จิบข่าวหงส์แดง (19 มิถุนา 63)

1.สัมภาษณ์แวร์เนอร์ซบรังสิงโตน้ำเงิน

***คำเตือนเนื้อหาในข่าวนี้อาจทำให้แฟนหงส์ช้ำใจเล็กน้อย โปรดใช้วิจารณาญาณในการกลั้นใจอ่าน

เมื่อวานนี้ แวร์เนอร์ ตกลงย้ายซบถ้ำสิงโตน้ำเงินอย่างเป็นทางการแล้ว เขาทิ้งบทสัมภาษณ์บางส่วนก่อนเปิดตัวเอาไว้ ให้แฟนเชลซีชุ่มชื่นหัวใจ ในขณะที่แฟนบอลลิเวอร์พูลรู้สึกขื่นๆ ที่ปลายลิ้นว่า

“ถึงทุกคนที่เชลซีครับ

“ผมโคตรมีความสุขจริงๆ ที่จะได้ย้ายไปร่วมงานกับพวกคุณในซีซั่นถัดไป ผมรู้สึกว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องของผม ผมเฝ้ารอวันเวลาที่จะได้ลงเล่นให้กับสโมสรที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ แล้วพบกันนะครับแฟนเชลซีทุกคน”

(ผู้เขียนอย่างผมได้แต่กลัดน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา และอยากตะโกนถามแวร์เนอร์ดังๆ ด้วยซีนอารมณ์เหมือนละครช่องเจ็ดว่า “แล้วคำว่ารักที่นายให้เรามามันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่ไหม!?”)

อย่างไรก็ดี ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนเคยสอนผู้เขียนอีกว่า ถ้าเรารักใครสักคนจริง บางทีการปล่อยเขาไปอาจเป็นหนทางที่ดีกว่าก็ได้ เพราะอันที่จริงสัญญาระหว่าง ติโม แวร์เนอร์กับสิงโตน้ำเงินได้ตกลงค่าเหนื่อยกันไว้ที่ราวๆ 170,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และมันถือเป็นค่าเหนื่อยที่มากกว่า เอ็นโกโร่ กองเต้ และ เกปา อลิซาบาลาก้าที่ได้รับกันอยู่ที่ 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์อีกต่างหาก

แวร์เนอร์ ดูเหมือนจะได้ทุกอย่างที่เชลซีทั้งการการันตีตัวจริง และค่าเหนื่อยที่มากกว่านักเตะทุกคนในทีม ในขณะที่หากเขาย้ายมาลิเวอร์พูล (ในกรณีที่หงส์แดงตัดสินใจใช้เงินก้อนดึงตัวแวร์เนอร์มา) นักเตะเมืองเบียร์จะเป็นตัวสำรองของสามประสานและได้รับค่าเหนื่อยไม่มากเท่า170,000 ปอนด์แน่

(เรื่องนี้ก็คงเหมือนความรักเศร้าๆ ที่ดารดาษอยู่เกลื่อนเมืองตรงที่ สุดท้ายแล้ว “เงินทอง” มักเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ…เสมอ)

2.รายละเอียดบาเยิร์นขยายสัญญา ฟิลลิปเป้ คูตินโย่

เวลาค่ำของวานนี้มีข่าวการขยายสัญญาของ คูตินโย่ กับ บาเยิร์น มิวนิค ออกมา (ข่าวนี้ Skysport Germany เป็นคนรายงานด้วยตัวเองดังนั้นเชื่อถือได้) แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาสายข่าวทุกสำนักต่างก็รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า เสือใต้จะไม่ทำการต่อสัญญากับฟิลลิปเป้ และอดีตพ่อมดน้อยต้องการเดินทางกลับมายังพรีเมียร์ลีกในท้ายที่สุด

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ตกลงเสื้อใต้เปลี่ยนใจใช้งานคูตินโย่ต่อแล้วหรือ ?

คำตอบคือ “ใช่” และ “ไม่ใช่” (ห้ะ ?)

ใช่ – บาเยิร์นมิวนิคต้องการใช้งานคูตินโย่ต่อจริง ในเนื้อข่าวระบุว่า การขยายสัญญาของคูตินโย่ได้รับการพูดคุยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาและบาเยิร์นมีความเห็นว่า อดีตพ่อมดน้อยจากลุ่มแม่น้ำเมอซียังคงมีดีพอที่จะช่วยพวกเขาในศึกยูฟ่าแชมป์เปียนลีกปัจจุบันคูตินโย่ทำประตูไป 8 ลูกจากการลงเล่น 22 นัด (ไม่น้อยจนน่าเกลียดนะว่าไหม ?) ได้ปรากฏตัวในสนามซ้อมอีกครั้งหลังจากเผชิญหน้าพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ต้องผ่าตัดข้อเท้าไป

ไม่ใช่ – แม้ว่ามันจะเป็นการขยายสัญญา แต่มันก็เป็นการขยายสัญญที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับนักเตะคนอื่นๆ ภายใต้มหาวิกฤตที่สัญญาจะหมดลงในอีกไม่กี่เดือนนี้ (ในกรณีของคูตินโย่คือสัญญายืมตัวหมดลง) ดังนั้นมันจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่า บาเยิร์นมิวนิคนั้นไม่ต้องการซื้อขาดคูตินโย่หลังจบฤดูกาล และมันไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ Kia Joorabchain (เอเยนต์ของคูตี้) ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า นักเตะของเขาต้องการที่จะกลับมาเฉิดฉายในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

สรุปสั้นๆ “ใช่” บาเยิร์นมิวนิคต้องการใช้งานคูตินโย่ต่อไป แต่ “ไม่ใช่” การซื้อขาดจากบาเซโลน่า

การปล่อยตัวฟิลลิปเป้หลังฤดูกาลนี้สิ้นสุดลงจะยังคงเป็นความจริงที่ผลักให้คูตินโย่ต้องออกเดินทางตามหาต้นสังกัดใหม่ต่อไป

ส่วนเรื่องที่เอเยนต์ของพ่อมดน้อยกล่าวว่า สโมสรเดียวที่คูตินโย่ต้องการลงเล่นให้ในพรีเมียร์ลีกมีเพียง ลิเวอร์พูล เท่านั้น – ข่าวนี้เป็นข่าวจริง แต่นักกูรูฟุตบอลจากสเปนที่รู้เส้นสนกลในของสโมสรต่างๆ อย่าง Guillem Balague ออกมาให้ความเห็นว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความจงใจของเอเยนต์ที่ต้องการปั่นกระแสคูตินโย่ให้ราคาดีดขึ้นเท่านั้นเอง…

เท่านั้นยังไม่พอ สายข่าวตัวที่เก๋าที่สุดของลิเวอร์พูลอย่าง เจมเพียช ก็ไม่พลาดที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องการกลับรังหงส์แดงของคูตินโย่ด้วย

เจม เพียช กล่าวผ่าน พอสแคสที่ชื่อ Red Agenda (เจตจำนงสีแดง – ชื่อนี้เห็นว่าเท่ดี) เอาไว้ว่า

“ทั้งหมดมันไม่สมเหตุสมผลเลย ในความเห็นของผมต่อให้บาเซโลน่าสนับสนุนค่าเหนื่อยของคูตินโย่อีกแรง มันก็ยังมีโอกาสเพียงน้อยนิดที่เขาจะกลับมาลิเวอร์พูล

“ทำไมผู้คนส่วนใหญ่ถึงลืมเรื่องราวของคูตินโย่ได้รวดเร็วขนาดนี้ พวกคุณลืมกันไปแล้วหรือว่าช่วงก่อนออกจากสโมสรเขาทำอะไรไว้กับสโมสรบ้าง

“ทัศนคติแบบนั้นไม่ควรถูกนำกลับในสภาพทีมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพในเวลานี้ ลิเวอร์พูลในปัจจุบันไม่มีนักเตะแวดล้อมด้วยทัศนคติแบบนั้นแล้ว ดังนั้นผมจึงพูดตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้มันไม่ ‘สมเหตุสมผล’ เลยสักนิดเดียว ในความเห็นของผมลิเวอร์พูลสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อีกแม้จะไม่มีนักเตะที่ชื่อฟิลลิปเป้ คูตินโย่ อยู่ในทีมก็ตาม

“พวกเขา (ลิเวอร์พูลในเวลานี้) ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องมีเขา ผมคงได้แต่ไม่เข้าใจนั่นแหละ ถ้าในท้ายที่สุดแล้วคูตินโย่จะเดินทางกลับมาอยู่กับเราอีกครั้ง”

3.อัพเดทอาการบาดเจ็บแข้งหงส์แดงหลังพักเบรคยาว

นี่คือบทสัมภาษณ์ล่าสุดของคลอปป์ที่ออกมาอัพเดทอาการบาดเจ็บแข้งหงส์แดง

“เรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกทีนั่นแหละ (คลอปป์พยายามพูดถึงอาการบาดเจ็บ แต่เขาไม่ยอมใช้คำว่า “อาการบาดเจ็บ” ตรงๆ – ผู้แปล) บางทีมันอาจเป็นผลมาจากช่วงเวลาพักที่ยาวนานเกินไปก็ได้

“เมื่อการซ้อมเริ่มต้นขึ้น บางสิ่งก็สามารถเกิดขึ้นได้ตามมาเสมอ ปัจจุบันผมยืนยันได้ว่าจะไม่มีใครถูกกาทิ้งในรายชื่อเกมวันอาทิตย์ที่กำลังจะมาถึง แต่…ผมต้องรอดูอีกที เพราะยังมีเซสซั่นการซ้อมเหลืออยู่สองสามครั้ง บางทีเราอาจมีข่าวดีที่นักเตะทุกคนสามารถกลับลงสนามไปแข่งได้แบบ 100 เปอร์เซ็น”

อ่านแล้ว งงๆ ไหมครับ ? เหมือนคลอปป์ยังไม่กล้าให้สัมภาษณ์การันตีซึ่งแตกต่างจากทุกทีที่เขาจะบอกว่า ใครเจ็บ หรือใครไม่สามารถลงสนามได้

ตกลงนักเตะทุกคนสามารถลงแข่งได้ใช่ไหม ? เพราะถ้านักเตะทุกคนลงแข่งได้ ทำไมคลอปป์ถึงต้องพูดว่า “เพราะยังมีเซสซั่นการซ้อมเหลืออยู่สองสามครั้ง บางทีเราอาจมีข่าวดี”

คำตอบก็คือ : The mirror รายงานว่า สาเหตุที่คลอปป์ให้สัมภาษณ์แบบนี้อาจเป็นเพราะ ความจริงแล้ว เจอร์เก็น มีนักเตะที่เผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บอยู่และคนๆ นั้นก็คือ โมฮาเม็ด ซาลาห์ (และอาจพ้วงด้วยโรเบิร์ตสัน) ซึ่งไม่สามารถเรียกความฟิตแบบเดิมกลับมาได้  แม้แต่วันพุธที่ผ่านมา โมฮาเม็ด ซาลาห์ ก็ไม่ปรากฏตัวในเมลวู้ด หรือ ถ้าจะย้อนกลับไปนานกว่านั้น เขาก็ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้เล่นของลิเวอร์พูลในเกมกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ด้วย

“บางทีมันอาจเป็นผลมาจากช่วงเวลาพักที่ยาวนานเกินไป” สังเกตจากคำพูดนี้ของคลอปป์ แสดงว่ามันต้องเป็นปัญหาเรื่องความฟิตมากกว่าอาการบาดเจ็บแน่

สุดท้ายในทุกครั้งที่มีการหยุดยาวเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นพักเบรคหนีหนาวหรือเกมทีมชาติก็ตาม ลิเวอร์พูล จะมีปัญหาเรื่องความเข้มข้นในเกมการแข่งขันทุกที ครั้งล่าสุดที่ลิเวอร์พูลหยุดยาวสิบเอ็ดวัน (เพราะคำสัญญาที่คลอปป์บอกกับนักเตะตัวจริงว่าจะปล่อยให้พวกเขาได้พักและส่งเด็กลงเล่นในเกมกับชรูวส์บิวรี่) เจ็ดเกมถัดมาหลังจากวันนั้น ลิเวอร์พูลเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ 4 แมทซ์ติดต่อกัน (แอตมาดริด วัตฟอร์ด เชลซี และแอตมาดริดอีกที) ตลดร้ายตรงที่ 7 เกมที่กล่าวมานั้น คือ 7 เกมล่าสุดของลิเวอร์พูล

เขียนถึงตรงนี้ก็ทำให้นึกขึ้นได้ แฟนหงส์แดงที่รักทุกท่านครับ อย่าลืมว่าเรายังไม่สามารถแก้ปัญหากลยุทธ์โคตรเกมรับที่ ซิเมโอเน่ เป็นคนคิดขึ้นมาจนทำให้ทั้ง เชลซี วัตฟอร์ต และแอดมาดริด สามารถสยบหงส์แดงในร่างซูเปอร์ไซย่าลงได้นะครับ!

(เกมนี้เกิดขึ้นระหว่างวัตฟอร์ตกับลิเวอร์พูลในการเจอกันครั้งล่าสุด และมันลงเอ่ยด้วยความพ่ายแพ้)

หวังว่าการกลับมาลงสนามครั้งนี้ คลอปป์จะพาลิเวอร์พูลเปลี่ยนเป็นซูเปอร์ไซย่าขั้นสอง และหวังใจเอาว่าการหยุดยาว 2-3 เดือนครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อต่อฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลมากนัก

จบ – ข่าวหมดแก้วแล้วครับ

นัดเดียวจอด ชงกาแฟ

เลิฟหงส์แดงเสิร์ฟข่าว

รักคนอ่านหมดใจ