วิเคราะห์ทิศทางตลาด-หงส์แดง

เคยมีผู้วิเคราะห์ว่า ช่วงเวลาที่ เจอร์เก็น คลอปป์ ควบลิเวอร์เบิร์ดทะยานฟ้าผงาดเหนือดินแดนยุโรปเก็บแชมป์ยูฟ่าใบที่หกเข้าสู่ทำเนียบแชมป์ของหงส์แดงได้สำเร็จ ช่วงเวลาดังกล่าวคือจังหวะเวลาที่ดีที่สุดที่ลิเวอร์พูลจะคว้าสตาร์ดังเข้าร่วมทีม

แต่คลอปป์เหมือนอาจารย์เซ็น เขามักจะทำอะไรอยู่เหนือความเข้าใจของคนทั่วไปเสมอ

ตลาดหลังจากการแชมป์ในครั้งนั้นเจอร์เก็นซื้อเพียงดาวรุ่งเข้าร่วมทีม แทนที่จะเป็นสตาร์ดัง!

ทำไมคลอปป์จึงไม่ซื้อสตาร์ดังเข้าสู่สโมสรในช่วงเวลาที่ควรซื้อ ?

เจอร์เก็น ให้เหตุผลในการซื้อขายรอบนั้นเอาไว้ว่า เขามีนักเตะใหม่ๆ มากมาย ทั้ง บริวสเตอร์ วิลสัน และยังไม่นับนักเตะที่หายจากอาการบาดเจ็บอย่าง ออคเหลดเชมเบอร์เลน และ อดัม ลัลลานา อีก

“การกลับมาลงสนามได้ของทั้งสองคน ทำให้ผมเหมือนกับได้นักเตะใหม่เข้าทีม” เจอร์เก็น กล่าว

จริงอยู่ที่เขาได้นักเตะที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมา จนคล้ายกับการเพิ่มความสดใหม่ให้แก่ทีม

แต่การเพิ่ม “ความสดใหม่” กับ “การซื้อสตาร์ดัง” เข้าทีมเป็นคนละเรื่องกัน

นักเตะราคา 45 ล้านปอนด์เพิ่มความสดใหม่ได้ แต่นักเตะราคา 60-75 นั้นเป็นอะไรที่แตกต่างมากกว่า

แตกต่าง…อย่างไร ?

นักเตะราคา 60-75 ล้านนั้นพิเศษกว่าตรงที่ คลอปป์ ไม่สนใจสักนิดว่าพวกเขาเหล่านั้นจะสร้างความสดใหม่ให้กับทีมได้หรือไม่ สิ่งเดียวที่คลอปป์สนใจก็คือ พวกเขาต้อง “ตอบโจทย์” ในเรื่องที่ คลอปป์ ต้องการเท่านั้น

ปีเตอร์ คราเวียซ์ เคยเปิดเผยกับ TheAthletic เอาไว้ว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ดีลของ เวอร์กิล ฟานไดซ์ ทะยานขึ้นไปสูงถึง 75 ล้านปอนด์ได้นั้น เป็นเพราะ “พวกผมไม่มีแผนสำรอง ถ้าหากไม่สามารถคว้าตัวฟานไดซ์เข้าทีมได้ เขาคือเซ็นเตอร์แบ็คเพียงคนเดียวที่พวกเราต้องการในตลาด ณ เวลานั้น”

ดังนั้นเฮนรี่ (เจ้าของสโมสร) จึงต้องเกาหัวแกรกๆ ขณะควักเงินออกจากกระเป๋าเพื่อจ่ายในสิ่งที่คลอปป์ร้องขอ

“ขอโทษนะครับ นี่ไม่ใช่วินนิงหรือเพลย์สเตชั่น” ปีเตอร์ คราเวียร์ เริ่มต้น “เราไม่สามารถปรับระดับความเก่งของนักเตะตามต้องการ หรือขอดูค่าพลังของนักเตะก่อนจะเลือกซื้อได้ ตลาดซื้อขายบนโลกจริง มันขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของคุณ กับราคาของนักเตะที่ตลาดตั้ง

“อันที่จริง เจอร์เก็น สามารถหาซื้อเซ็นเตอร์แบ็คราคา 40 ล้านได้สบายๆ แต่ศักยภาพของพวกเขาไม่แตกต่างอะไรจาก เซ็นเตอร์แบ็คที่เรามีอยู่ เจอร์เก็นต้องการใครสักคนที่จะเข้ามายกระดับศักยภาพของทีม (Lift up our performances) ถ้าเขาไม่เจอนักเตะคนนั้น แม้แต่สตางค์เดียวเขาก็จะไม่จ่ายมันออกไป! ขอโทษนะครับ พวกผมไม่มีแผนสำรองสำหรับดีลของฟานไดซ์ ถ้าเราไม่สามารถคว้าตัวเขามาได้ ปีนั้นเราก็จะไม่ได้เห็นเซ็นเตอร์แบ็คคนไหนเข้าทีมมาอีก”

บางทีมันอาจไม่ขึ้นอยู่กับว่า นักเตะคนนั้นเป็นสตาร์ดังหรือใคร

แต่มันขึ้นอยู่ที่ นักเตะเหล่านั้นสามารถให้ในสิ่งที่คลอปป์ต้องการได้หรือเปล่า ?

