สนิมและสมาธิ

หนึ่ง – ลิเวอร์พูลมาบุกกูดิสันพาร์คครั้งนี้ เหมือนต้องเผชิญหน้ากับส.เสือสองตัว ตัวแรกคือ “ส”นิม ในขณะที่เสือตัวที่สองนั้นคือ “ส”มาธิ

สอง – “สนิม” ปกติแล้วคือการทำปฏิกิริยาระหว่างเหล็กกับออกซิเจน แต่สนิมในโลกฟุตบอลคือการทำปฏิกิริยาระหว่างนักฟุตบอลกับช่วงเวลาที่ร้างสนามไปนาน ปกติมักจะเกิดขึ้นกับนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บจนต้องพักฟื้นยาวๆ กลับมาเล่นก็จะไม่สามารถเรียกฟอร์มเดิมของตัวเองกลับมาได้ แต่มหาวิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนถูกสนิมเกาะนานถึง 106 วัน ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมตลอด 45 นาทีแรก ทุกอย่างที่เคยเป็นลิเวอร์พูลตลอดทั้งซีซั่นที่ผ่านมาจะแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น

สาม – ถ้าไม่เชื่อจะลองเทียบเคียงสถิติของเกมนัดสุดท้ายก่อนเกิดมหาวิกฤตอย่างการเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของแอตเลติโกมาดริดก็ได้ เพราะทราบหรือไม่ครับว่า เกมวันนั้นลิเวอร์พูลมีโอกาสทำประตูสูงถึง 29 ครั้ง ในขณะที่เกมวันนี้หงส์แดงมีโอกาสทำประตูใส่เอฟเวอร์ตันเพียงแค่ 9 ครั้งเท่านั้น แม้ว่าทั้งสองทีมจะเล่นแผนเกมรับที่คล้ายกันก็ตาม

สี่ – คิดดูสิครับ แม้แต่โอริกี้ซีอุสที่มีสถิติการทำประตูใส่เอฟฯ ห้าลูกในเจ็ดเกม ยังไม่สามารถสำแดงฤทธิ์เดชของเขาออกมาได้ในเกมวันนี้เลย ถ้ามันไม่ใช่เรื่องของสนิมสร้อยกร่อนนักเตะแล้วจะเป็นเรื่องอื่นใดไปได้ ?

แม้แต่ เจอร์เก็น คลอปป์ ก็ยังยอมรับก่อนเกมการแข่งขันเอาไว้ว่าว่า “การหยุดยาวนั้นมีผลต่อสภาพของนักเตะของผมจริงๆ” นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม โมฮาเม็ด ซาลาห์ และโรเบิร์ตสันจึงไม่สามารถลงเป็นตัวจริงในเกมวันนี้ได้ แม้จะมีชื่ออยู่ในม้านั่งสำรองหรือเป็นนักเตะที่เคยโดดเด่นมาก่อน แต่ทั้งสองคนไม่สามารถเรียกความฟิตแบบที่เคยมีช่วงสาม-สี่เดือนก่อนให้กลับมาได้

ในขณะที่เสืออีกตัวหนึ่งอย่างสมาธินั้นก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ห้า – “สมาธิ” คือส่วนตัดสินคือปัจจัยที่จะตัดสินแพ้ชนะของลิเวอร์พูลในการเผชิญหน้ากับโค้ชที่เคี้ยวลากดินอย่าง อันเชต๊อตติ (อย่าลืมว่ากุนซือคนนี้คือคนๆ เดียวกับที่ห้ำหั่นกับลิเวอร์พูลเรื่อยมานับตั้งแต่กุมบังเหียนปีศาจแดงดำดวลกับลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมป์เปียนลีกทั้งปี 2005 และ 2006)

รูปแบบการทำทีมของอันเชในการเจอกับลิเวอร์พูลคือเกมรับ ดังนั้นลูกทีมของเขาจึงต้องโฟกัสกับเกมเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่การเพ่งสมาธิในเกมรับ (เช็คล้ำหน้า บลา บลา บลา) เท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของเกมรับก็คือจังหวะการขึ้นเกมสวนกลับต่างหาก

พวกเขาจะต้องเพ่งสมาธิในจังหวะสวนกลับใส่ลิเวอร์พูลด้วย ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเพียงแค่ สี่นาที่สั้นๆ (นาทีที่ 80-84) ของเกม อลีสซง เบคเกอร์ กลับต้องออกแรงเซฟถึง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อของลิเวอร์พูลที่กำลังทำการเปลี่ยนลอฟเลนเข้าไปแทนมาติปจากอาการบาดเจ็บ (หรือพูดง่ายๆ ว่า เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สมาธิในเกมรับของลิเวอร์พูลสะดุดลง)

หก – โชคดี (หรือจริงๆ อาจไม่เกี่ยวกับโชคก็ได้) ตรงที่ผู้รักษาประตูอย่างอลีสซง เบคเกอร์ แม้ตลอดทั้งเกมนั้นจะออกแรงเซฟเพียงแค่ 3 ครั้ง (เฉลี่ยกระโดดปัดบอลทุกๆ 30 นาที) แต่กระนั้นเขาก็ยังมีสมาธิและสามารถปฏิเสธบอลทั้งสองลูกของเอฟเวอร์ตันออกไปได้แม้จะหวุดหวิดเพียงแค่ไหนก็ตาม

เจ็ด – เจอร์เก็น คลอปป์ ออกมาพูดถึงจังหวะเซฟประตูของอลีสซงเอาไว้ว่า “มันคือเกมที่ยากสำหรับผู้รักษาประตู เพราะส่วนใหญ่ของเกมเขารับบอลคืนกลับมาด้วยเท้า มากกว่าจะมีโอกาสคว้าลูกหนังเอาไว้ในมือ แต่โชคดีตรงที่เขาเป็นคนที่ใช้เท้าได้ดี เราโชคดีจริงๆ ผมคิดว่ามันคือเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นผู้รักษาประตูระดับโลกคนหนึ่ง เพราะแม้ตลอดเก้าสิบนาทีเขาจะต้องอยู่กับช่วงเวลาว่างๆ เพราะไม่มีบอลมาถึงตัวมากนัก แต่เขาก็ยังมีสมาธิในการปฏิเสธทั้งสองประตูออกไปในเวลาไล่เลี่ยกันได้

“มันไม่ใช่เพียงแค่การเซฟประตู แต่มันคือการเซฟคะแนนของพวกเราด้วย และนั่นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งแรก”

แปด – มินามิโนะดูดีขึ้นกว่าช่วงต้นปีมาก แม้จะยังมีผลกับเกมไม่เทียบเท่าสามประสาน แต่พัฒนาที่สำคัญที่เราเห็นได้ก็คือ เพื่อนเริ่มจ่ายบอลให้กับเขาบ้างแล้ว ดังนั้นคงจะไม่ผิดนักหากจะยกคำพูดของคลอปป์ในสมัยที่ดึงซามูไรปีกหงส์เข้ามาใหม่ๆ ว่า

“ผมรู้ว่าเขามีทิศทางในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพียงแต่สิ่งเดียวที่เขาต้องการก็คือเวลาเท่านั้น”

เก้า – ถ้ามินามิโนะดูดีขึ้นแล้ว นาบี เกอิต้า ก็โดดเด่นกว่าเดิมเป็นทวีคูณ มีนักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักเตะทั้งสองมีฟอร์มการเล่นที่น่าจับตามองในเกมวันนี้อาจเป็นเพราะ เกอิต้า ทาคิ ได้ร่วมลงสนามในตำแหน่งตัวจริงพร้อมๆ กับ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งทั้งสามคนสื่อสารกันเข้าใจง่ายผ่านภาษาฟุตบอลที่ได้รับการขัดเกลามาจาก Redbull

อย่างไรก็ดี เจอร์เก็น คลอปป์ พูดถึงทั้ง Redbull connection เอาไว้ว่า “ผมไม่มีอะไรสงสัยในตัวของทาคิเลย เขาคือหัวใจสำคัญใน 45 นาทีแรกอย่างแท้จริง แต่ผมไม่อยากให้ความเหนื่อยล้าทำลายความมุ่งมั่นของเขา ในขณะที่เชมเบอร์เลนก็พร้อมจะลงสนามในสภาพฟิตพร้อมสุดๆ ดังนั้นมันจึงเกิดการเปลี่ยนตัวขึ้นแบบทุกคนเห็น

“เกอิต้าก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เขาทำได้ดีในสนามซ้อมและนั่นคือเหตุผลที่ผมสั่งเข้าลงตัวจริงในวันนี้ แต่สาเหตุที่ผมเปลี่ยนเขาออกจากเกมคือเหตุผลเดียวกับที่ผมเปลี่ยนมินามิโนะออกนั่นแหละ

“ผมอยากให้จินี่ได้สัมผัสกับเกมบ้าง และในเมื่อมีโควต้าการเปลี่ยนตัวถึงห้าคน ผมก็ไม่ต้องการปล่อยให้นักเตะเผชิญกับอาการเหนื่อยล้า ทั้งๆ ที่มีเกมรอคอยอยู่ข้างในอีกไม่เกินสามวันหรอก ถ้าผมส่งนักเตะลงสนามไป 95 นาทีทั้ง 11 คน รับรองได้เลยว่าวันพุธนี้คนที่จะปวดหัวหนักที่สุดก็คือผม

“มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาท แม้ว่าผลลัพธ์วันนี้มันจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบดั่งที่ใจหวัง แต่ฟอร์มการเล่นของนาบีนั้นเกินกว่าที่ผมตั้งเป้าเอาไว้มากแล้ว”

สิบ – ผลการแข่งขันในวันนี้ทำให้ 8 เกมหลังสุดที่ลิเวอร์พูลบุกไปกูดิสันพาร์คลงเอยด้วยการเสมอกันถึง 7 ครั้ง แต่ความจริงแล้ว เหตุผลที่ผลการแข่งขันลงเอ่ยด้วยสกอร์เสมออาจเป็นแผนการอันแยบยลของสโมสรที่ต้องการไปฉลองแชมป์เหนือเอติฮัดสเตเดียมในอีกสองเกมข้างหน้าก็ได้ !

สิบเอ็ด – มีใครสังเกตุไหมว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิก แต่ให้ ฟาบินโย่ เป็นคนลั่นไก บอลพุ่งทะยานเกือบหุบลงใต้คาน โชคดีของ จอร์แดน พิกฟอร์ดที่ปัดปลายมือออกไปได้ก่อน / ประเด็นก็คือโดยปกติแล้ว คลอปป์ เป็นคนซีเรียสเรื่องคนปั่นฟรีคิกมาก มีครั้งหนึ่ง ชากิรี่ ปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมเป็นคนลั่นไก ทั้งๆ ที่ คลอปป์กำชับกับเขาก่อนแล้วว่า นักเตะที่อยู่ในสนามที่จะปั่นฟรีคิกมีได้เพียงสองคนคือแช็คและเทรนต์ หลังจบเกมวันนั้นชากิรี่โดนบอสสวดยกใหญ่ที่ไม่ยอมทำตามแผนที่เขากำชับเอาไว้

บางทีที่การที่ ฟาบินโย่ รับหน้าที่ปั่นฟรีคิกในในเกมวันนี้อาจมีความหมายพิเศษอะไรซ่อนอยู่ก็ได้

สิบสอง – สรุปอาการบาดเจ็บของทั้งเจม มิลเนอร์ และ โจเอล มาติป โดยบทสัมภาษณ์หลังเกมของเจอร์เก็น คลอปป์ มีว่า “มิลเนอร์มีอาการบาดเจ็บที่แฮมสตริงนิดหน่อย แต่โดยปกติแล้วเขาจะเป็นนักเตะที่ฟิตดังนั้นผมก็เลยหวังใจว่าเขาจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว บางทีวันพุธนี้เขาอาจจะพร้อมกลับมาลงเล่นก็ได้

“ในขณะที่สถานการณ์ของโจเอลโชคร้ายกว่ามาก เขาปะทะกับริชาลิสสันและมันค่อนข้างเจ็บปวด ผมได้แต่หวังว่าเขาจะหายกลับมาในเร็ววัน”

สิบสาม – และนี่คือชะตากรรมของริชาลิสสันที่ประกาศก่อนเกมเอาไว้ว่า “ในชีวิตผมมีเซ็นเตอร์แบ็คมากมายที่เก่งกว่าเวอร์กิล ฟานไดซ์”

(เนย์มาร์มันก็นอนท่านี้แหละไอ้สองงง)

จบ

นัดเดียวจอด เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน