เบื้องหลัง 4 ดีลนักเตะที่หงส์แดงชิงซื้อตัวตัดหน้าทีมอื่นนั้นเป็นอย่างไร ?

ย้อนเวลาไป 5 ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลช่างเป็นสโมสรที่ดูจืดจางในสายตาของนักฟุตบอลระดับท็อป ชื่อเสียงและมนต์ขลังนั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าในตำนาน ความเป็นจริงก็คือ พวกเขาไม่ใช่สโมสรที่น่าฝากอนาคตไว้ ทั้งในแง่ของเพดานค่าเหนื่อยและการลุ้นแชมป์สักรายการ หรือแม้แต่โอกาสในการได้ลงเล่นเคียงข้างสุดยอดนักเตะอย่างสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว

แต่แล้ว ก็มีชายใจดีใบหน้าเปื้อนยิ้ม เดินเข้ามาอุ้มเจ้าลิเวอร์เบิร์ดที่กำลังเจ็บปีก ประกาศกร้าวว่าจะพานกตัวนี้บินสูงอีกครั้ง หนุ่มใหญ่นามว่า เจอร์เก็น คล็อปป์ใช้เวลา 4 ปีตามที่สัญญา เปลี่ยนให้สโมสรลิเวอร์พูลกลับมาเป็นทีมที่ดึงดูดนักฟุตบอลดังเดิม หรืออาจจะมากกว่าที่เคย

“คล็อปป์จะออกบินได้ ด้วยอารมณ์ ความเข้าอกเข้าใจ การปลุกเร้า และด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่” ไมเคิล กอร์ดอน ประธานสโมสรลิเวอร์พูลเข้าใจในความต้องการของเจอร์เก็น คล็อปป์เป็นอย่างดี และมันช่างพอดีที่มันลงล็อกกับแนวทางของลิเวอร์พูลยุค FSG ใช้เวลาไม่นานนัก ความพยายามครั้งที่สองในการดึงตัวยอดกุนซือเข้ารังแอนฟิลด์ก็เป็นผลสำเร็จ

และนับจากวันที่สโมสรประกาศแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ในเดือนตุลาคม 2015 โชคชะตาของลิเวอร์พูลก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ความพยายามยี่สิบกว่าปีในการกลับมาเป็นแชมป์ลีกสูงสุด กำลังจะกลายเป็นความจริงในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี

หลังจากที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้สร้างเทพนิยายม้ามืดไว้ในฤดูกาล 2015/16 มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้อีกเลยที่มหาเศรษฐีอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, หรือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะยอมเพลี่ยงพล้ำแบบนั้นอีก พวกเขามีทีมที่แกร่งขึ้นในทุก ๆ ซัมเมอร์ ซึ่งสำหรับแฟนลิเวอร์พูลแล้ว เมื่อมองย้อนกลับไป ถึงแม้ว่าจะมีเจอร์เก็น คล็อปป์ ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าลิเวอร์พูลจะไล่ตามสโมสรคู่แข่งทัน

อันที่จริงลิเวอร์พูลเป็นทีมที่โดนแย่งเป้าหมายไปมากมาย มากถึงขนาดที่ว่า หากนำผู้เล่นเหล่านั้นมารวมทีมกัน แฟนลิเวอร์พูลคงได้ฉลองแชมป์กันไปนานแล้ว แต่ในตอนนี้ โชคชะตาได้เปลี่ยนไปด้วยฝีมือของเจอร์เก็น คล็อปป์ ร่วมกันกับไมเคิล เอ็ดเวิร์ด พวกเขาซุ่ม “ดีล” ผู้เล่นระดับท็อป “ตัดหน้า” คู่แข่ง จนกลายเป็นสโมสรแชมป์โลก เราจะไปดูกันว่า พวกเขาทำมันได้ยังไง

โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ (29 ล้านปอนด์ – 2015)