ฟานไดซ์ (75 ล้านปอนด์) ทำให้แนวรับของลิเวอร์พูลถูกยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด

อลีสซง เบคเกอร์ (66 ล้านปอนด์) กลบปัญหาเรื้อรังของผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลที่เกิดขึ้นมาแรมปี

(ผู้เขียนแอบมีความเห็นว่า ในกรณีนักเตะที่ “ตอบโจทย์” นี้ “นาบี เกอิต้า” เองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ราคา 52 ล้านปอนด์ของยอดแข้งจากกินี ไม่อาจนับเป็นราคาที่น้อยได้ นั่นยังไม่นับว่ามันเป็นการซื้อขายโดยต้องอดทนรอเวลาร่วม 1 ซีซั่นกว่าที่นักเตะจะย้ายมา ในขณะที่การเซ็นสัญญานั้นเกิดขึ้นไปก่อนแล้ว คลอปป์เองต้องหวังอะไรบางอย่างในตัวของเกอิต้ากับเกมรุกหงส์แดงแน่ เพียงแต่ว่าปัจจุบัน นาบี ยังติดปัญหาเรื่องการปรับตัวอยู่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการใช้ภาษาที่เป็นกำแพงขนาดมหึมา)

สุดท้ายแล้ว คลอปป์ จะซื้อสตาร์ดังเข้ามาสู่ทีมไหม ?

เอ็มบัปเป้ ดิบาล่า เควิน เดอบรอย เอ็นโกโล่ กองเต้ นักเตะเหล่านี้จะมีโอกาสสวมเสื้อที่มีลิเวอร์เบิร์ดปักอยู่กลางอกหรือเปล่า ?

คำตอบคือ…เป็นไปได้  เจอร์เก็น ให้สัมภาษณ์เอาไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนเมื่อถูกถามถึง ความเป็นไปได้ในการดึงตัว ซานโซ่และเอ็มบัปเป้เข้าทีมว่า

“สำหรับผมไม่มีสโมสรใดในโลกจะคว้าตัวเอ้มบัปเป้จาก PSG ได้ ลิเวอร์พูลเองก็เป็นหนึ่งในสโมสรนั้น ส่วนเรื่องของชานโซ่ ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ถ้าเราจะมีข่าวกับเด็กคนนี้ แต่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะผมและทีมซื้อขายไม่เคยพูดถึงเรื่องของเขาเลย แม้แต่นิดเดียว

“ผมมีความสุขกับนักเตะชุดนี้ของผมแล้ว แต่ใช่ว่าผมจะปิดประตูทุกบานลงนะ ถ้าโอกาสมาถึง และปัจจัยต่างๆ พร้อม ผมจะทำให้ดีที่สุด”

ปัจจัยต่างๆ พร้อม – หลายคนอาจคิดว่าประโยคทิ้งท้ายของคลอปป์ อาจหมายถึงเรื่องค่าฉีกสัญญาของนักเตะที่สูงเกินจะจ่ายไหว แต่ความจริงก็คือ เศรษฐกิจที่กำลังซบเซา + การเก็บหอมรอมริบของคลอปป์ตลอดการเปิดตลาดทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีเงินถุงเงินถัง มีศักยภาพพอจะซื้อนักเตะแพงๆ เข้าสู่ทีมได้สบายๆ

ปัจจัยต่างๆ พร้อม – ที่คลอปป์พูดน่าจะหมายถึง ปัจจัยภายในของลิเวอร์พูลมากกว่าหากคลอปป์มีปัญหาที่แก้ไม่ตก แต่สตาร์ดังคนนั้นเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ ปัจจัยนี้จะผลักให้คลอปป์ยอมจ่ายไม่ว่าแพ้งแค่ไหนเพื่อดึงสตาร์ดังคนนัน้เข้าสู่ทีม เหมือนคำสัมภาษณ์ของคราเวียรซ์ที่พูดว่า “ถ้าเราไม่สามารถคว้าตัวฟานไดซ์ได้ ปีนั้นก็จะไม่มีเซ็นเตอร์แบ็คคคนอื่นเข้ามาร่วมทีม”

แต่ลิเวอร์พูลในเวลานี้ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบในทุกมิติแล้ว ยังจะต้องการใครมาแก้ปัญหาอีก ?

อย่าลืมนะครับว่า นับแต่ซิเมโอเน่สามารถหยุดลิเวอร์พูลจากความอหังการด้วยฟุตบอลสไตล์โคตรเกมรับได้ วัตฟอร์ดก็เป็นอีกทีมที่ใช้สูตรสำเร็จเดียวกันนั้น ลิเวอร์พูลในเวลานี้ไม่มีนักเตะที่สามารถหวังผลจากการเสาไกลหรือลูกฟรีคิกได้เลย

ถ้าพรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งขันอีกครั้ง แล้วหงส์แดงยังเผชิญหน้ากับปัญหานี้อยู่ บางทีคลอปป์อาจต้องยอมจ่ายเพื่อซื้อนักเตะที่แก้ปัญหานั้น และที่เห็นอยู่ในเวลานี้ก็หนีไม่พ้น เควิน เดอบรอย ไปได้

หรือไม่…เราก็อาจได้เห็นการกลับมาของคนที่กำลังตกอยู่ในโลกแห่งความฝัน (ร้าย) บางคน

ก็เป็นได้

END

นัดเดียวจอด เขียน+วิเคราะห์+มโน

เลิฟหงส์แดง รายงาน