ตื่นจากความฝัน

สิงหาคมปี 2017 ก่อนที่จะเปิดฤดูกาลใหม่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่แจ้งกับสโมสรผ่านทางอีเมลว่า “ขอย้ายทีม” หลังจากที่สโมสรปฏิเสธข้อเสนอ 72 ล้านปอนด์จากบาร์เซโลน่า ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งฉีกยิ้มกว้างจรดปากกาต่อสัญญา 5 ปีกับทีมไปเมื่อเดือนมกราคม

ลิเวอร์พูลรับรู้แต่ยังไม่พร้อมจะเสียผู้เล่นที่ดีที่สุดไป ตลาดปิดตัวลง ดีลกับบาร์เซโลน่าไม่เกิดขึ้น ฤดูกาล 2017/18 เริ่มต้นขึ้น คูตินโญ่แจ้งกับสโมสรว่ามีอาการบาดเจ็บที่หลัง แต่เขาเดินทางไปกับทีมชาติบราซิล ทำประตูได้และหลั่งน้ำตาออกมา เนย์มาร์ จูเนียร์ ให้สัมภาษณ์ว่าเพื่อนสนิทของเขากำลังหัวใจสลาย

ลิเวอร์พูลได้คูตินโญ่กลับมาอีกครั้งในเดือนกันยายน มีบางเกมที่เขาได้สวมปลอกแขนกัปตันทีม คูตินโญ่มอบฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งให้สโมสรด้วยการทำไปถึง 12 ประตู 9 แอสซิสต์จาก 20 เกม สโมสรวางแผนจะดึงตัวเฟอร์กิล ฟาน ไดก์มาเล่นด้วยกัน แต่แล้วในวันที่ 30 ธันวาคม คูตินโญ่ได้บอกเพื่อนสนิทของเขาว่า เกมกับเลสเตอร์ ซิตี้คือเกมสุดท้าย เขาจะย้ายไปบาร์เซโลน่า 6 มกราคม 2018 ลิเวอร์พูลยอมแพ้ ปล่อยตัวพ่อมดน้อยไปตามเส้นทางแห่งความฝัน แลกกับค่าตัว 105 ล้านปอนด์ รวมโบนัสแล้วมีมูลค่าสูงถึง 142 ล้านปอนด์ (สุดท้ายก็ได้ไม่ครบ เพราะลงเล่นไม่ถึง 100 เกม)

ผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า เอเนสโต บัลเบร์เด้ คงไม่อยากจะเชื่อว่าเขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในใช้งานคูตินโญ่ ดูว่าเหมือนว่าฟิลิปเป้จะรีบย้ายบ้านจนลืมคู่มือการใช้งานไว้ที่เจอร์เก็น คล็อปป์ ที่ลิเวอร์พูลนั้น เขาสร้างสรรค์เกมได้อย่างอิสระ แต่นั่นไม่ใช่ที่แคว้นคาตาลัน ที่ซึ่งหน้าที่ของผู้เล่นในทีมคือการซัพพอร์ตราชาลีโอเนล เมสซี่ ที่ซึ่งคูตินโญ่ถูกปรับให้ไปยืนริมเส้นฝั่งซ้ายมากกว่าจะเป็นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ตามที่เขาถนัด

บัลเบร์เด้พยายามที่จะปรับการใช้งานคูตินโญ่นานเกือบ 2 ฤดูกาล แต่สถานการณ์มีแต่ดำดิ่ง ทำอย่างไรเขาก็ไม่สามารถเอาชนะใจผู้สนับสนุนทีมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมที่ต้นสังกัดกับอดีตต้นสังกัดของเขาต้องวัดกันในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศ ซึ่งเขาถูกวิจารณ์อย่างหนักกับการไม่สามารถส่งลูกบอลผ่านมืออลิสซอน เบ็คเกอร์ไปได้และแทบหายตัวตลอดทั้งเกม ทำให้บาร์เซโลน่าอดเข้ารอบชิงชนะเลิศที่มาดริด จบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์รายการหลักเพียงหนึ่งรายการ