คู่แข่ง – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่คือหนึ่งในนักฟุตบอลที่ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลแบบสุดเซอร์ไพรซ์ จอมเทคนิคทีมชาติบราซิลนั้นกำลังโชว์ลวดลายในศึกบุนเดสลีกา กลางรุกสโมสรฮอฟเฟนไฮม์กำลังเนื้อหอมขึ้นเรื่อย ๆ คาดหมายกันว่า อีกไม่นานเขาคงย้ายไปสโมรอย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้ หรือ บาร์เซโลน่า โดยที่ไม่มีลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในแคนดิเดต แฟนลิเวอร์พูลไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ

วันที่ 12 มิถุนายน สื่อกีฬาพากันพาดหัวใหญ่ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบรรลุข้อตกลง ควัก 13.1 ล้านปอนด์ คว้าสไตร์เกอร์ฮอฟเฟนไฮม์” ฟิร์มิโน่ที่ทำไป 10 ประตู และ 12 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกากำลังจะย้ายไปสร้างสรรค์เกมให้อาจารย์หลุยส์ ฟานกัล

ตอนนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีทั้ง ฆวน มาตา, อังเกล ดิ มาเรีย, เมมฟิส เดปาย, อัดนัน ยานาไซจ์ ด้วยขุมกำลังที่มี ปีศาจแดงใฝ่ฝันจะทวงคืนแชมป์ลีกกลับมาสู่อ้อมอกให้จงได้

ทว่า อีกเพียงสองสัปดาห์หลังจากนั้น ลิเวอร์พูลก็สร้างข่าวใหญ่กว่า ด้วยการประกาศเซ็นสัญญาดาวรุ่งบราซิลเลี่ยนด้วยราคา 29 ล้านปอนด์!! สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลและทีมชาติบราซิล นี่คือการปิดดีลที่บ้าคลั่ง เพราะในตอนนั้น บ๊อบบี้กำลังฮอตสุด ๆ เขาลงเล่นทีมชาติไปเพียง 6 เกม แต่ทำไปถึง 3 ประตูในศึกโคปา อเมริกา

มีการเปิดเผยภายหลังว่า ฟิร์มิโน่ใกล้จะกลายเป็นปีศาจแดงเต็มที ทว่า การเจรจาก็ถูกยืดเยื้อออกไป เหตุเพราะว่า เอียน อายร์ ของลิเวอร์พูลติดต่อเข้าไปก่อน

ช่วงซัมเมอร์นั้นเบรนดัน ร็อดเจอร์สกำลังอ้อนให้ทีม TC (Transfer Committee) เปย์สไตร์คเกอร์คนใหม่ และได้รับคำตอบกลับมาว่า “นายก็มีฟิร์มิโน่อยู่แล้วไง!” บีอาร์ไม่ค่อยเข้าใจและไม่ตื่นเต้น เพราะเขาไม่ได้เป็นคนต้องการตัวบ๊อบบี้ แต่กลับเป็นคล็อปป์ที่ช็อกจนแว่นแทบหลุด ตอนที่รู้ว่าลิเวอร์พูลเตรียมบ๊อบบี้ไว้ให้เขาแล้ว

“ผมลบเบอร์ทุกคนทิ้ง ตอนที่ออกจากดอร์ทมุนด์ ก็เลยไม่ได้ทิ้งคำแนะนำเรื่องฟิร์มิโน่หรือคนอื่นไว้ แล้วก็ไม่มีใครถามเรื่องเขา แต่ตอนนั้นผมรู้ว่า เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดในบุนเดสลีกา ตอนที่ผมรู้ว่าลิเวอร์พูลได้เซ็นเขาเข้าทีมแล้ว ผมก็คิดว่า เฮ้ย ลิเวอร์พูลทำได้ไงวะ?”

