จิบข่าวหงส์แดง (23 พฤษภา 63)

1.คลอปป์เผย หนึ่งสิ่งที่เขาเทียบเป๊ปไม่ได้

วันหนึ่งเรื่องราวการฉะกันระหว่างโคตรกุนซือทั้งสองคนอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอลาห์ และ เจอร์เก็น คลอปป์ จะกลายเป็นตำนาน

คนหนึ่งเริ่มต้นจากการเป็นกุนซือของสโมสรอันดับหนึ่งลาลีก้าอย่างบาเซโลน่า

ในขณะที่อีกนั้นเริ่มต้นจากการเป็นโค้ชในทีมเล็กๆ อย่างไมนซ์05 จากเมืองเยอรมัน

ทั้งสองคนพบกันครั้งแรกในเมืองเบียร์ ฝ่ายหนึ่งเป็นโค้ชให้กับเสือเหลือง อีกคนเป็นกุนซือให้กับเสือใต้ ลำดับถัดมาพวกเขาย้ายเวทีประลองมาที่เมืองผู้ดี และทำให้สโมสรที่พวกเขาทั้งคู่ประจำกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในแดนอังกฤษ (แทนที่บางทีม) ได้สำเร็จ

จวบกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครฟันธงลงไปตรงๆ ได้ว่า เจอร์เก็นและกวาร์ดิโอลาห์ ใครกันแน่ที่มีฝีไม้ลายมือเหนือกว่ากัน

เป๊ป เขียนประวัติศาสตร์หน้าแรกให้แมนเชสเตอร์ซิตี้

คลอปป์ เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ลิเวอร์พูล

โดยประณีประณอมแล้ว ทั้งสองคนคงมีแง่มุมที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป แต่ในความเห็นของเจอร์เก็น มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เขายอมรับว่า เขาไม่อาจเทียบเคียงกวาร์ดิโอลาห์ได้เลย

“ผมต้องย้อนเล่ากลับไปสมัยเปลี่ยนผ่านที่ไมนซ์ วันหนึ่งผมได้รับคำสั่งให้ย้ายขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมจากการเป็นนักเตะ พับผ่า…แม้แต่เสื้อผ้าที่พวกเขาเตรียมไว้ให้มันไม่พอดีตัวผมสักนิด คุณคงเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่า มันฉุกละหุกขนาดไหน แต่สำหรับผมแล้วมันไม่สำคัญ สิ่งเดียวที่ผมใส่ใจคือเกมการแข่งขัน ผมไม่เคยมานั่งคิดหรอกว่า ผมดูเป็นยังไงในสายตาคนอื่น

“แต่มันเป็นเรื่องที่ไม่เท่เท่าไหร่ เพราะงานของผมเป็นงานที่สาธารณะชนจะต้องรับรู้ ดังนั้นวันที่ผมย้ายเข้าไปทำงานในดอร์ทมุน ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวว่า ‘มันถึงเวลาต้องเปลี่ยนสไตล์สักที’ จากนั้นเรื่อยมาผมก็สวมกางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ้ตเสียส่วนใหญ่ แม้ว่าผมจะไม่รู้สึกมั่นใจเท่าไหร่ก็ตาม

“ผมสำหรับ คนที่แต่งตัวยอดเยี่ยมที่สุดคือเป๊ป กวาร์ดิโอลาห์ เขาไม่เคยสวมเสื้อผ้าของสตาฟเลย แต่ทุกสิ่งที่เขาใส่ มันกลับดูเข้ากับเขาจนหาที่ติไม่ได้ ในขณะที่ผมเหมือนกับไม่ได้เกิดมาเพื่อแต่งตัวหล่อๆ อย่างใครเขา

“การแต่งตัวคือหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนรู้จักคาแรคเตอร์ของคุณ แต่อย่าทำให้มันเป็นเรื่องสำคัญนักนะ … เพราะไม่อย่างนั้น คุณอาจได้รับรางวัลแชมป์ฟุตบอลแต่งตัวยอดเยี่ยมในตอนจบของซีซั่นก็ได้ (หัวเราะ) สำหรับผมแค่ใส่เสื้อผ้าให้มันสบายๆ ก็พอแล้ว”

(การแต่งตัวคือสิ่งที่เจอร์เก็น ยอมแพ้ต่อกวาร์ดิโอล่าห์!)

นักข่าวถามคลอปป์ต่อว่า : คุณพาลิเวอร์พูลไร้พ่ายติดต่อกัน 44 เกมในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้อย่างไร ?

