ความเคลื่อนไหวหงส์แดงประจำวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563

1.ข้อความจากเจอร์ราดถึงหงส์แดงชุดปัจจุบัน

สมมติว่าลิเวอร์พูลชุดนี้ยังมี สตีเวน เจอร์ราด ตำแหน่งฟรีคิกและตัวจบสกอร์จากเสาไกลก็จะถูกเติมเต็ม

แต่สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับฉันใด โชคชะตาก็ไม่อาจไหลหวนคืนฉันใด

ปัจจุบันกัปตันหมายเลขแปดกำลังเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะกลับมาเป็นกุนซือให้กับลิเวอร์พูลในสักวันหนึ่ง

อย่างไรก็ดีเคยสงสัยไหมครับว่า ในสายตาของเจอร์ราดแล้วเขามอง “เครื่องจักรสีแดง” ในยุคนี้อย่างไร ?

นี่คือบทสัมภาษณ์ของเจอร์ราดถึง ลิเวอร์พูลชุดปัจจุบันครับ

“พวกเขาเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ ปีเลยครับ ในยุคสมัยของผมเรามีนักเตะที่เป็นมืออาชีพ-มีจิตใจที่แข็งแกร่งอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่สำหรับลิเวอร์พูลยุคนี้แล้ว ตั้งแต่ตำแหน่งหมายเลข 1 ถึง 26 หัวใจของพวกเขาเหมือนกับอสูรกาย เจอร์เก็น รวมจิตใจของทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าด้วยจิตใจที่พวกเขามีจะส่งลิเวอร์พูลไปถึงจุดไหนในอีกสองสามปีข้างหน้า เพราะผมก็แอบหวังอยู่ในใจเหมือนกันนะว่า พวกเขาจะสามารถพาลิเวอร์พูลกลับมาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งได้ มันคือสิ่งที่ผมและแฟนบอลทุกคนเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน

“พวกเขาสร้างปรากฏการณ์ในช่วงสองสามซีซั่นที่ผ่านมา ซีซั่นก่อนเป็นซีซั่นที่โชคร้ายที่สุดของพวกเขาเพราะพลาดแชมป์ไปเพียงแค่หนึ่งคะแนน แต่มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคู่แข่งนั้นแข่งแกร่งมากขนาดไหน”

และนั่นคือเหตุผลที่การนำห่างแมนซิตี้ 25 คะแนนมีความไม่ต่างจากคำว่าแชมป์ไปสักเท่าใด – ประโยคนี้เจอร์ราดไม่ได้พูด แต่ในใจของเดอะค็อปทุกคนรู้ดีครับ แหะ แหะ

อย่างไรเสียนอกจากบทสัมภาษณ์ที่เจอร์ราดพูดถึงลิเวอร์พูลแล้ว ยังมีอีกหนึ่งชิ้นที่น่าสนใจมากคือการพูดถึงมาราโดน่า ตำนานวอลเล่บอลชาย จากอาเจนติน่าครับ

เมื่อวานนี้เจอร์ราดทำการเลือกหกนักเตะในดวงใจตลอดกาลของเขา ซึ่งประกอบไปด้วย จอห์น บาน – เอียนรัช – Pual Gascoigne – ซีนเนดีนซีดาน และคนสุดท้ายคือ มาราโดน่า

“หลังจากข่าวนั้นถูกเผยแพร่ออกไป ผมก็ได้รับข้อความจากมาราโดน่าในช่องแชทส่วนตัวของผมบนอินสตราแกรม มันสุดยอดมากที่ตำนานอย่างเขาจะติดต่อผมมา ผมดีใจจริงๆ ที่ได้พูดคุยกับเขา เราคุยเรื่องการเป็นโค้ชกันนิดหน่อย”

2.ชัยชนะของคิงเคนนี

เดือนเมษายนคือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของ เซอร์เคนนี ดัลกลิช สามสิบเอ็ดปีก่อนเขาเป็นผู้จัดการทีมในโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ ทุกๆ กลางเดือนเมษาช่วงเวลาเหล่านั้นจะย้อนกลับมาหาเคนนีอีกครั้ง

แต่ในปีนี้นอกจากโศกนาฏกรรมแล้ว เขายังล้มป่วยด้วยโรคโคโรnaไวrusอีกด้วย

ความแข็งแกร่งของ เคนนี ไม่ได้อยู่ที่เขาเป็นนักเตะหมายเลข 7 หรือเป็นผู้จัดการทีมคนเดียวของลิเวอร์พูลที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ (กับแบ็คเบิร์นโรเวอร์)

แต่ความแข็งแกร่งของเคนนีคือการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้น ทั้งโศกนาฏกรรมและอาการเจ็บไข้ต่างหาก

ภาพนี้คือคำขอบคุณของ เคนนี ดัลกลิช ถึงทีมแพทย์ในสหราชอาณาจักรทุกคน เราเห็นเคนนีอยู่ร่วมกับคนในบ้านได้แล้ว ก็โล่งใจได้สำหรับตำนานอายุ 69 ปี เขายังคงมหัศจรรย์เสมอไม่ว่าจะลงแข่งกับคู่ต่อสู้หน้าไหน หรือจะชราขึ้นอีกสักเท่าใด

3.ช่วงเวลาที่แสนยากลำบากของอดีตดาวรุ่งลิเวอร์พูล

โคลดี้ เคยเป็นเด็กปั้นของลิเวอร์พูล แต่ต้องระหกระเหินออกจากทีมไปเพราะไม่สามารถก้าวผ่านการเป็นดาวรุ่งได้ ปัจจุบันเขาเปลี่ยนจากศิษย์สำนักหงส์แดงเป็นกัปตันของวูฟแฮมตันวันเดอร์เรอร์แล้ว

หากยังนึกภาพอดีตดาวรุ่งคนนี้ไม่ออกอีก จำเป็นสุดท้ายระหว่างลิเวอร์พูลกับวูล์ฟแฮมตันได้ไหมครับ เกมนั้นช่วงที่ลิเวอร์พูลขึ้นนำในนาทีท้ายๆ ได้สำเร็จ ภาพจับไปที่โคลดี้แล้วเขาก็แอบยิ้มออกมา

อย่างไรก็ตาม วันนี้มีบทสัมภาษณ์ของน้องโคลดี้ช่วงที่เขาต้องระเห็จออกจากลิเวอร์พูลไป

“ผมรู้ดีว่าการขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่มันยากแค่ไหน ผมเป็นคนประเภทที่อยู่กับความเป็นจริง ผมรู้ดีว่าถึงจุดๆ ถึงผมจะต้องย้ายออกจากลิเวอร์พูลแล้วเริ่มต้นเส้นทางอาชีพฟุตบอลของผม ผมได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างที่ลิเวอร์พูลเลยนะครับ ขอบคุณ เบรนดรัน รอดเจอร์ที่ส่งผมให้เติบโตจากการปล่อยยืม ผมพัฒนาขึ้นมากจากการได้ลงเป็นตัวจริง”

ปัจจุบันโคลดี้เป็นกัปตันที่ประจำในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค และบางครั้งเขาก็ถูกจับไปเล่นแบ็คขวาหรือไม่ก็มิดฟิลด์ตัวรับอีกด้วย

สุดท้ายรอยยิ้มในเกมวันนั้นมันเป็นข้อยืนยันชั้นดีว่า หัวใจของเขาไม่เคยลบคำว่าลิเวอร์พูลให้เลือนหายไปเลย (ซื้อกลับไหมครับ ราคาประเมินแค่ 18 ล้านปอนด์เองนะ อิอิ)

4.ข้อได้เปรียบของเจอร์เก็นคลอปป์ในตลาดนักเตะรอบใหม่

Ian Doyle หนึ่งใน Journalist ของลิเวอร์พูลออกมาวิเคราะห์สถานการณ์การเงินของโลกฟุตบอลและจุดที่หงส์แดงยืนอยู่ว่า

“สิ่งที่คลอปป์และเอ็ดเวิร์ดตัดสินใจในตลาดนักเตะทั้งสองครั้งกำลังส่งผลในแง่บวกต่อลิเวอร์พูล”

เพราะนอกจากลิเวอร์พูลจะเหลือเงินถุงเงินถังเอาไว้ให้จับจ่ายแล้ว ตลาดฟุตบอลในรอบนี้ยังถูกกดเพดานราคาลงจากมหาวิกฤตอีกด้วย จากเงินถุงเงินถังที่คลอปป์มีตอนนี้กลายเป็น เงินกระสอบเงินโกดังไปแล้ว

มันยังทำให้ลิเวอร์พูลมีความได้เปรียบในการเจรจาต่อรองกับสโมสรอื่นๆ อีกด้วย ในเวลานี้ลิเวอร์พูลเป็นทั้งทีมที่มีอำนาจในการซื้อและทีมที่มีชื่อเสียงเรียกให้นักเตะเข้ามาประจำการได้

นี่สินะ…ข้อดีของการ “ออมเงิน”

จบ

สวัสดีวันศุกร์ครับ

#เลิฟหงส์แดง #รักคนอ่าน