“พวกเขา(ลิเวอร์พูล) 100% ไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดี แล้วสโมสรอื่นก็พร้อมจะทุ่มมากกว่า ผมคิดทันทีว่า เป็นการซื้อตัวที่โคตรเจ๋ง เพราะผมมั่นใจว่า ถ้าเป็นสโมสรอื่น จะต้องจ่ายแพงกว่านี้เป็นเท่าตัวแน่”

“แน่นอนว่าเขาสำคัญกับทีมมาก เพราะว่าสามารถเล่นได้ถึง 3 ตำแหน่งในระบบของเรา สามารถเล่นเบอร์ 8 ได้แบบจินี่ เล่นตำแหน่งของฟิล (คูตินโญ่) ได้ และเล่นแบบเอ็มเร่ก็ได้”

“เขาคือตัวเชื่อมโยง, ตัวจบสกอร์, ตัวชน, ตัวรับ ทุกอย่างที่เขาทำได้มันสำคัญกับเรามาก”

ฟิร์มิโน่คือหัวเทียนของรถฟอร์มูล่าวันสีแดงค่ายเมอร์ซี่ไซด์ เขาคือตัวจุดระเบิดในระบบของคล็อปป์ ผลงานของเขามันเหนือกว่าสถิติใด ๆ และที่สำคัญเขายังเป็นหัวหอกสำคัญในการดึงดูดผู้เล่นระดับท็อป (ฟาบินโย่ อลีสซง) มาจอยโคตรโปรเจ็คที่แอนฟิลด์อีกด้วย

ซาดิโอ มาเน่ (34 ล้านปอนด์ – 2016)

คู่แข่ง: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซัมเมอร์แรกของคล็อปป์กับลิเวอร์พูล หลังจากเซ็นฟรีโจเอล มาติปได้ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มมองหาตัวรุกจากบุนเดสลีกาที่จะมาเล่นร่วมกับโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ทว่าทั้ง มาริโอ เกิตเซ่, ยูเลี่ยน บรันด์, และยูเลี่ยน แดรกซ์เลอร์ ไม่มีใครสนใจสโมสรอันดับ 8 อย่างลิเวอร์พูลเลย คล็อปป์และเอ็ดเวิร์ดจึงรื้อแฟ้มผู้เล่นกันใหม่เพื่อค้นพบนักฟุตบอลคนเดียวกัน – ซาดิโอ มาเน่

ปีกคีย์แมนของทีมชาติเซเนกัลถูกเก็บซ่อนอยู่ในใจของคล็อปป์มาตั้งแต่ยังเล่นให้สโมสรซัลซ์บวร์ก หากแต่เขาไม่มีงบมากพอที่จะคว้าสไตร์คเกอร์ไปร่วมทีมดอร์ทมุนด์ในปี 2014 ส่วนไมเคิล เอ็ดเวิร์ดนั้นตามเก็บข้อมูลของพ่อพระเอกมาสักพักแล้ว

ซาดิโอสร้างความตื่นตะลึงด้วยการไล่ทำประตูใส่ทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก หนึ่งในนั้นคือลิเวอร์พูลที่โดนป่วนจนคล็อปป์ต้องขอกอด แต่สโมสรแรกที่ยื่นข้อเสนอเข้าไปคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มาเน่นั้นไม่ได้นิยมแมนยูไนเต็ด แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า เส้นทางกับเซาแธมป์ตันใกล้จะถึงทางแยก

“พวกเรากำลังคิดหนักเรื่องแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะผมกลายเป็นตัวสำรอง และไม่คิดว่าจะมีใครติดต่อมา”

“ผมเกือบละ อีกนิดเดียว เพราะว่าผมได้นัดเจอกับพวกเขาแล้ว ผมไปที่นั่น (โอลด์แทรฟฟอร์ด) และได้คุยกับอดีตโค้ช (ฟาน กัล) พวกเขายื่นข้อเสนอ แต่ในสัปดาห์นั้นล่ะ คล็อปป์ก็โทรหาผม”

