จิบข่าวหงส์แดง (15 พฤษภา 63)

1.ข้อความจากเคนนีถึงว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก

เซอร์ เคนนี ดัลกลิช ชูถ้วยแชมป์ลีกดิวิชั่นหนึ่งกับลิเวอร์พูลทั้งสิ้น 8 ครั้ง น่าเสียดายที่มันไม่ใช่แชมป์พรีเมียร์ลีกเลย

แม้ในกาลต่อมา เคนนี จะสามารถพิชิตพรีเมียร์ลีกสร้างเทพนิยายกับแบล็คเบิร์นโรเวอร์ ทว่าในการกลับมาคุมลิเวอร์พูลอีกครั้งช่วงปี 2011-12 เขาก็ทำได้เพียงแค่พาลิเวอร์พูลสัมผัสแชมป์ลีกคัพเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ตลอดชีวิตการทำงานบนวงการลูกหนัง นับแต่สมัยเป็นนักเตะให้เซลติกจนกระทั่งการเป็นกุนซือครั้งสุดท้ายให้กับลิเวอร์พูล คิงเคนนี คว้าแชมป์มาแล้ว 42 ครั้ง (โดยนับทุกรายการ)

ตำนานหมายเลข 7 ของลิเวอร์พูล น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนบนโลกที่รู้ว่า ปัจจัยสำคัญในการพาทีมสู่ความสำเร็จคืออะไร

เขาเปรยออกมาเมื่อกล่าวถึง เจอร์เก็น คลอปป์ ในวันที่กุนซือเฮวี่เมทัลกำลังจะทำลายคำสาปสามสิบปีสำเร็จเอาไว้ว่า

“ผมรู้ดีนะว่า มิลเนอร์และเฮนเดอร์สันจะมีเสียงดังแค่ไหนภายในห้องแต่งตัว แต่ทุกคนจะยังยอมรับมันมันอยู่ดี ห้องแต่งตัวนั้นสำคัญเสมอ ถ้าคุณมีห้องแต่งตัวที่ดี มันจะทำให้คุณมีโอกาสคว้าแชมป์ ผมมองดูพวกเขาและคิดว่าเจอร์เก็นมีห้องแต่งตัวที่ดีที่สุดห้องหนึ่ง”

เคนนี ดัลกลิชกล่าวทิ้งท้ายต่อว่า

“พวกเขาทิ้งห่างอันดับสองได้ 25 แต้ม ในมุมมองของผม มันไม่มีทางที่พวกเขาจะพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้  พวกเขาคู่ควรกับสิ่งที่กำลังจะได้รับ โดยเฉพาะกับ เจอร์เก็น คลอปป์ แม้เขาจะทำมันสำเร็จอย่างมหัศจรรย์ แต่เขาไม่มีความหยิ่งทะนง แสดงออกมาให้เห็นเลย”

แม้ เคนนี ดัลกลิช จะไม่สามารถพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

ทว่าฟ้ายังเขียนบทให้ตลกร้ายได้เสมอ

ขมแต่ขำที่เขายังมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของลิเวอร์พูลอยู่ดี

เพราะอะไรน่ะหรือ

ก็นักเตะที่จะสัมผัสถ้วยพรีเมียร์ลีกเป็นคนแรกของสโมสรดันเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่จากยุคสมัยของเขา, หรือชายที่ชื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ! ยังไงล่ะ

2.เหตุผลที่โอเว่นแจ้งเกิดกับแมนยูไนเต็ดไม่ได้

ไมเคิล โอเว่น แม้จะย้ายไปร่วมทัพกับแมนยูไนเต็ดก็จริง  แต่ได้รับโอกาสลงเล่นน้อยมาก จากอาการบาดเจ็บที่รบกวนเขาอยู่บ่อยๆ

อย่างไรก็ดี โอเว่น เปิดเผยกับ BBC Podcast ว่า เซอร์อเล็กเคยพูดเรื่องนี้กับเขา และโทษว่าทั้งหมดมันคือความผิดของ ลิเวอร์พูล

“เซอร์อเล็ก พูดกับผมว่า ผมได้ใช้ความสดใหม่ไปกับลิเวอร์พูลหมดแล้ว  เขาเชื่อว่าผมลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลในช่วงเปิดฤดูกาล พอฤดูร้อนมาถึง ผมก็ต้องเล่นให้กับทีมชาติอีก สลับไปมาแบบนี้ แต่สำหรับผมแล้ว … ที่แมนยูไนเต็ดมีนักเตะเก่งๆ มากมาย พวกเขามีทั้ง ไรอันกิ๊ก หรือนักเตะประเภทเดียวกับกิ๊กมากมาย ในขณะที่ลิเวอร์พูลเราไม่มีนักเตะที่เต็มไปด้วยศักยภาพมากขนาดนั้น ดังนั้นผมก็เลยคิดว่า ลิเวอร์พูลต้องการตัวผมมากกว่าที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องการ”

