จิบข่าวหงส์แดง (6 พฤษภา 63)

1.คลอปป์อธิบายความเป็นไปได้ในการซื้อบัปเป้และชานโซ่

แม้ลิเวอร์พูลจะมีข่าวกับ ติโม แวร์เนอร์ มากที่สุด แต่แฟนบอล (สายวิเคราะห์+มโนอย่างผม) ก็ไม่อาจหักห้ามใจในการคิดภาพการมาถึงของ คิเลียน เอ็มบัปเป้ และ จาดอน ชานโซ่ สวมเสื้อหงส์แดงโลดแล่นในสนามภายใต้การคุมบังเหียนของ เจอร์เก็น คลอปป์ ได้

แม้ดีลจากนักเตะทั้งสองคนจะดูเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบสามสิบปีหรือแชมป์ยุฤาใบที่หกเกิดขึ้นได้ ยังจะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับลิเวอร์พูลอีก ?

อันที่จริง ความหวังต่อดีลทั้งสองเริ่มเห็นแสงรำไรที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาบ้าง เมื่อกลุ่มทุนใหญ่ในโลกกีฬาอย่างไนกี้เข้ามาสนับสนุน (นี่คงเป็นข้อดีเพียงข้อเดียวของไนกี้ในขณะที่เรื่องการออกแบบเสื้อโดนวิจารณ์ยับ) ผสมกับการเก็บหอมรอมริดจากการซื้อขายทั้งสองครั้ง และเศรษฐกิจฟุตบอลที่กำลังซบเซา ทำให้กระเป๋าสตางค์ของลิเวอร์พูลในเวลานี้กลายสภาพเป็นเงินถุงเงินถังและมีพอจะซื้อนักเตะราคา 100-200 ล้านปอนด์สักคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้

อย่างไรก็ดี เรื่องที่น่าสนใจก็คือ เจอร์เก็น คลอปป์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการซื้อขายในตลาดครั้งถัดไป และเจาะจงเฉพาะดีลระหว่างลิเวอร์พูลกับเอ็มบัปเป้และชานโซ่เอาไว้ว่า

“แหม…ถ้าผมตอบคำถามนี้ไป รับรองพรุ่งนี้ต้องมีพาดหัวใหญ่แน่” กุนซือเฮวี่เมทัลจากแดนอินทรีย์เริ่มต้น “และผมไม่อยากให้มันเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้นเลย แต่ก็นะ…สำหรับผม ผมหลงรักนักเตะทั้งสองคนนั้นครับ (ทั้งหนูเป้กับชานโซ่ – ผู้แปล) พวกเขาทั้งสองคนต่างก็เป็นนักฟุตบอลที่เจิดจรัสในของยุคสมัย

“สำหรับผมพวกเขาพวกเขายอดเยี่ยมได้ก็เพราะ ทัศนคติและทักษะฟุตบอล ผมชอบช่วงเวลาที่จะได้เฝ้ามองพวกเขา แม้ว่า -ตัวผมจะไม่ได้มีโอกาสเป็นโค้ชของพวกเขา- ก็ตาม”

“สิ่งที่ผมจะอธิบายก็คือ … เวลาผมทำงานกับลูกทีม สิ่งที่ผมทำเมื่อพวกเขากลายเป็นปัญหาต่อระบบการเล่นคือ ผมจะผลักดันพวกเขาให้เอาชนะอุปสรรคหรือแก้ปัญหาของตัวเองให้ได้ ไม่ใช่การออกสเกาท์หานักเตะที่จะมาอุดรอยรั่วนั่น (ยกเว้นดีลของอลีสซงกับคาริอุสแหะๆ)

“ผมมีความสุขกับนักเตะในชุดนี้ของผมแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ปิดโอกาสตัวเองหรอกนะ ถ้าในอนาคตผมสามารถคว้าพวกเขาทั้งสองคนเข้าทีมได้ ผมก็จะทำ ผมต้องทำให้ดีที่สุดตราบเท่าที่ปัจจัยจะเอื้อ”

“ซาลาห์และมาเน่เองยังเป็นเด็ก เด็กพอจะฟิตตลอดทั้งปีในซีซั่นถัดไป (มันชัดเจนว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่ปัญหา – ผู้แปล) สิ่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับตอนนี้ก็คือ จาดอนและบัปเป้เป็นดีลที่เกิดขึ้นได้ยาก”

“สำหรับผม มันไม่มีสโมสรไหนในโลกจะคว้าตัวเอ็มบัปเป้จาก PSG ได้ เราเองก็เป็นหนึ่งในสโมสรนั้น สำหรับดีลของชานโซ่ ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เห็นข่าวระหว่างเรากับนักเตะคนนี้ แต่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะความจริงก็คือเราไม่เคยแม้กระทั่งคุยเรื่องการซื้อเขาเข้าทีมเลย

(หมดกัน ไนกี้ เศรษฐกิจฟุตบอลที่กำลังซบเซา หรือแม้แต่การมัธยัสถ์อดออมที่วิเคราะห์+มโนไปข้างต้น, เจอร์เก็น คลอปป์ นอกจากจะมีฉายาว่ากุนซือเฮวี่เมทัลจากแดนอินทรีย์แล้ว วันนี้เขายังได้รับฉายาใหม่ว่า กุนซือจอมดับเทียนจากแดนอินทรีย์อีกด้วย, แต่ใช่ว่ามันจะหยุดความหวังของงแฟนบอลอย่างผมได้หรอกครับ เงินถุงเงินถังที่ลิเวอร์พูลมีอยู่ในเวลานี้ต้องเกิดบิ๊กดีลขึ้นสักดีลในตลาดฤดูร้อนนี้…สิฟะ!)

2.สาเหตุที่โอเวนย้ายซบราชันย์

ไมเคิล โอเว่นออกมาให้สัมภาษณ์กับ TalkSport ถึงหนึ่งในเหตุผลที่เขาย้ายจากลิเวอร์พูลซบไหล่ราชันย์ชุดขาวว่า เป็นเพราะนักเตะคนหนึ่งในทีม

นักเตะคนนั้นมีชื่อว่า เจมมี่ คาราเกอร์ !

“ช่วงนั้นผมอยู่ที่อเมริกาเพื่อเตรียมตัวเล่นพรีซีซั่น และได้อยู่ห้องเดียวกับเจมมี่ คาราเกอร์

“ผมจำได้เลยว่าวันนั้น เอเยนต์โทรมาหาผมพร้อมกับบอกว่า ‘เรอัลมาดริดต้องการตัวนาย’ ผมวางโทรศัพท์ลงและไม่กี่นาทีต่อมาก็ค้นพบว่าตัวเองกำลังนั่งปรึกษากับคาราเกอร์ถึงเรื่องที่เอเยนต์เพิ่งพูดไป

“คาราเกอร์พูดกับผมว่า ‘อย่าย้าย’ ผมถามกลับไปว่า ‘เพราะอะไร?’ เขาตอบว่ามันก็เพราะผมจะไม่ได้ลงเล่นในที่นั่นยังไงละ เท่านั้นแหละผมก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาทันที เพราะผมต้องการพิสูจน์ให้คาราเกอร์เห็นว่าเขาคิดผิด!

“ผมบอกกับตัวเองว่า มันเป็นเรื่องปวดหัวที่มีความสุขชะมัด คุณจะบ่นโอดโอยไหมละ ถ้าเรอัลมาดริดสนใจในตัวคุณ แต่มีบางวันเหมือนกันที่ผมคิดว่า ผมทิ้งครอบครัวและเพื่อน (หมายถึงสโมสรลิเวอร์พูล) ไปไม่ได้ ผมเกิดและเติบโตที่นี้ เป็นที่รู้จักได้ก็เพราะที่แห่งนี้

“แต่ผมไม่อาจอยู่กับความคิดว่า ทำไมวันนั้นผมจึงไม่เลือกย้ายไปมาดริดตลอดการค้าแข้งของผมได้หรอก มันคงกลายเป็นเรื่องค้างคาใจตลอดชีวิตของผม และคงมีแต่ผมคนเดียวที่นั่งปวดใจกับปัญหาที่ว่านั่น”

มาดริดยังไม่เท่าไหร่ครับตำนานสโต๊ก แต่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมันเหยียบย่ำหัวใจกันเกินไป…

3.คู่แข่งชิงตัวแวร์เนอร์

Christian Falk เหยี่ยวข่าวจาก Bild ทวีตข้อความว่า

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและเชลซี ได้ทำการติดต่อเอเยนต์ของติโม แวร์เนอร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวนักเตะเองกังรอคอยเพียงแค่ข้อเสนอจากลิเวอร์พูลเท่านั้น

(ทีมบางทีม พ่ายแพ้ในตารางคะแนนยังไม่พอ คิดจะมาปราชัยในศึกซื้อขายอีกเรอะ!)

จบ – ช่าวหมดแก้วเสียแล้วครับ

สวัสดีวันพุธกับคอลัมน์จิบข่าวอ่านกาแฟจากเลิฟหงส์แดงฮะ (รักคนอ่านที่สุด)