เป๊ป vs นาเกลมันน์ : ทำความรู้จัก 2 ว่าที่กุนซือสืบบัลลังก์หงส์แดงต่อจากคลอปป์

เจอร์เก็น คล็อปป์เหลือสัญญากับลิเวอร์พูลถึงเดือนมิถุนายนปี 2024 นับจากนี้อีก 4 ปี หนุ่มใหญ่จะมีอายุ 56 ปี ซึ่งน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับออกเดินทางครั้งสุดท้ายในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติเยอรมัน ถึงแม้ว่าแฟนบอลหงส์แดงและเจ้าของทีมจะปรารถนาให้เจอร์เก็นคุมทัพไปนับอีกสิบปี แต่ความจริงที่ว่า อินทรีต้องโผบินกลับรังของมันในสักวัน นั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2015 คล็อปป์พาลิเวอร์พูลเดินทางมาไกลเกินกว่าที่แฟนบอลจะคาดคิด เขาปฏิวัติทุกสิ่งทุกอย่าง พาทีมนั่งบัลลังก์ยุโรป ส่งลิเวอร์เบิร์ดขึ้นไปยืนสง่างามบนเวทีบัลลงดอร์ และกำลังจะพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบขาดลอย ทั้งหมดนั่นทำให้การพิจารณาแคนดิเดตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลคนต่อไปกลายเป็นเรื่องที่ต้องคัดสรรมากกว่าเดิม มีการพูดคุยระหว่างเจ้าของทีมและทีมบริหาร เพื่อวางเส้นทางให้ลิเวอร์เบิร์ดบินสูงเหนือเมฆต่อไปแม้จะอำลาทีม

อย่างไรก็ดีเมื่อกวาดตาดูทั่วโลกฟุตบอลแล้ว ปรากฏกุนซือเพียงสองนายเท่านั้นที่มีสไตล์การทำทีมคล้ายกับ เจอร์เก็น คลอปป์และ เป๊ป ลินเดอร์ส, ยูเลี่ยน นาเกลล์มันส์ คือสองกุนซือเท่านั้นที่พอจะย่างเท่าลงไปในแม่น้ำเมอซีฝั่งสีแดงเฉกเช่นเดียวกับเจอร์เก็น คลอปป์ได้

แต่พวกเขาทั้งสองคนเป็นใครกันแน่ ?

ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ – โคตรอัจฉริยะที่ลิเวอร์พูลไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ

ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เฮดโค้ชอีกคนที่ต้องแขวนรองเท้าด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าตั้งแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (20 ปี) บอสหนุ่มของสโมสรอาร์แบ ไลป์ซิกกำลังปล่อยฟีโรโมนไปทั่วยุโรป สไตล์ทำทีมของเขามันส์แค่ไหน ไปดูกัน

หลังจากได้รับบาดเจ็บหนัก นาเกลส์มันน์เปลี่ยนสายไปเรียนด้านบริหารธุรกิจ ก่อนจะทนความคิดถึงฟุตบอลไม่ไหว เปลี่ยนสายกลับมาเรียนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อเป็นโค้ชฟุตบอล หลังจากนั้นก็เริ่มคอนเนคชั่นโค้ชด้วยการเป็นหนึ่งในทีมโค้ชของ โทมัส ทูเคิล ให้กับอดีตต้นสังกัด เอาส์บวร์ก และได้ย้ายไปเป็นผู้ช่วยโค้ชที่ฮอนเฟนไฮม์อยู่ช่วงสั้น ๆ จากนั้นเขาจึงได้รับโอกาสคุมทีมยู 19 เต็มตัว พาทีมเด็กคว้าแชมป์บุนเดสลีกาทันที และได้รับขนานนามว่าเป็น “มินิมูรินโญ่” จากทิม วิเซ่ อดีตนายทวารทีมชาติ