“เขาบอกว่า นี่คือสโมสรที่ใช่ โค้ชที่เหมาะกับนาย มันจะดีกว่านะที่จะย้ายมาลิเวอร์พูล”

“ผมจะย้ายไปลิเวอร์พูล” ซาดิโอ มาเน่รับปากในทันที

แมน ยูไนเต็ดเคยถูกคล็อปป์ปฏิเสธในปี 2014 สองปีต่อมาพวกเขาอกหักครั้งที่สาม ด้วยฝีมือของเจอร์เก็น คล็อปป์คนดีคนเดิม

ฟาบินโญ่ (50 ล้านปอนด์- 2018)

คู่แข่ง – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“FABINHO Welcome to Manchester United” ฟาบินโญ่ ตาวาเรส คือหนึ่งในตำนานแห่งยูทูปของแฟนปีศาจแดง สโมสรสีแดงแห่งแมนเชสเตอร์นั้นมีข่าว 48 ชม. กับเขามาตั้งแต่ปี 2017

3 ปีที่แล้ว โฆเซ่ มูรินโญ่กำลังตามหากองกลางตัวรับคนใหม่ แฟนผีแดงทุกคนรู้ดีและตื่นเต้นที่ทีมรักของพวกเขาเป็นตัวเต็งที่จะได้ตัวมิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล ที่สามารถเล่นแบ็กขวาได้ มีสื่อออกบทวิเคราะห์ว่า “ฟาบินโญ่คือจิ๊กซอว์ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตามหา” ระบุว่าฟาบินโญ่นั้นคือลูกศิษญ์ของมูรินโญ่สมัยเล่นทีมเยาวชนของเรอัล มาดริด เล่นได้ทั้งกลางและหลัง ครองบอลเหนียว อ่านบอลเยี่ยม ตัดบอลเก่ง จ่ายบอลเนี๊ยบ และจะเป็นคีย์แมนที่ช่วยให้ปอล ป๊อกบา และ อังเดร เอเรร่า ปลดปล่อยศักยภาพได้เต็มสูบ

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง มูรินโญ่ตัดสินใจไม่จ่าย 50 ล้านปอนด์ และเลือกไปคว้า เนมานย่า มาติช ลูกรักจากเชลซีมาด้วยราคา 40 ล้านปอนด์ หนึ่งปีหลังจากนั้น ฟาบินโญ่ก็ย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูลเสมือนฟ้าผ่ากลางกบาลแฟนบอล (เด็กหงส์แดงก็ตกใจ ในขณะที่เด็กผีนั้นตกใจยิ่งกว่า) ที่จ่ามูไปจ่ายเงินเกือบครึ่งล้านปอนด์ให้มิดฟิลด์วัยใกล้ 30 แทนที่จะเพิ่มอีกแค่ 10 ล้านปอนด์คว้ามิดฟิลด์ที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าถ้วย UCL สมัยที่ 6

การทุ่มเงินในครั้งนั้นไม่ได้ช็อกแค่ทีมสีแดงเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบไปยังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วย

ในตอนแรกเจอร์เก็น คล็อปป์วาง จอร์จินโญ่ เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง แต่หลังจากที่กลางชาวอิตาเลี่ยนเปิดเผยตรงไปตรงมาว่าเขาจะย้ายไปอยู่กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลิเวอร์พูลก็เปลี่ยนเป้าหมายทันที กวาร์ดิโอล่าเสียเวลากับการรอคอยจอร์จินโญ่เป็นเดือน ๆ เพื่อที่จะพบว่านักเตะเปลี่ยนเส้นทางไปลงเอยกับนายเก่าที่เชลซี