ปี 2019 คูตินโญ่ออกเดินทางอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการขึ้นขี่หลังเสือ บาเยิร์นมิวนิกจ่ายเงิน 8.5 ล้านยูโรเป็นค่ายืมตัว พร้อมออพชั่นซื้อขาด และจ่ายค่าเหนื่อยเต็ม 240,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ คูตินโญ่เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ นิโก โควัช เขาทำประตูได้ ทำแฮตทริกได้ เข้าขากับเลวานดอฟสกี แต่แล้วเส้นทางก็พังทลายอีกครั้งหลังจากที่เสือใต้เปลี่ยนผู้คุมทีมเป็น ฮันซี่ ฟลิค เขานำระบบเพรสซิ่งเฉพาะตัวมาใช้กับทีม พร้อมกับการการกลับมาของ โธมัส มูลเลอร์, แซร์จ กรานาบี้, และอิวาน เปริซิซ ทำให้คูตินโญ่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของทีมอีกต่อไป ความสามารถในการวิ่งตัดในเข้าไปปั่นประตูยังคงอยู่ เพียงแค่ว่าผู้จัดการทีมต้องการอะไรมากกว่านั้น ที่สุดแล้ว บาเยิร์น มิวนิกตัดสินใจไม่ใช้ออพชั่นซื้อขาดในปี 2020 ในขณะเดียวกัน บาร์เซโลน่าก็ไม่ต้องการใช้งานคูตินโญ่อีกต่อไป เขาจึงเหลือทางเลือกเดียวคือการกลับประเทศอังกฤษ

ลมพัดหวนมาที่ลิเวอร์พูลได้อย่างไร ?

เคีย จูรับเชี่ยน เอเย่นต์(ตัวแสบ)ของคูตินโญ่ได้นำเสนอให้หลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น ท็อตแนมป์, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซนอล, นิวคาสเซิล ชื่อเสียงและฝีเท้าระดับคูตินโญ่นั้นก็อยู่ระดับท็อปของโลก มีหรือที่ใครจะไม่สนใจ แม้กระทั่งลิเวอร์พูลเอง ก็มีข่าวลือว่า คล็อปป์เคยคุยกับไมเคิล เอ็ดเวิร์ดเรื่องการนำตัวพ่อมดน้อยกลับมาใช้งาน

แต่เงื่อนไขของบาร์เซโลน่า (ในตอนเริ่มต้น) คือ สโมสรที่จะยืมตัวต้องจ่ายค่ายืมและค่าเหนื่อยเท่ากันกับที่บาเยิร์น มิวนิคเคยจ่าย

ความเหนียวก็บาเซโลน่าทำให้ทุกสโมสรที่ให้ความสนใจ (รวมถึงลิเวอร์พูล) เบือนหน้าหนี

หลังจากวิกฤติการณ์ระดับโลก บาร์เซโลน่าต้องการจะตัดค่าใช้จ่ายในส่วนของฟิลิปเป้ออก พวกเขาจึงออกโปรโมชั่นใหม่ ให้ยืมตัวได้ ช่วยจ่ายค่าเหนื่อยด้วย และจะซื้อขาดก็ได้ แค่นำผู้เล่นมาแลก แล้วจ่ายเพียง 44.5 ล้านปอนด์ ก็รับคูตินโญ่ไปได้เลย

ยัง ยังไม่สนใจอีก ร้อนถึงเอเย่นต์ต้องออกแรงช่วย ด้วยการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า คูตินโญ่ยังรักและคิดถึงลิเวอร์พูล อยากมาเล่นให้ลิเวอร์พูลเท่านั้น ยอมลดค่าเหนื่อยอีกต่างหาก

ผลกระทบที่จะเกิด หากคล็อปป์ดึงคูตินโญ่กลับมา

เข้าประเด็นสำคัญ การกลับมาของคูตินโญ่สามารถส่งผลลัพธ์ได้ทั้งแง่บวกและแง่ลบ มันเป็นเกมที่จะมีผู้ชนะและผู้แพ้ เราจะไปวิเคราะห์กันว่ามันคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งนี้

