จิบข่าวหงส์แดง (7 พฤษภา 63)

1.วิเคราะห์ปัญหาของแวร์เนอร์

หลายวันก่อน ฮามันน์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ลิเวอร์พูลควรดึงแวร์เนอร์เข้าร่วมทีมเป็นตัวจริง แต่เขาไม่รู้ว่าจะมีพื้นที่ตัวจริงตรงไหนว่างให้กับแวร์เนอร์ได้บ้าง วันนี้ Don Hutchiinson อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลในช่วงปี 1994-1996 ออกมาให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า…

“จริงอยู่ที่ติโมเพียบพร้อมทุกอย่าง เขาเป็นนักเตะระดับท็อป สามารถเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า หรือทำได้แม้กระทั่งโยกตำแหน่งไปทางปีกซ้าย ความเร็วของเขา โดดเด่นพอๆ กับทัศนคติที่ยอดเยี่ยมของเขา แต่สำหรับผมแล้ว ปัญหาของแวร์เนอร์และลิเวอร์พูลก็คือ พวกเขาจะหาพื้นที่ 11 ตัวจริงตรงไหน มอบให้กับแวร์เนอร์หรือ ? มันหมายความว่าเจอร์เก็น คลอปป์จะต้องโรเตชั่น 11 ตัวหลักที่เขามีอยู่ตอนนี้ใช่ไหม ?

“สำหรับผม ผมอยากเห็นแวร์เนอร์ย้ายมาลิเวอร์พูลนะ ถ้าไม่ติดเรื่องนี้ผมคิดว่าเขาจะผลิตสกอร์ให้กับลิเวอร์พูลได้มากมายเหลือคณาเลย”

วิเคราะห์ – แวร์เนอร์จะได้ลงเป็นตัวจริงหรือไม่ ?

ในช่วงแรกของการย้ายมาเป็นธรรมดาที่นักเตะจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอยู่แล้ว แต่จะค่อยๆ ปรับสนามเหมือนปลาเปลี่ยนน้ำ ในช่วงท้ายๆ ของเกม

อันที่จริงแวร์เนอร์เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมรู้ว่ายังไม่ดีพอจะเป็นตัวจริงที่ลิเวอร์พูล แต่ผมจะพัฒนา…” หมายความว่าเขายอมรับการเป็นตัวสำรอง ยอมรับว่าการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงนั้นต้องอาศัยการแข่งขัน

เมื่อวานก่อนคลอปป์ให้สัมภาษณ์ถึง การซื้อ เอ็มบัปเป้ เข้ามาในทีมว่า “ไม่มีทีมไหนบนโลกจะซื้อเขาจากปารีสได้หรอก ลิเวอร์พูลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น” ประโยคนี้ว่าน่าสนใจแล้ว แต่ที่น่าสนใจจริงๆ คือประโยคที่ว่า “ซาลาห์และมาเน่ยังเด็กพอจะอยู่ในช่วงฟิตต่อไปได้ และผมพอใจกับนักเตะของผม” คลอปป์พยายามจะบอกว่า ลิเวอร์พูลมีนักเตะที่ใช้การได้อยู่แล้วโดยการยกซาลาห์กับมาเน่ขึ้นมา แต่ในประโยคดังกล่าวไม่ได้พูดถึง ฟิร์มิโน่เลย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่เพราะปีกซ้ายขวาจากแอฟริกันมีอายุอยู่ที่ 27 ย่าง 28 ปี ในขณะที่บ้อบบี้ ฟิร์มิโน่ มีอายุ  29 ปีแล้ว อีกเพียงแค่ 1 ปีเขาก็จะมีอายุ 30 เต็ม ซึ่งเป็นวัยที่ย่างเท้าเข้าสู่โซนปลดเกษียรของกองหน้าแล้ว

สัญญาฉบับใหม่ของคลอปป์ ทำให้เขาอยู่ต่อกับลิเวอร์พูลอีก 4 ปี ในช่วงเวลานี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะอยู่กับนักเตะชุดเดิมไปตลอดโดยไม่เพิ่มความสดใหม่เข้ามา

ปัญหาของแวร์เนอร์ที่จะไม่มีพื้นที่ตัวจริงให้ลงเล่นนั้น มันก็จะเป็นเพียงแค่ปัญหาในช่วงแรกๆ เท่านั้น

ชีวิตคนเราไม่อาจตัดสินกันที่ช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนกับชีวิตนักฟุตบอลที่ไม่อาจมองแค่การนั่งสำรองไม่กี่เดือน (ดังที่เกิดชึ้นกับแดนนี อิงค์ในปัจจุบัน)