เดิมที กวาร์ดิโอล่า ซึ่งกำลังหากลางรับเช่นกัน ได้เขียนจอร์จินโญ่และฟาบินโญ่ไว้ในลิสต์ แต่การรอคอยอย่างไร้ประโยชน์ทำให้เขาไม่สามารถหันหลังกลับไปหาฟาบินโญ่ที่โดนหงส์แดงคาบแ-กไปก่อนแล้ว กวาร์ดิโอล่าหัวเสียมากจนไม่เซ็นกลางรับเพิ่มในปีนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะสร้างฤดูกาลในตำนานได้ด้วยการใช้เฟอร์นานดินโญ่ แต่เขาก็เสียท่าอีกคราเมื่อไม่สามารถหาตัวแทนกอมปานี จนต้องขยับกลางรับไปเล่นแทน เมื่อไม่มีทั้งกลางรับธรรมชาติและเซ็นเตอร์อย่างเอเมริก ลาปอร์ก ทีมของเขาก็เพลี่ยงพล้ำจนต้องตามหลังคู่แข่งถึง 25 คะแนน

(ส่วนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตามหลัง 37 แต้ม)

เซอร์ดาน ชากิรี่ (2018 – 13.5 ล้านปอนด์)

“ปีกขวา” คือตำแหน่งที่เป็นปัญหาของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาหลายปี และมูรินโญ่ก็จ้องตาเป็นมันเมื่อรู้ว่ามีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ในทีมที่เพิ่งตกชั้นอย่าง สโตก ซิตี้

ช่วงซัมเมอร์ปี 2018 แม้ว่าทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์จะตกรอบฟุตบอลโลก แต่ผลงานส่วนตัวของเซอร์ดาน ชากิรี่ทำให้ชื่อของเขายังอยู่ท่ามกลางแสงไฟ “เมสซี่สวิส” ไม่ควรจะต้องไปเล่นฟุตบอลในระดับลีกวัน หลายสโมสรสนใจดึงเขากลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก รวมถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและลิเวอร์พูล ที่ลงสังเวียนนอกสนามอีกครั้ง

แต่มูรินโญ่นั้นไม่ได้มีโอกาสแม้แต่ยื่นข้อเสนอ เพราะว่าเอเย่นต์ของชากิรี่ปฏิเสธคำชวนตั้งแต่กดกริ่งหน้าประตูบ้าน เหตุเพราะว่ามีชายอีกคนนามว่า เจอร์เก็น คล็อปป์ ยืนกวักมืออยู่ไม่ห่าง

“ผมชื่นชอบเจอร์เก็น คล็อปป์มานานแล้วฮะ เพราะว่าทีมของเขาเล่นฟุตบอลแบบโคตรเจ๋ง แล้วส่วนตัวเขาก็เป็นคนที่โคตรคูล”

“มันสำคัญตรงที่ผมอยากทำงานกับเขา และกลุ่มคนที่สื่อสารกันไปในทางเดียวกัน ผมกับเขาได้คุยเรื่องบทบาทแล้ว เขาชอบผมนะ แล้วก็คงไม่ได้คว้าผมไปแบบไม่ได้อะไรกลับมา เขารู้ดีเรื่องศักยภาพของผม เขารู้จักผมมาอย่างยาวนาน ผมเล่นได้หมดในแดนหน้า ความสารพัดประโยชน์ของผมจะช่วยทีมได้”

แม้ว่าจะไม่สามารถยึดตัวจริงได้และมีปัญหากับอาการบาดเจ็บในช่วงหลัง แต่การผลงานการทำสองประตูจนมูรินโญ่กระเด็นตกเก้าอี้ปีศาจ และ หนึ่งแอสซิสต์ใส่บาร์เซโลน่านั้น ก็คุ้มค่าแล้วสำหรับเงินเพียง 13 ล้านปอนด์ และ แม้ว่าชากิรี่จะเลือกอำลาทีมไป แฟนลิเวอร์พูลก็จดจำเขาในฐานะหนึ่งในชุดปาฏิหาริย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตอนต่อไปพบกับเบื้องหลังการจารกรรม เกอิต้า, อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน, ฟาน ไดก์, อลิสซอน เบ็คเกอร์

–JB-