ผู้ชนะคนที่หนึ่ง : โรแบร์โต ฟิร์มิโน่

แม้จะยิ้มกว้างอยู่แล้ว แต่บ้อบบี้จะเป็นคนที่ยิ้มกว้างที่สุดหากลิเวอร์พูลดึงคูตินโญ่กลับมา สายสัมพันธ์นอกสนามของเขาสองคนจะส่งผลต่อผลงานในสนามอย่างลึกซึ้ง บ๊อบบี้ผู้ซึ่งเป็นกองหน้าสายซัพพอร์ตพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนเพื่อนสนิทของเขา ต่อให้ทำประตูได้น้อยลงก็ตาม

อันที่จริงเราไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าคูตินโญ่รีเทิร์นจะส่งผลดีต่อฟิร์มิโน่ เพราะว่าเขาเองก็โดดเด่นขึ้นมากนับตั้งแต่ไม่มีคูตินโญ่ (รวมถึงซาล่าห์และมาเน่ด้วย) แต่ถ้าจะพูดเรื่องความแฮปปี้ละก็ ฟิร์มิโน่ยืนหนึ่ง

ผู้ชนะคนที่สอง : ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด

การยืมตัวฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จะกลายเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลในแง่ของการตลาด และเราควรสร้างอนุเสาวรีย์ให้ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดได้เสียที

ลิเวอร์พูลเซ็นเด็กน้อยหัวฟูมากจากอินเตอร์ มิลานในราคาเพียง 8.5 ล้านปอนด์ พัฒนาจนเขากลายเป็นตัวหลัก จากนั้นเราก็สามารถขายเขาได้ราคาสูงสุด 140 ล้านปอนด์ นั่นคือกำไรเลขกลม ๆ 16.7 เท่า หรือ คิด 1670 เปอร์เซ็น! มันทำให้ลิเวอร์พูลได้ อลิซอน เบ็คเกอร์, ฟาบินโญ่ ตามด้วย ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกส์, แชมป์ยูฟ่า, แชมป์สโมสรโลก ทำให้ทีมมีผลประกอบการ 533 ล้านปอนด์ในช่วงปี 2018-2019 อยู่ได้ในช่วงวิกฤติแม้ไม่มีรายรับ และกำลังจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก

และมันจะเป็นอะไรไปหากลิเวอร์พูลจะจ่ายเงิน 8 ล้านยูโรคว้าผู้เล่นที่มีคู่มือใช้งานอยู่แล้ว มีบทเรียนจากการย้ายทีม และมีค่าเหนื่อยที่ไม่แพงจากเดิมมากนัก (150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ก่อนย้ายทีม)

ผู้แพ้ : เคอร์ติส โจนส์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน

แฟนฟุตบอลคงได้ติดตามฟอร์มของเคอร์ติส โจนส์ สเกาเซอร์ดาวรุ่งวัย 19 ปี ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่กลางรุกโดยตำแหน่ง แต่เขาก็มีทักษะและความชื่นชอบในการเล่นเกมรุกเหมือนกับคูตินโญ่ ในช่วงปีที่ผ่านมา การอำลาทีมแบบกระทันหันของบ๊อบบี้ ดันแคน ทำให้อเล็ก อิงเกิ้ลโทรปต้องดันโจนส์ขึ้นไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าฝั่งซ้าย ทำให้เขากลายเป็นดาวซัลโวของทีมชุดเล็ก ไม่นานนักเขาก็ถูกโปรโมทขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และกลายเป็นตัวหลักของคล็อปป์ในชุดลีกคัพ ฤดูกาล 2020/21 นี้ โจนส์จะมีโอกาสได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเต็มตัว ในฐานะทายาทของอดัม ลัลลาน่า