ตอนนี้เราคงได้แต่ภาวนาภาพร่างสามประสานชุด 2 ของเจอร์เก็น ที่มีหน้าเป้าเป็น ติโม แวร์เนอร์ และ มินามิโนะ (ในร่างเลเวลอัพ) ยืนฝั่งซ้าย (หรือจะสลับกันก็ได้) ในขณะที่ตำแหน่งปีกขวายังคงเป็นปริศนาให้เราออกค้นหาต่อไป (ส่วนตัวผู้เขียนแล้วแอบหวังในใจลึกๆ ว่า แฮรี่ วิลสัน จะจับผลัดจับผลูกลับมาคว้าตำแหน่งนี้ไปในท้ายที่สุด)

 2.เอ็นริเก้คืนสนาม

โฆเซ่ เอ็นริเก้ อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลที่แขวนสตั้ดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้กลับมาผงาดในแอนฟิลด์อีกครั้ง แต่มิใช่ในฐานะนักเตะ ผู้จัดการทีม กรรมการหรือผู้ดูแลสนาม

แต่เขากลับมาในฐานะตัวแทนสโมสรลิเวอร์พูลในศึก E-premierleague ต่างหาก รายการ การแข่งขันนี้จัดขึ้นโดยสโมสรจะส่งตัวแทนแต่ละทีมไปแข่งขัน เกมฟุตบอลออนไลน์เพื่อตัดสินผลแพ้ชนะ

รอบที่แล้ว ลิเวอร์พูลส่งอเล็กซานเดอร์อาโนลไปเป็นตัวแทน ไอ้หนูโคตรแบ็คซ้ายเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่ปราชัยให้กับตัวแทนของวูฟแฮมตัน ในขณะที่ อเล็กซานเดอร์อาโนล สามารถเอาชนะทั้งตัวแทนจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และราฮีมสเตอร์ริ่งที่เป็นตัวแทนของแมนซิตี้ได้ (บางครั้งชัยชนะก็ไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย แต่อยู่ระหว่างการเดินทางนั้นเอง)

อย่างไรก็ดี ผลการแข่งขันนัดแรกของเอ็นริเก้ในรอบแรกออกมาแล้ว เขาต้องดวลกับตัวแทนของแอสตันวิลล่า และพ่ายแพ้ไปร่วม 1 ประตูต่อ 6

(ฟุตบอลเป็นเรื่องของอายุจริงๆ …)

3.ลิเวอร์พูลคือทีมของผมเสมอ

สตีเว่น เจอร์ราด ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่าน Talksport ว่า เขาได้คุยกับเจอร์เก็น คลอปป์ และได้ถามไปว่า เมื่อไหร่ที่คุณจะเรียกนักเตะกลับมาซ้อมอย่างเป็นทางการ ?

“นั่นคือคำถามแรกที่ผมถามไป และผมมั่นใจว่า เจอร์เก็น จะพาลูกทีมของเขากลับมาซ้อมก็ต่อเมื่อมันปลอดภัยแล้วเท่านั้น”

จากนั้นอดีตกัปตันลิเวอร์พูลก็ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การลุ้นแชมป์ในปีนี้ว่า

“ปีนี้นักเตะของเจอร์เก็นทำได้ยอดเยี่ยม พวกเขาแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในสนาม พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี ใครจะคิดว่าจู่ๆ ลิเวอร์พูลจะกลายเป็นทีมเดียวเท่านั้นที่วิ่งแข่งกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ตอนนี้พวกเขากำลังถูกทดสอบจิตใจ แต่ผมมั่นใจว่าสุดท้ายงานของคลอปป์จะจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ”

จากนั้นก็ทิ้งท้ายถึงสโมสรเก่าของเขาเอาไว้ว่า

“ผมเคยเป็นนักเตะให้กับลิเวอร์พูล จะพูดว่าตลอดระยะเวลาในการค้าแข้งของผมเลยก็ได้ ผมมีช่วงเวลาที่ดีในสถานที่แห่งนั้น ผมกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนั้นเพราะเป็นนักเตะคนหนึ่ง และจะยังคงเป็นแม้ว่าจะไม่ใช่นักเตะแล้วก็ตาม ลิเวอร์พูลคือทีมของผมเสมอ”

(ช่างแตกต่างจากบทสัมภาษณ์ของ ไมเคิล โอเวน เมื่อวานนี้เหลือเกิน)

จบ – ข่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ

สวัสดีวันพฤหัสบดีฮะ

วันนี้ขอเห็นยอดเป็น 0 สักวัน สาทุ

#เลิฟหงส์แดง #รักคนอ่าน