27 ตุลาคม 2015 ฮอฟเฟนไฮม์ออกแถลงการณ์ว่า ยูเลี่ยน นาเกลส์มันส์ ซึ่งมีอายุเพียง 28 ปีในตอนนั้น จะทำหน้าที่ผู้จัดการทีมต่อจากฮุบบ์ สตีเฟนส์ในฤดูกาลถัดไป ทว่าในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2016 สตีเฟ่นประกาศลาออกด้วยปัญหาทางสุขภาพ พร้อมโยนเผือกไหม้มาให้นาเกลส์มันรับผิดชอบพาทีมหนีตกชั้น ตอนนั้นทีมรั้งอันดับ 17 ห่างจากโซนปลอดภัย 7 คะแนน เฮดโค้ชที่อายุน้อยที่สุดในบุนเดสลีกาเก็บชัยชนะ 7 จาก 14 เกม รอดตกชั้นไปเพียง 1 คะแนน!

ไม่เท่านั้น เขาสร้างความฮือฮาด้วยการพาสโมสรฮอฟเฟนไฮม์ไปลุยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกด้วยการจบอันดับ 4 ในฤดูกาล 2016-17 ปีต่อมาเขาพาสโมสรไปไกลถึงอันดับ 3 ของลีก และถึงแม้ว่าฮอฟเฟนไฮม์จะร่วงไปอยู่อันดับ 9 และตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2019 สโมสรไลป์ซิกก็ไม่อาจมองข้าม ดึงนาเกลส์มันไปคุมทัพในฤดูกาลที่ผ่านมา เบียดลุ้นตำแหน่งจ่าฝูงจนบาเยิร์น มิวนิกปวดหัว ไม่สามารถตัดแชมป์ได้ภายใต้สถานการณ์ไวรัสตัวร้าย

วิเคราะห์

นาเกลส์มันน์มีเยอรมันคอนเนคชั่น เขาเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้มาจากทูเคิล อดีตผู้จัดการทีมดอร์ทมุนด์ที่เดินตามรอยเจอร์เก็น คล็อปป์มาจากไมนซ์ 05 ทูเคิลเป็นกุนซือที่อาจจะมีแท็กติกเจนจัดกว่าคล็อปป์ด้วยซ้ำไป

นาเกลส์มันน์เดินทางสายโค้ชตั้งแต่อายุยังน้อย ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ เขามีความเชี่ยวชาญเรื่องการใช้เทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์เกม ใช้โดรนเก็บภาพทุกมุมมอง ร่วมกับการวิเคราะห์ทางสถิติ มีการใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูลร่วมกับวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมไปถึงหลักการทางเศรษฐศาสตร์ในการทำทีม

ไม่ว่าจะเป็นฮอฟเฟนไฮม์หรือไลป์ซิก นักฟุตบอลและบุคลากรทุกคนหาข้อตำหนิโค้ชหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลย เขาสร้างความสมดุลให้สโมสร ให้ความสำคัญกับคนทำงานทุกคน ฉลาดและถ่อมตัว พูดน้อยแต่มีพลัง

ด้านแท็กติกนั้น นาเกลส์มันน์ชอบปรับแผนให้เข้ากับคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมไม่นิยมทำกัน เพราะมันอาจทำให้ทีมไม่มีจุดยืนและสับสน แต่นาเกลส์มันทำมันอย่างเป็นธรรมชาติ ติโม แวร์เนอร์ศูนย์หน้าไลป์ซิกเคยกล่าวยกย่องว่า นาเกลล์มันส์เต็มไปด้วยกลยุทธ์ที่ได้ผล ความจริงแล้ว แวร์เนอร์เคยเจอปัญหาตีบตันหน้าประตู และเป็นนาเกลล์มันส์ที่ปรับตำแหน่งจนกลายเป็นคู่แข่งดาวซัลโวบุนเดสลีกา

แนวทางการเล่นฟุตบอลของไลป์ซิกนั้นคล้ายคลึงกับลิเวอร์พูล เพรสซิ่ง โจมตีรวดเร็วและดุดัน และนาเกลล์มันส์ก็ตอบสนองแนวทางอย่างสมบูรณ์แบบ เขาวางแผนให้นักเตะเคลื่อนที่ในจังหวะที่เหมาะสม ไม่เน้นครองบอล เคลื่อนบอลไดเร็ก

เริ่มที่การตั้งเกม ไม่ว่าแนวรับจะเป็น 3, 4, หรือ 5 คน นาเกลส์มันชอบให้ฟูลแบ็กดันเกมสูงเพื่อสร้างทางเลือกในเกมรุก และกดดันคู่ต่อสู้ไม่ให้เติมเกม เซ็นเตอร์แบ็กสองคนจะถ่างออกค่อนข้างกว้าง โดยมีกลางรับถอยลึกลงมารับบอล

ไลป์ซิกของนาเกลส์มันน์ใช้ กองกลางสองคนที่เรียกว่า double Pivot  ที่คอยถ่ายฟุตบอลกลางสนาม คนหนึ่งยืนต่ำสกรีนคู่แข่ง อีกคนเติมเกมรุก สลับกันตามสถานการณ์ พวกเขาไม่ชอบจ่ายบอลแบบไร้จุดหมาย เมื่อมีพื้นที่ในแนวรุก ใครสักคนที่ครอบครองบอลจะจ่ายบอลไดเร็กทันที ที่ไลป์ซิกเรียกกันว่า Vertical passing การจ่ายบอลในแนวลึก คือหัวใจของแท็กติกของนาเกลล์มันส์

แนวรุกมีหน้าที่เคลื่อนที่เพื่อสร้างพื้นที่ให้ Vertical passing ไหลลื่นที่สุด หลายครั้งที่เขายืนตำแหน่งแบบสลับฟันปลา เพื่อที่จะทำให้บอลเคลื่อนที่ทะลุแนวรับอย่างรวดเร็ว

อ่านซ้ำอีกครั้ง ใช่ นี่คือการเซ็ตเกมแบบเดียวกันกับลิเวอร์พูลชุดปัจจุบัน 

ไม่กี่วันก่อน คริสเตียน โฟล์ก นักข่าวอาวุโสของ Bild สื่อดังแดนเยอรมัน เปิดเผยว่า ในความคิดของเขา เจอร์เก็น คล็อปป์อาจจะอยู่ไม่ครบสัญญากับลิเวอร์พูล หากบรรลุเป้าของทีมทั้งหมด เขาอาจมองหาโอกาสไปเติมเต็มความฝันการเป็นเฮดโค้ชบุนเดส ในสัญญาฉบับใหม่ของคลอปป์กับลิเวอร์พูลเองยังมีการเปิดเผยด้วยว่า คลอปป์ขอเงื่อนไขสำคัญเอาไว้ คือเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาต้องการกลับเยอรมัน บอร์ดบริหารจะต้องช่วยส่งเขากลับรังอินทรีย์ด้วย

ถ้าโชคร้ายเรื่องนี้เกิดขึ้น ด้วยศักยภาพของนักเตะแต่ละคนในทีม ยูเลี่ยน นาเกลล์มันส์ สามารถสานต่อระบบการเล่นแบบที่เจอร์เก็น เคยวางเอาไว้ได้

แต่…ใช่ว่ายูเลี่ยนจะเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถสานต่อระบบการทำทีมของเจอร์เก็นได้

เป๊ป ลินเดอร์ส – โค้ชมือขวาผู้พาคล็อปป์ทลายกำแพงฟุตบอลยุคเก่า

ว่ากันว่า กุนซือระดับสมองเพชรนั้นมักจะเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เป๊ปไม่นับเป็นหนึ่งในนั้น เพราะเขาไม่เคยเป็นแม้แต่นักฟุตบอลอาชีพและเขาจับงานผู้จัดการทีมฟุตบอลตั้งแต่อายุ 19 ปี!

เด็กชายเป๊ปฝันอยากเป็นผู้จัดการทีมตั้งแต่เด็ก และได้เริ่มเดินทางในบทบาท “โค้ชเทคนิค” ทีมเด็กของสโมสรพีเอสวี ไอน์ โฮเฟน ร่วมกันกับรุย โกเมส พวกเขาปั้นนักเตะอย่าง เมมฟิส เดปาย และ พาทริก ฟาน อานโฮลด์ ให้กับพีเอสวี ก่อนจะย้ายไปทำงานด้วยกันที่ ปอร์โต้ U19s พาทีมคว้าแชมป์ลีก และ FIFA Youth Cup (คล้าย ๆ FIFA Club World Cup) รวมถึงการสร้างนักฟุตบอลอย่าง รูเบน เนเวส, อังเดร โกเมส, อังเดร ซิลวา, และชูเอา เฟลิกซ์

ปี 2014 เบรนดัน ร็อดเจอร์สดึงตัวเป๊ปมาเป็นโค้ชเทคนิคให้ลิเวอร์พูลชุดยู16 และใช้เวลาไม่นานในการก้าวขึ้นไปเป็นมือขวาของบีอาร์ และถึงแม้ว่าร็อดเจอร์สจะต้องอำลาทีมไป คล็อปก็ยังขอให้สโมสรเก็บเป๊ปไว้ในฐานะกุนซือชุดยู18 ของลิเวอร์พูล

ความจริงก็คือเทรนต์ อาเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ ก็ผลงานชิ้นโบว์แดงของเป๊ปนั้นเอง

ช่วงเดือนมกราคมปี 2018 เป๊ปได้รับข้อเสนอให้ไปเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ของสโมสรเอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น ทว่า บทบาทแรกในทีมชุดใหญ่กลับไปได้ไม่สวยนัก เขาตัดสินใจแยกทางกับสโมสรหลังพาทีมเลื่อนชั้นไม่สำเร็จ แต่เป็นช่วงเวลาพอเหมาะพอดีกับที่คล็อปป์ขาดมือขวา เป๊ปจึงกลับมาที่แอนฟิลด์อีกครั้งในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม

เป๊ป ลินเดอร์สเป็นยิ่งกว่า “สมอง” ของเจอร์เก็น คล็อปป์ที่ลิเวอร์พูล แน่นอนว่าหน้าที่หลักของเขาคือการออกแบบการซ้อม เก็บรายละเอียดทั้งหมดในเมลวูด เพื่อนำมาออกแบบแท็กติกร่วมกันกับคล็อปป์และปีเตอร์ คราเวียตซ์ เหมือนกันกับที่บูวัชเคยทำ แต่ที่เพิ่มเติมคือ เขายังเป็น “สะพานดวงดาว” ที่เชื่อมโยงระหว่างทีมชุดใหญ่กับทีมชุดเล็ก มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจในการกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเหล่าหงส์แดงดาวรุ่ง ในภายหลัง เป๊ปได้ขอให้คล็อปป์นำพา วิเตอร์ มาตอส อดีตโค้ชยู 19 ของปอร์โต้มาร่วมทำหน้าที่ด้วย

คล็อปพูดถึงลินเดอร์สไว้ว่า “เขาคือจุดเชื่อมโยงของเรา จากปัจจุบันไปสู่อนาคต นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากมาก”

เป๊ป เป็นผู้พาเจอร์เก็น คล็อปป์ทำลายกำแพงสู่ฟุตบอลยุคใหม่อย่างแท้จริง แม้จะไม่มีประสบการณ์ด้านการคุมทีม แต่เขาเป็นผู้นำเอาแท็กติก “Transition” เข้าสู่ทีม แท็กติก Gegen pressing ของลิเวอร์พูลจึงได้พัฒนาไปอีกขั้น ดังที่เห็นในปัจจุบัน

วิเคราะห์สั้นๆ…

หาก “เป๊ป ลินเดอร์ส” ได้เป็นผู้จัดการทีมต่อไป หมายความว่าลิเวอร์พูลกำลังเดินทางเฉกเช่น “Boot room” ในตำนาน แม้จะไม่ใช่สเกาเซอร์ แต่เป็ปก็มีความลึกซึ้งในจิตวิญญาณของลิเวอร์พูล และเขายังเป็นที่ชื่นชอบของนักฟุตบอลลิเวอร์พูลในทุกชุด ด้วยความอัจฉริยะและบุคลิกที่ไว้ใจได้ ทำให้เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ หากใน 4 ปีต่อจากนี้ คล็อปป์จะทำทุกอย่างเพื่อมอบทุกเคล็ดวิชาให้ “เป๊ป” จนหมดสิ้นก่อนอำลาทีมไป

จบ