“จะไร้พ่าย 10 เกมติดต่อกัน หรือ ไร้พ่าย 40 เกมติดต่อกัน ในความเห็นของผมมันแทบไม่แตกต่างกันเลย

“สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ คิดในแง่บวกเข้าไว้

“เคล็ดลับสำคัญก็คือ เวลาที่ผมชนะ ผมจะมีความสุข และพอวันถัดมาผมก็ไม่สนใจชัยชนะที่ผ่านไปนั่นแล้ว

“คุณควรสนใจกับเกมถัดไปมากกว่า ผมแพ้นัดชิงติดต่อกัน 6 ครั้ง ถ้าผมยังมัวแต่คิดมากกับความพ่ายแพ้เหล่านั้น ผมคงเริ่มต้นใหม่ในนัดชิงครั้งที่ 7 ไม่ได้ และผมก็พาลิเวอร์พูลไร้พ่าย 44 เกมติดต่อกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผมสนใจกับเกมข้างหน้า ไม่ใช่ 44 เกมที่ผ่านมานั่นแล้ว

“สถิตินั่นถูกหยุดในเกมกับวัตฟอร์ดด้วยความพ่ายแพ้ แต่สิ่งที่อยู่ในใจผมก็คือ เราต่างก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ

“หลังจากความพ่ายแพ้ในวันนั้น ผมตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม และคิดว่าเด็กๆ จะหมดศรัทธาในตัวผมรึเปล่า ? คงไม่ละมั้ง

“ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่ผิดพลาดในวันนั้น มันก็คงเป็นความผิดพลาดจากการสื่อสารของผมเอง แต่ทำไมผมต้องนั่งเศร้ากับตัวเองด้วย สิ่งที่ผมต้องทำคือเดินหน้าต่อและหาวิธีสื่อสารกับเด็กๆ ที่ดีขึ้น เท่านั้น”

2.ทัมใจดีลติโมแวร์เนอร์

เจมมี่ คาราเกอร์ ออกมาเปรยถึงดีล ติโม แวร์เนอร์ ว่า บางทีแฟนบอลลิเวอร์พูลควรทำใจในดีลนี้เอาไว้บ้าง เพราะ

“อันที่จริง ผมเองก็อยากได้นักเตะตัวทำประตูระดับท็อปเข้ามาในทีมนะ แต่ลิเวอร์พูลชุดนี้แพ้เพียงแค่เกมเดียวตลอดซีซั่น เรื่องนี้หมายความว่าอะไร ? มันก็หมายความว่า สิ่งที่พวกเรามีอยู่นั้นมีประสิทธิภาพมากพอ และเราไม่สามารถหาข้อติเตียนนักเตะตัวจริงของลิเวอร์พูลในเวลานี้ได้เลย

“แม้เขาจะเป็นข่าวกับเราอย่างหนัก แต่ตลาดฟุตบอลก็เหมือนตลาดทั่วๆ ไป คือหากเงินไม่ไปแล้ว ของก็จะไม่มีวันมาถึงแน่ ตอนนี้ปัญหาการเงินเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกทีมกำลังเผชิญด้วย…”

บางที…เราอาจไม่ได้เห็นดีลนี้เกิดขึ้นก็ได้

3.เซ็นเตอร์แบ็คที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีก

กอมปานี ตำนานนักเตะจากแมนเชสเตอร์ซิตี้ ออกมาให้ความเห็นว่า เซ็นเตอร์แบ็คที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาในลีกอังกฤษนั้นมีชื่อว่า เวอร์กิล ฟานไดซ์ !

“สำหรับผม เขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คยุค oldschool ผสมกับยุค Modern

“ผมหลงใหลต่อสไตล์การเล่นที่ว่านั่น และเหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือ ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ในตัวเองอยู่แล้ว มันไม่ง่ายหรอกครับ ถ้าจะมีนักเตะสักคนสามารถสร้างผลกระทบต่อสโมสรที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้วได้

“แต่ฟานไดซ์ก็ทำมัน เขาสร้างอิมแพคให้กับลิเวอร์พูลจริงๆ

“ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ คือเหตุผลที่ทำให้ผมเลือกเขาว่าเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่ยอดเยี่ยมที่สุดในพรีเมียร์ลีก”

END – ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ กาแฟหมดประโยคกันหรือยัง ?

นัดเดียวจอด เขียน

เลิฟหงส์แดง รายงาน

รักคนอ่าน หมดใจ