จิบข่าวอ่านกาแฟ (24 มิถุนา 63)

1.มุมมองของ รอย ฮอดจ์สัน ที่มีต่อ คลอปป์

อดีตกุนซือของลิเวอร์พูลวิเคราะห์เจอร์เก็น คลอปป์ เอาไว้ในแถลงข่าวก่อนเกมคริสตัลพาเลซบุกบ้านลิเวอร์เบิร์ดเอาไว้ว่า

“เจอร์เก็นเป็นคนที่มีพลังงานเหลือล้น บุคลิกภาพที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นของเขาคือส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับสโมสร

“มันน่าอัศจรรย์ที่เรื่องราวในชีวิตของเขารวมถึงวิถีการทำงานของเขานั้นเป็นเนื้อเดียวกับวัฒนธรรมของเมือง

“ผลงานของเขามหัศจรรย์เสมอ นับตั้งแต่ความสำเร็จที่เขาทำเอาไว้กับโบรุสเซียดอร์ทมุนส์ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลิเวอร์พูลจึงเลือกคว้าตัวเขาเข้ามาร่วมทีม เขาคือหนึ่งในคนที่ควรได้รับเครดิตมากที่สุดในวันที่ลิเวอร์พูลชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก มันยิ่งใหญ่เสมอถ้าใครสักคนทำลายช่วงเวลาอันยาวนานร่วมสามทศวรรษลงได้”

2.ความกังวลเดียวของคลอปป์ที่มีต่ออลีสซง

หลังจากเจสซี่ ดูเค็ด สร้างปาฏิหารย์เอาไว้เมื่อปี 2005 หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผู้รักษาประตูส่วนใหญ่ของลิเวอร์พูลมักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมมากกว่าปาฏิหารย์เสมอ

จนกระทั่งความตื่นเต้นแปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังในนัดชิงชนะเลิศที่แสนเจ็บปวดกับเรอัลมาดริด

ในที่สุด คาริอุส ก็ขอแยกทางกับลิเวอร์พูลเพื่อเรียกศรัทธาในตัวเอง (และกำลังจะกลับมาอีกครั้งในฤดูกาลหน้า)

อย่างไรก็ดี การจากไปของคาริอุสคือช่วงเวลาเดียวกับที่เจอร์เก็น คลอปป์ ยืนยันกับบอร์ดบริหารว่าการมีผู้รักษาประตูที่เก่งคือปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการทำสโมสร แต่ของดีราคาถูกนั้นหายาก คลอปป์สามารถปั้นแบ็คซ้ายจาก 8 ล้านปอนด์ให้กลายเป็นนักเตะเวิร์ลคลาสได้ เพราะอย่างน้อยที่สุด เจอร์เก็น ก็เคยเป็นนักเตะและเชี่ยวชาญในระบบการเล่นแบบหลัง 4 คน จาก วูล์ฟกัง แฟรงค์ อาจารย์ของตนสมัยเป็นนักเตะที่ไมนซ์ 05 มาก่อน

ทว่าสำหรับผู้รักษาประตูแล้ว คลอปป์ ก็เหมือนช่างต่อเรือที่ไม่มีแบบแปลน

ดังนั้นเจอร์เก็นจึงโน้มน้ามสโมสรให้ดึง อลีสซง เข้าสู่ลิเวอร์พุลในราคา 66 ล้านปอนด์ พ่อหมีสมบูรณ์แบบในทุกมิติจนไม่มีข้อกังขา แต่ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดก่อนเกมกับพาเลซที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เจอร์เก็น ถูกขอให้วิเคราะห์ความสามารถที่แท้จริงของอลีสซง และเขาได้ยืนยันว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขากังวลในตัวอลีสซงเบคเกอร์ตลอดเวลา

“ความกังวลเดียวที่ผมมีต่ออลีสซงไม่ใช่เรื่องที่เขาจะออกจากสโมสรหรืออะไรทำนองนั้น แต่เป็นสภาพความฟิตของตัวเขาต่างหาก! มันเป็นเรื่องของเหตุปัจจัย ไฟจะถูกจุดติดได้ก็ต่อเมื่อ มีเชื้อเพลิง ออกซิเจนและความร้อน ในขณะที่ศักยภาพสูงสุดของอลีสซงถูกประกอบขึ้นมจาก ทัศนคติ, จิตใจที่เยือกเย็น, ทักษะความสามารถ และสภาพความฟิตพร้อมของเขา

“สามปัจจัยแรกเป็นสิ่งที่อลีสซงควบคุมได้ด้วยตัวเขาเอง เขาคือนักฟุตบอลที่รู้ดีว่าหน้าที่เขาของคืออะไร

“แต่สภาพความฟิตซึ่งต้องผ่านงานการฝึกซ้อมเป็นหน้าที่ของผมและทีมสตาฟ

“ทั้งหมดนั่นทำให้เขาเป็นเขาแบบที่เราเห็น การปฏิเสธประตูที่เกิดขึ้นในเกมกับเอฟเวอร์ตันคือหนึ่งในลูกที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา แต่เราไม่ควรชื่นมื่นกับการเซฟที่มหัศจรรย์นั่นมากเกินไปนัก เพราะตัวเขาไม่ต้องการคำชื่นชมทำนองนั้น และเกมรับของพวกเราก็ไม่ควรปล่อยให้เกิดการขึ้นเกมรุกทำนองนั้นด้วย

“อลีสซงเป็นคนที่รู้ดีว่าหน้าที่ของเขาคืออะไร กล่าวตามตรงอลีสซงคือนักเตะที่สำคัญที่สุดของผมคนหนึ่ง การมีผู้รักษาประตูที่เก่งเป็นเรื่องที่ดี ผมหวังว่าโชคชะตาจะเขียนเส้นทางระหว่างเขากับเราให้เป็นแบบนี้ต่อไปนะ”

แฟนบอลทุกคนก็หวังเอาไว้แบบนั้นเหมือนกันครับบอส

3.สี่สถิติก่อนเกม

หนึ่ง –ซาดิโอ มาเน่ เป็นความหวังสำหรับเกมในค่ำคืนนี้มากที่สุดเพราะนอกจากจะเครื่องร้อนในเกมเสมอกับเอฟเวอร์ตันก่อนใครอื่นแล้ว นักเตะที่หล่อที่สุดของหงส์แดงคนนี้ยังมีสถิติการทำสกอร์ใส่เจ้าอินทรีย์สูงที่สุดอีกด้วย สิบเกมล่าสุดที่เขาเผชิญหน้ากับพาเลซในพรีเมียร์ลีกนั้น เจ้าตัวทำประตูใส่คู่ต่อสู้ไป 8 ครั้ง เฉลี่ยทำประตูใส่พาเลซสูงถึง 80 เปอร์เซ็น

สอง – คริสตัลพาเลซมีคะแนนทิ้งห่างโซนตกชั้นอยู่ 15 คะแนน ห่างพอจะทำให้พวกเขาวางใจในโซนตกชั้นและไม่ใส่ทั้งหมดที่มีไปกับเกมฟุตบอลได้ แต่จากสถิติที่ผ่านมา รอย ฮอดจ์สัน กลับไม่เคยยั้งมือในการแข่งขันเลยสักครั้ง

ในการแข่งขัน 4 เกมหลังสุดของพวกเขา พาเลซเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดและมันยังไม่นับว่าพวกเขามีอันดับที่ดีกว่าเอฟเวอร์ตัน

แถมยังเป็นแจ๊คผู้สยบยักษ์ในถิ่น ทั้งเสมอแมนซิตี้ด้วยสกอร์ 2-2 ถึงเอติฮัดสเตเดี่ยมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หรือกระทั่งเอาชนะโคตรทีมมหากาฬอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยสกอร์ 2-1 (เมื่อวันที่ 24 สิงหา ปี 62) เหนือโอลทราฟฟอร์ดมาแล้ว แม้วันนี้ลิเวอร์พูลแม้จะได้เล่นในแอนฟิลด์ แต่ก็เป็นแอนฟิลด์ที่ไม่มีนักเตะหมายเลข 12 อยู่ในสนาม นั่นทำให้การเจอกับพาเลซเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาทด้วยประการทั้งปวง

สาม – เกมสุดท้ายที่พาเลซเอาชนะลิเวอร์พูลในศึกพรีเมียร์ลีกได้ต้องย้อนกลับไปถึงปี 2017 หรือ 3 ปีก่อน ในขณะที่ห้าเกมหลังสุดระหว่างปราสาทเรือนแก้วกับหงส์แดงนั้นลงเอ่ยด้วยชัยชนะของลิเวอร์พุลทั้ง 5 นัด

สี่ – มาร์ติน แอคกินสันจะเป็นผู้ตัดสินหลักในเกมวันนี้ สถิติ 7 นัดล่าสุดที่เขาลงตัดสินลิเวอร์พูล ทำให้ลิเวอร์พูลมีผลเสมอ 4 ครั้งและชนะ 3 ครั้ง (เป็นสถิติที่นับแต่ซีซั่น 2018-19 จนกระทั่ง ซีซั่น 2019-20 เจ็ดเกมหลังสุด)  อย่างไรก็ตามวีรกรรมที่แฟนบอลลิเวอร์พูลจดจำเขามากที่สุดอาจไม่ใช่เกมที่เขาเป็นผู้ตัดสินหลัก แต่เป็นวันที่เขานั่งประจำห้อง VAR และตัดสินให้ฟิร์มิโน่ล้ำหน้าจากรักแร้มากกว่า

4.อัพเดทอาการบาดเจ็บ

นี่คือคำสัมภาษณ์ของคลอปป์ต่ออาการบาดเจ็บของนักเตะแต่ละคนครับ

แอนดรูว โรเบิร์ตสัน : “เขากลับมาซ้อมได้เต็มรูปแบบแล้วเมื่อวานนี้ ดังนั้นอะไรๆ ก็เป็นเหมือนเดิมแล้วล่ะ”

มิลเนอร์-มาติป : “ทั้งสองคนไม่สามารถเป็นตัวจริงในเกมกับพาเลซได้ เรายังต้องดูต่อไปว่าอาการบาดเจ็บของพวกเขาจะยาวนานแค่ไหน”

โมฮาเม็ด ซาลาห์ : ***เจอร์เก็น คลอปป์ไม่ได้พูดถึงซาลาห์โดยตรง แต่ในเนื้อข่าวจากเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการระบุว่า โมฮาเม็ด ซาลาห์ฟิตพร้อมจะลงสนามในเกมค่ำคืนนี้พอๆ กับโรเบิร์ตสัน

5.คลอปป์เปรยถึงความบ้าคลั่งของแมนซิตี้

หลังจากเป๊ป กวาร์ดิโอลาห์ สามารถเอาชนะเบิร์นลีย์ไปด้วยสกอร์ 5 ประตูต่อ 0 นั้น เจอร์เก็น คลอปป์ ได้สัมภาษณ์ถึงแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่บ้าคลั่งเอาไว้ว่า

“หลังจากที่ผมได้ดูเกมระหว่างซิตี้กับเบิร์นลีย์เมื่อไม่กี่คืนที่ผ่านมา ผมก็คิดกับตัวเองว่า นี่ ผมพานักเตะนำห่างทีมแบบนั้นถึง 20 คะแนนได้ยังไงกันนะ ?

“บางคนอาจคิดว่าผมจะกังวลว่าแมนซิตี้จะไล่ตามผมทันในที่สุด แต่ในหัวผมไม่มีเรื่องของแมนซิตี้อะไรเทือกนั้นเลย สิ่งเดียวที่ผมอยู่ในความคิดของผมก็คือเกมกับคริสตัลพาเลซเท่านั้น

“ผมดูการเล่นของซิตี้ ไม่ใช่เพราะกังวลเรื่องพรรค์นั้น แต่เป็นเพราะเราต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาในอีก 8-9 วันข้างหน้าต่างหาก การไม่รู้เรื่องราวของศัตรูและได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้พวกเขาพ่ายแพ้ ไม่ใช่วิสัยของผม แม้ความจริงผมก็อยากให้พวกเขาพ่ายแพ้เลสเตอร์ซิตี้หรือเชลซีอะไรทำนองนั้น แต่มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของผมหรอก

“อันที่จริงผมเคารพแมนเชสเตอร์ซิตี้มากนะ ผมเคยพูดไปแล้วว่ามันคือช่วงเวลาที่บ้าคลั่งที่สุดของพวกเขา พวกเขาเหมือนมีความแข็งแกร่งที่เป็นนิรันดร์ และทุกเกมจะต้องคว้าชัยชนะมาได้เสมอ แต่…แต่…แต่ พวกเราก็ใช่จะเป็นทีมที่แย่กว่าพวกเขาตรงไหนนะครับ”

END – ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับวันนี้

นัดเดียวจอด ชงกาแฟ

เลิฟหงส์แดง เสิร์ฟข่าวจ้า