3.เหตุการณ์ประชุม 20 กุนซือพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกจะกลับมาแข่งแล้ว – ครั้งแรกที่ได้ยินประโยคนี้ หางตาก็พลันเห็นภาพจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซอยเท้าชูถ้วยพรีเมียร์ลีกพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม

พรีเมียร์ลีกจะกลับมาแข่งแล้ว – อันที่จริงมันน่ากลัวไม่น้อย เมื่อสนามฟุตบอลที่พวกเขากำลังจะลงแข่งอยู่ในประเทศที่มีผู้ป่วยสูงเป็นอันดับสองของโลก คนที่ต้องเข้าไปเสี่ยงกับการกลับมาแข่งขันจะรู้สึกกับเรื่องนี้อย่างไรกันบ้างนะ ? คำถามลอยอวลในหัวผมอยู่ได้สักพัก พลันเห็นข่าวบนหน้าฟีดที่เลื่อนผ่านว่า พุธที่ผ่านมามีการประชุมของผู้จัดการทีมทั้ง 20 คนในพรีเมียร์ลีก

และนี่คือความเห็นของผู้จัดการทีม (บางส่วน) เหล่านั้นครับ

โฆเซ่ มูรินโย่ คือเรือธงในการประชุมครั้งนี้ เขาประกาศกร้าวในที่ประชุมว่า “ถ้าคุณไม่อยากลงเล่น ก็เปิดทีวีแล้วดูบุนเดสลีก้าเตะที่บ้านก็ได้นะ”

อย่างไรก็ดี ต่อมามีสื่อหลายสำนักพาดหัวว่า มูรินโย่ เป็นหนึ่งในกุนซือที่ต้องการให้พรีเมียร์ลีกเลื่อนออกไป เจ้าตัวเห็นดังนั้นจึงออกมาโต้แย้งว่า มันมิใช่เรื่องจริง “ผมไม่อยากเห็นมันเลื่อนออกไป ผมต้องการซ้อมกับลูกทีมให้เร็วที่สุดตราบเท่าที่จะทำได้ และต้องเป็นการซ้อมที่ปลอดภัยด้วย ผมภูมิใจกับสถานการณ์ฟิตเนสของลูกทีมของผม ตอนนี้สนามซ้อมพร้อมที่จะกลับมาทำงานแล้ว นักเตะของผมทำให้ผมรู้ว่าพวกเขาคือมืออาชีพที่โหยหาการลงสนามอีกครั้ง”

เจอร์เก็น คลอปป์ กุนซือที่กำลังจะทำลายคำสาปของลิเวอร์พูลตลอด สามสิบ ปี อยากเห็นซีซั่นนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ เขามั่นใจมาตรการทางสาธารณสุขของทีมแพทย์ และมันไม่ได้เกี่ยวกับว่าทีมของเขาจะเป็นทีมที่เข้าใกล้ชัยชนะในทัวนาเมนต์นี้แต่ประการใดเลย

รอยฮอดจ์สัน (ในอายุ 72 ปี) กุนซือปราสาทเรือนแก้วที่มีความเสี่ยงที่สุดคนหนึ่งหากพรีเมียร์ลีกเปิดแข่ง ได้ลงความเห็นเช่นเดียวกับมูรินโย่และเจอร์เก็น คลอปป์ Ralph Hasenhüttl จากเซาธ์แฮมตันเองก็เช่นกัน

ในขณะที่ ไนเจล เพียชสัน ผู้จัดการจากวัตฟอร์ตที่ทำแฟนลิเวอร์พูลแสบไปถึงทรวงไม่ออกความเห็นใดๆ ในระหว่างการประชุมเลย

(หัวข้อข่าวฉบับนี้เรียบเรียงจากรายงานของ TheAthletic เขียนโดย David Ornstein นักข่าวเชิงลึกที่ประจำสโมสรอาร์เซน่อล)

พวกเขาไม่กลัวเลยหรือ ?

อาเดรียน มิเกล ฮีโร่ของลิเวอร์พูลยูฟ่าซูเปอร์คัพ (แต่เป็นความเจ็บปวดของแฟนหงส์ในแมทซ์พ่ายตราหมีตกรอบแชมป์เปียนลีก) เปรยถึงเรื่องนี้กับ Cope Sevilla เอาไว้ว่า “ผมไม่กลัวเลยสักนิด ผมมองว่ามันคือหน้าที่ๆ พวกผมต้องรับผิดชอบ ความเป็นมืออาชีพวัดกันที่ตรงนี้ สิ่งที่เราเป็นคือสิ่งที่เรายืนหยัดเพื่อมัน”

พรีเมียร์ลีกจะเปิดแล้ว – นอกจากถ้วยเงินสวมมงกฏที่โหยหา ถ้าขอพรจากฟ้าได้อีกสักข้อ ก็ขอให้ทุกคนบนวงการลูกหนังแข่งขันต่อจนจบด้วยความปลอดภัย ด้วยเทอญ

สาธุ – ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ

เลิฟหงส์แดง รักคนอ่าน