การกลับมาของคูตินโญ่จะเป็นการ “บล๊อก” พัฒนาการของมิดฟิลด์ดาวรุ่งอย่างไม่มีข้อสงสัย ต่อให้เป็นเพียงแค่สัญญาระยะสั้น 1 ปี ก็จะทำให้โจนส์ต้องรอโอกาสต่อไปอีก ฟุตบอลยุคนี้วิ่งเร็วดั่งสัญญาณ 5G โอกาสที่หายไปอาจส่งผลต่ออนาคตเฉกเช่นเดียวกันกับ เบน วู้ดเบิร์น หรือ แฮร์รี่ วิลสันก็เป็นได้

ส่วนแอนดี้ โรเบิร์ตสันนั้น เขาคือแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดของสโมสรในรอบทศวรรษ เขาเล่นเกมรับดีและทำแอสซิสต์ได้มากมาย ปัจจัยหลักคือการประสานงานร่วมกับจอร์จินิโอ ไวนัลจ์ดุมและซาดิโอ มาเน่ พวกเขาเล่นฟุตบอลในจังหวะเดียว ซ้อน-รับ-ซัพ-รุก กันอย่างรู้ใจ แอนดี้ใช้เวลาพอสมควรในปรับตัวให้เข้ากับปรัชญาของคล็อปป์ และมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาและเพื่อนร่วมทีมจะต้องปรับตัวอีกครั้ง เพื่อให้เข้ากับนักฟุตบอลเพียงคนเดียว

ผู้แพ้คนสุดท้าย : ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

น่าประหลาดใจใช่มั้ยครับ ที่จะกล่าวว่าคูตินโญ่จะกลายเป็นผู้แพ้ในเกมนี้

บางทีอาจเป็นการตัดสินที่เร็วเกินไป แต่ลองไปฟังเหตุผลกันก่อน

สาเหตุที่นักฟุตบอลทักษะระดับโลกอย่างคูตินโญ่ไม่ประสบความสำเร็จในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น เกิดจากการที่เขาไม่สามารถเอาความเป็นศูนย์กลางออกจากตัวเองได้ เขาต้องการแอสซิสต์ เขาต้องการทำประตู เขาต้องการพิสูจน์ว่าเขาคือเพลย์เมกเกอร์ระดับโลก แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น มีแต่ทีมระดับฟุตบอลระดับกลางเท่านั้นแหละที่จะใช้นักฟุตบอลหนึ่งคนเป็นศูนย์กลาง เหมือนกับที่ลิเวอร์พูลเคยเป็นมาตลอดและไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้

บาร์เซโลน่ายังคงใช้ลิโอเนล เมสซี่เป็นศูนย์กลางของทีม แต่นั้นคือเมสซี่ ราชาต่างดาว ผู้ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการแอสซิสต์และการทำประตูในระดับปรากฏการณ์ และหน้าที่ของเหล่าบรรดาผู้เล่นระดับโลกทั้งหลายก็มีหน้าที่สนับสนุนศักยภาพของเขาซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันกับประสิทธิภาพของทีม วิธีนี้ทำให้เมสซี่ยังคงเล่นฟุตบอลไปได้อีกหลายปี อัลซูกราน่ายังหาตัวแทนของเขาไม่ได้

เสือใต้บาเยิร์น มิวนิกกลับมา ”ดุ” ดั่งฉายาอีกครั้ง หลังจากที่ฮันซี่ ฟลิคปรับให้ทีมกลับมาเป็นระบบ นั่นมันถึงจุดสิ้นสุดของนักฟุตบอลที่ชอบเป็นศูนย์กลางของทีมอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และเขาจะต้องเจอปัญหาเดิมที่ลิเวอร์พูล

คล็อปป์และปีเตอร์ คราเวียตซ์ “มูฟออน” ทุกครั้งที่ต้องเสียแกนหลักของทีมไป นับตั้งแต่เสียคูตินโญ่ไปถึงเอ็มเร่ จานและไซจ์โก บูวัช อาวุธบางอย่างมันหายไป แต่พวกเขาก็ได้หลอมอาวุธชิ้นใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อทดแทน แต่เป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับทีม

ลูกยิงจากแถวสอง ลูกตัดเข้าใจปั่นด้วยเท้าเข้ามุมเสาสองยังคงเป็นจังหวะที่ตราตรึงในหัวใจของแฟนบอล แต่สิ่งนั้นไม่ใช้อาวุธหลักของลิเวอร์พูลอีกต่อไป การประสานงานด้วยจังหวะที่ดีต่างหากที่คล็อปป์ต้องการ

(ภาพด้านบนนี้อธิบายได้เป็นอย่างดีว่า เดิมที ฟิลลิปเป้ คูตินโย่ ที่มีทักษะโดดเด่นทั้งการจับบอลและการดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับคู่ต่อสู้,Dribble ได้รับการไว้วางใจจากเพื่อนมากแค่ไหน จนทำให้ลิเวอร์พูลมีการขึ้นเกมจากกาปซ้ายมากกว่าตำแหน่งอื่น ทว่ามันก็ถูกทดแทนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยซาดิโอ มาเน่ ที่มีทักษะการ Dribble เอาชนะคู่ต่อสู้เช่นกัน , ไม่แต่เท่านั้นเบอร์ 10 ที่คูตินโย่ใส่ก็ยังถูกแทนที่โดยซาดิโอ มาเน่ อีกด้วย)

มันไม่ใช่แค่เรื่องของการลดค่าเหนื่อย คูตินโญ่อาจต้องทำใจยอมรับในสภาพทีมของทีมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “บ้าน” ที่เขาทอดทิ้งไปได้ถูกรีโนเวทใหม่ทั้งหลัง เขาไม่สามารถเก็บบอลไว้กับตัวแล้วลากไปเททิ้งเทขว้างได้อีกแล้ว

คูตินโญ่จะยอมรับได้มั้ย หากเขาจะโดนเฮนเดอร์สัน, ฟาน ไดก์, หรือแม้กระทั่งมาเน่ต่อว่า หากไม่ยอมจ่ายบอลไปยังที่ว่างให้โรเบิร์ตสัน และเขาจะยอมรับได้มั้ยหากจะต้องนั่งรอโอกาสต่อจากไวนัลจ์ดุม, เกอิตา, อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน

ไม่ใช่ว่าคูตินโย่มีฝีมือด้อยกว่ากองกลางที่กล่าวมาข้างต้นนะ แต่เขาต้องปรับตัวใหม่กับระบบการเล่นของลิเวอร์พูลที่เปลี่ยนไปจนสามารถพิชิตยุโรปแล้ว และนั่นก็ยังไม่นับเรื่องจิตวิทยาที่เขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับการทิ้งทีมไปอีก

สมมติว่า ถ้าเขาคูตินโย่ไม่สามารถปรับตัวกับระบบการเล่นใหม่ได้ และมีดีเพียงแค่การทำประตูจากเสาไกลหรือการปั่นฟรีคิก ก็คงต้องส่งลงมาช่วงที่ทีมต้องการพลิกสถานการณ์ แต่ถ้าคูตินโญ่มีบทบาทเพียงแค่นั้น สู้ต่อสัญญากับแฮรี่ วิลสันจะไม่ประหยัดงบกว่าหรือ ?

สุดท้ายแล้วต้องมีทั้งคนผิดหวังและสมหวังจากการบทสรุปของฟิลลิปเป้ คูตินโย่ ชื่อของพ่อมดน้อยจะยังวนเวียนอยู่กับลิเวอร์พูลบนหน้าสื่อจนกว่าเขาจะได้สโมสรใหม่ ซึ่งจะเป็นลิเวอร์พูลหรือเปล่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า เจอร์เก็น คลอปป์ มองคูตินโย่เป็นสายลมหรือสายน้ำ

เพราะสายลมหวนกลับได้ แต่สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับเลยแม้แต่สายเดียว

END

Jb, นัดเดียวจอด เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน