ปิดฉากจารกรรมโคตรเพชร !

เจอร์เก็น คล็อปป์กล่าวว่าเขา “ช็อก” เมื่อรู้ว่าลิเวอร์พูลที่อยู่ในช่วงฟอร์มตก ได้คว้านักฟุตบอลที่อนาคตไกลที่สุดคนหนึ่งเข้าทีมเรียบร้อยแล้วนั่นคือโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และถึงแม้ว่าฟอร์มของเขา รวมถึงลูคัส เลว่า และ อดัม ลัลลาน่า ในช่วงนั้นไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลเท่าไรนัก แต่ไอเดียของคล็อปป์นั้นต่างออกไป เขารีดเค้นศักยภาพจนได้อาวุธล้ำค่าที่พาลิเวอร์พูลไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศรายการยูโรป้าลีกและลีกคัพ นับเป็นการเข้าชิงบอลถ้วยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2012 (การลาออกครั้งสุดท้ายของคิงเคนนี่) และเป็นการเข้าชิงถึง 2 รายการครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 (ปาฏิหาริย์แห่งอิสตัสบูล)

ใครจะไปคิดว่าความผิดหวังครั้งนั้นจะกลายจุดสิ้นสุดของยุคสมัยราชาไร้บังลังก์ พวกเขาได้เปลี่ยนโชคชะตาของลิเวอร์พูลและพรีเมียร์ลีกแบบซุ่มเงียบจนคู่แข่งไม่ทันระวังตัว ทว่า ผลงานในสนามที่ก้าวกระโดดจนน่าตกใจนั้นไม่ได้เกิดจากการโละผู้เล่นยกทีมในคราวเดียว หากแต่เกิดจากการวางรากฐานและทยอยสะสมนักฟุตบอล “ที่เข้าระบบ” เข้าทีม

เมื่อคล็อปป์มา บารมีก็ปรากฏ แสงที่ออกจากหลวงปู่คล็อปป์สว่างจ้าจนลิเวอร์พูลกลายเป็นสโมสรระดับแม่เหล็กอีกครา พวกเขาไล่สอยเป้าหมายตัดหน้าคู่แข่งทีละคน

ไปติดตามเบื้องหลังการจารกรรมสุดมันกันเลย

 

จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม (25 ล้านปอนด์ จากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด – 2016)

คู่แข่ง – เอฟเวอร์ตัน

มิถุนายน 2015 ไมค์ แอชลี่ย์ เจ้าของสุดตืดของสโมสรนิวคาสเซิลสร้างความฮือฮาให้แฟนบอล คว้าจอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม กัปตันทีมผู้พาสโมรพีเอสวีไอน์โฮเฟนคว้าแชมป์ลีกฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ ด้วยเงินถึง 14.5 ล้านปอนด์ แพงที่สุดตั้งแต่เทคโอเวอร์สโมสรมา

ไม่นานนักเขาก็แนะนำตัวเองกับเจอร์เก็น คล็อปป์ด้วยการป่วนจนมาร์ติน สเกอร์เทลทำเข้าประตูตัวเอง และทำประตูปิดท้ายเอาชนะลิเวอร์พูลที่เซนต์ เจมส์พาร์ค เขาจบฤดูกาลแรกและฤดูกาลเดียวกับนิวคาสเซิลด้วยการเป็นดาวซัลโวทีม (ในตำแหน่งกลางรุก) ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายทีม เหตุเพราะนิวคาสเซิลตกชั้น ท่ามกลางความสนใจจากท็อตแนมป์, เอฟเวอร์ตัน, และลิเวอร์พูล

ตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในเวลานั้นคือการย้ายไปร่วมงานกับเมาริซิโอ ปอเช็ตติโนที่กำลังมือขึ้น แต่ราคา 25 ล้านปอนด์นั้นแพงเกินค่าประเมิน ปอเช็ตติโนหันไปคว้าจอร์จส์-เควิน เอ็นคูดู ที่มีราคาเพียง 11 ล้านปอนด์ และเป็นเอฟเวอร์ตันที่ดูจะจริงจังกับ “จินี่” ที่สุด แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องถามเลย ว่าเมื่อเจอร์เก็น คล็อปป์ติดต่อไป นักเตะจะเลือกใคร

“ผมกำลังรอดูว่าเอฟเวอร์ตันสนใจอะไรในตัวผม แต่ความสนใจจากลิเวอร์พูลมันให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่กว่า ในการสนทนากัน เจอร์เก็นทำให้ผมรู้สึกดีมาก ผมตัดสินใจได้ทันที” จินี่เล่าถึงความรู้สึกตอนที่โดนคล็อปป์ตก

“เขาเป็นโค้ชที่โคตรเจ๋ง เขาแสดงให้ (ทุกคน) เห็นว่าทำอะไรไปบ้างที่ดอร์ทมุนด์ ซึ่งมันทำให้ผมตัวลอยตอนที่ได้รู้ว่าเป็นที่ต้องการ ทันทีที่คุยกันจบ ผมก็ตัดสินใจได้ทันที มันเป็นความรู้สึกว่าอยากจะร่วมทีมลิเวอร์พูล สโมสรใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี แต่ความรู้สึกมันต้อง “ใช่เลย” ด้วย

“เขาสร้างความมั่นใจให้ผม บอกผมว่าชอบวิธีเล่นฟุตบอลของผม และอยากจะได้ตัวผมไปร่วมทีม”

ในช่วงแรก แม้จะตื่นเต้น แต่แฟนบอลลิเวอร์พูลก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าลิเวอร์พูลจะเสริมกลางรุกเข้าทีมมาทับตำแหน่งกับคูตินโญ่ทำไม ในขณะที่แฟนบอลนิวคาสเซิลก็เตือนว่า จินี่นั้นคือเทพในบ้าน แต่เป็นดั่งสายลม ไร้ตัวตนในเกมเยือน

ไอเดียของคล็อปป์ที่มีต่อจินี่นั้นแตกต่าง มันดูเหมือนว่าเขาจะเอาแต่ใจที่จับกลางรุกไปเล่น box2box แต่จินี่ก็ไม่ข้องใจและมันชัดเจนว่า คล็อปป์สร้างชีวิตใหม่ให้กับเขา

“ผมเคยเล่นแต่เกมรุกเท่านั้นในอดีต แต่ตอนเล่นฟุตบอล (2014) ให้กับฟานกัล ผมได้รับบทบาทตัวคุมเกมในแดนกลาง  ซึ่งมันไปได้ค่อนข้างสวย แต่ผมก็ไม่ได้เล่นแบบนั้นอีกเลย ไม่ว่าที่พีเอสวีหรือนิวคาสเซิล”

“ตอนที่ผมคุยกับคล็อปป์ เขามองผมเป็นตัวรับมากกว่า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องการความครบเครื่อง มันไม่ง่ายเลยครับ สำหรับคนที่เล่นเกมรุกมาตลอด แต่มันช่วยให้ผมพัฒนาไปอีกขั้น ผมกลายเป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบกว่าตอนที่ย้ายมาเสียอีก”

ไวจ์นาลดุมใช้เวลาถึง 2 ปีในการปรับตัวกับลิเวอร์พูล เขาเคยเกือบขอย้ายทีมหลังจากที่รู้ว่าทีมเซ็นสัญญากับฟาบินโญ่และเกอิต้า แต่คำยืนยันจากคล็อปป์ว่าจินี่คือฟันเฟืองสำคัญในทีมของเขาไม่ใช่เรื่องโป้ปด จินี่ในตำแหน่ง pivot midfield ร่วมกับจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ช่วยให้ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะบาร์เซโลน่า และเคล็ดวิชาจากคล็อปป์ก็ช่วยส่งให้จินี่เป็นคีย์แมนในทีมชาติเนเธอร์แลนด์ยุคใหม่ด้วย

ทว่าจอร์จินิโอ ไวนาลจ์ดุมคือผู้เล่นใน 11 ตัวจริงเพียงคนเดียวที่สัญญาจะหมดในปี 2021 และยังคุยกันไม่ลงตัว ซึ่งคล็อปป์ก็พร้อมจะเสียฟรีหากจินี่เลือกไม่ต่อสัญญา เพื่อให้เขาอยู่กับลิเวอร์พูลให้นานที่สุด

นาบี เกอิต้า (52.75 ล้านปอนด์ จากอาเบ ไลป์ซิก – 2018)

คู่แข่ง – ซิตี้, ยูไนเต็ด, เชลซี, ท็อตแนมป์

เมื่อมีการตั้งกระทู้คำถามถึงผู้เล่นที่ลิเวอร์พูลควรปล่อยตัว นาบี เกอิตามักติดอยู่ในลิสต์นั้น แม้แต่สำนักข่าวที่ใกล้ชิดสโมสรอย่าง Liverpool Echo ก็ยังไม่ซื้อไอเดียว่า นาบีจะไปได้ไกลกว่านี้

ทั้ง ๆ ที่ย้อนหลังไปแค่ 3 ปี มิดฟิลด์ร่างเล็กทีมชาติกานาของสโมสรอาร์เบ ไลป์ซิกนั้น “ตัวหอมฟุ้ง” ที่สุดคนหนึ่งในยุโรป ได้รับการยกย่องว่าเป็น “อินิเอสต้าคนต่อไป” ทักษะการคุมแดนกลางและการจ่ายบอลแบบ 360 องศาของเขามันมหัศจรรย์เกินกว่าที่จะเป็นผู้เล่นของอาร์เบ ไลป์ซิกต่อไป

เกอิตาในวัย 22 ปี (2017) เคยกล่าวไว้ว่า “ผมหวังว่า ผมจะยกระดับตัวเองในอีกสองหรือสามปีข้างหน้า และจะสามารถเล่นให้สโมสรที่ใหญ่มาก ๆ ได้สักสโมสร อาจจะเป็นบาร์เซโลน่า รวมถึง เรอัล มาดริดหรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้” เกอิต้ากล่าวโดยไม่มีลิเวอร์พูลอยู่ในสมองเลย เพราะโตขึ้นมากับความยิ่งใหญ่ของบาร์เซโลน่า

นาบีเป็นคีย์แมนที่ช่วยให้ไลป์ซิกโผล่ขึ้นไปเบียดลุ้นแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิกทั้ง ๆ ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบุนเดสลีกา เขาคือตัวปั้นที่ช่วยให้ติโม แวร์เนอร์ก้าวขึ้นไปเป็นดาวซัลโซของลีกในปี 2017 แต่เหตุผลสำคัญที่เกอิตาโดนติดแท็ก “ของมันต้องมี” ก็คือทักษะรอบด้านในตัว เขาผลิตแอสซิสต์ เลี้ยงบอลทะลุทะลวง และดักบอลเก่งด้วย

ไม่ใช่แค่บาเยิร์นมิวนิกที่จ้องตาเป็นมัน เชลซีถึงขั้นวางเกอิต้าไว้เป็นทายาทของ เอ็นโกโล ก็องเต้, เป็ป กวาร์ดิโอล่าก็มองว่าเกอิต้าจะเกิดในระบบของเขา, รวมไปถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและท็อตแนมป์ที่ต้องการมิดฟิลด์คนนี้ แน่นอนว่าลิเวอร์พูลคือหนึ่งในนั้น ปัญหาก็คือ ไลป์ซิกไม่ต้องการปล่อยนักฟุตบอลแม้แต่คนเดียวในซัมเมอร์ปี 2017 แต่จุดยืนนั้นกลับกลายเป็นโอกาสของไมเคิล เอ็ดเวิร์ด

ราล์ฟ รังนิก ผอ.กีฬาของไลป์ซิกปัดทุกข้อเสนอทิ้งหลังจบฤดูกาลที่ได้รองแชมป์ลีก เขายืนยันว่าอนาคตของเกอิต้าคือไลป์ซิกเท่านั้น นั่นเป็นเพราะว่าสโมสรต้องการขุมกำลังในการไปลุยฟุตบอลยุโรป และนักฟุตบอลของเขาทุกคนก็ยังไม่พร้อมจะย้ายทีม “ผมยินดีที่จะได้พูดคุยกับทุกคนที่ติดต่อมา แต่ไม่ใช่เรื่องซื้อขายนะ ถ้าหากพวกเขาอยากมาทานข้าวด้วยน่ะ” ที่สุดแล้วก็ไม่มีใครเปลี่ยนจุดยืนของรังนิกได้ ยกเว้นไมเคิล เอ็ดเวิร์ด

28 สิงหาคม 2017 ก่อนตลาดจะปิดเพียง 3 วัน ลิเวอร์พูลประกาศเซ็นสัญญา “ล่วงหน้า” กับนาบี เกอิตา พวกเขายอมจ่ายเงินมัดจำ (ไม่เปิดเผยตัวเลข) เพื่อซื้อความสบายใจให้ไลป์ซิกได้ใช้ผู้เล่นอีกหนึ่งฤดูกาลตามที่ตั้งใจไว้ ในขณะที่ลิเวอร์พูลได้การันตีสัญญาโดยไม่ต้องลุ้นกับใครอีก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะคิดถูก เพราะหลังจากนั้นได้ 4 เดือน ฟิลิปเป คูตินโญ่ก็ขอย้ายทีม และไม่ต้องแปลกใจเลยหากค่าตัวของนาบีจะพุ่งไปกว่า 60 ล้านปอนด์หากลิเวอร์พูลไม่ได้สัญญาล่วงหน้า

มีการเปิดเผยว่า บาร์เซโลน่าก็ติดต่อหาไลป์ซิกเพื่อเกทับค่าตัว แต่ได้รับคำตอบกลับไปว่า “ขออภัยด้วยครับ เราตกลงกับลิเวอร์พูลไปแล้ว”

ส่วนปัญหาสำคัญของนาบีที่ลิเวอร์พูลนั้นมีอยู่ 3 สาเหตุใหญ่ ๆ 1. อาการบาดเจ็บ 2. ภาษา และ 3.พัฒนาการของจินี่และเฮนเดอร์สัน ทั้งหมดนี้ทำให้นาบีไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคล็อปป์ยังหวังว่าเขาจะพักรักษาตัวจนสลัดอาการบาดเจ็บทิ้ง และสามารถกลับมาโชว์ฟอร์มเจิดจรัสดั่งในเกมกับเวสต์แฮมและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน (35 ล้านปอนด์ จากอาร์เซนอล – 2017)

คู่แข่ง – อาร์เซนอล, เชลซี

นี่คือหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่คล้ายจะเป็นคำประกาศจากสโมสรลิเวอร์พูลว่า “ต่อจากนี้ ผมไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป ผมคือผู้ล่า”

หลังจบฤดูกาล 2017 เจอร์เก็น คล็อปป์สามารถพาลิเวอร์พูลกลับไปเล่นชิงถ้วยหูโตได้อีกครั้ง เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทำให้พวกเขาต้องการปรับปรุงคุณภาพเชิงลึกของทีม เริ่มต้นด้วยการคว้าปีกตัวจี๊ดอย่างโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ต่อมาก็เสริมการแข่งขันแบ็กซ้ายด้วยแอนดี้ โรเบิร์ตสัน แต่ความล้มเหลวในการเซ็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งอย่างเฟอร์กิล ฟาน ไดก์ก็ทำให้คล็อปป์หมดอารมณ์จะหาเซ็นเตอร์แบ็กคนใหม่ พวกเขาจึงตั้งใจจะเอางบที่เหลือไปลงทุนกับ โธมัส เลอร์มา ของสโมสรโมนาโก (เพราะมีสัญญาณบ่งบอกว่า คูตินโญ่จะอำลาทีมในอีกไม่ช้า)

เหมือนรักสามเส้า นอกจากเลอมาร์แล้ว ลิเวอร์พูลก็ตกเป็นข่าวแย่งตัวอเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลนกับเชลซีด้วย ซึ่งอันโตนิโอ คอนเต้ เฮดโค้ชเชลซีก็เริ่มกังวลว่าอาจเสียท่า พวกเขาเสนอค่าตัว 35 ล้านปอนด์ให้เชลซีก่อน และทุ่มค่าเหนื่อยถึง 150,000 ปอนด์ให้ผู้เล่น ท่ามกลางข่าวที่ว่า ลิเวอร์พูลเน้นเลอร์มามากกว่า

ทีมซื้อขายของเจ้าสิงโตคงเคืองคู่แข่งจากลอนดอนไม่น้อย เพราะอาเซน เวอเกอร์นั้นกลับมาบิดราคาสู้กับลิเวอร์พูล จนแอตเลติโก มาดริดปั่นราคาของเลอมาร์ขึ้นไปสูงถึง 90 ล้านปอนด์ ในขณะนั้นเหลือเวลาไม่นานตลาดซื้อขายจะปิดทำการแล้ว คล็อปป์จึงสั่งโชเฟอร์เบรกหัวทิ่ม และหักพวงมาลัยกลับทิศทางไปยังลอนดอนแทน พวกเขาต่อสายตรงถึงอาร์เซนอล ขอซื้อตัวแชมเบอร์เลน 35 ล้านปอนด์ เสนอค่าเหนื่อยที่น้อยกว่า แต่การันตีว่า จะไม่ต้องเล่นแบ็กขวา

เจ้าอ๊อกผู้ซึ่งให้ความสำคัญกับฟุตบอลมากกว่าเงิน จึงตอบรับคำเชิญจากเจอร์เก็น คล็อปป์อย่างรวดเร็ว แม้ว่าหลังจากนั้นจะโดนแฟนบอลแซะว่า “ไม่อยากเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก” แต่ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจไม่ผิดนะ

ตอนจบพบกับเรื่องราวการจารกรรม 2 นักฟุตบอลผู้ปฏิวัติแนวรับลิเวอร์พูล ฟาน ไดก์ และ อลิสซอน เบ็คเกอร์

END