรือแม้กระทั่งการเล่นสกีก็ตาม “ในทุกๆ เช้าผมจะถูกปลุกให้ตื่น พ่อไม่เคยสนใจเลยว่ามันจะเป็นเช้าที่มีแดดรำไรหรือฝนกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ากำลังจะแตก เขาสนใจเพียงแค่พาผมไปเอานิ้วแตะเส้นและปล่อยให้ผมวิ่งไปตามลู่เท่านั้น ผมยืนยันกับคุณได้ว่ามันไม่ใกล้เคียงคำว่าสนุกหรือสบายเลยแม้แต่นิดเดียว”

อันที่จริงทุกกีฬาที่คลอปป์ถูกฝึกอย่าหนักนั้นเป็นผลพวงมาจากความหลงใหลของพ่อเขา แม้ว่ามันจะเหนื่อยยากลำบากเพียงใด แต่ “เจอร์เก็น ได้พ่อมาหมดทุกอย่างทั้งวิธีการพูด ความกระตือรือร้น รวมถึงพลังที่มาจากก้นบึ้งสุดหยั่งที่เขามี” Ulrich Rath โค้ชคนแรกของคลอปป์กล่าว

ความยากลำบากที่พ่อมอบให้กับคลอปป์ คือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่โลกฟุตบอลได้สำเร็จ ใครจะคิดว่าอีก 40 ปีถัดมาเขาจะเข้ามาทำลายคำสาปที่กร่อนหัวใจแฟนบอลของสโมสรแถบลุ่มแม่น้ำเมอซีจนหมดสิ้น

อูล่า คือหัวใจของคอยสนับสนุนและช่วยเจอร์เก็นตัดสินใจในเรื่องยากๆ เสมอ

เป๊ป คือคู่แข่งที่คอยผลักดันให้คลอปป์เค้นศักยภาพทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างความบ้าคลั่งขึ้นมาในโลกฟุตบอล

วูฟกัง คือผู้ประสิทประสาทวิชาให้คลอปป์ เป็นอาจารย์ที่สอนวิชาโค้ชให้เขานับแต่สมัยเป็นนักเตะจนกระทั่งขึ้นนั่งบังเหียนกุนซือ

พ่อ คือคนที่พาเขาเข้าสู่วงการกีฬาและมอบพลังงานอันไร้ก้นบึ้งดุจดนตรีเฮวี่เมทัลให้กับเจอร์เก็น และเสียงเพลงนั้นกำลังบรรเลงอย่างบ้าคลั่งกับสโมสรหนึ่ง และมันดังกระฉ่อนไปทั่วจักรวาลลูกหนังแล้ว !

จบ

นัดเดียวจอด เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน