ร้อยแปดอุปสรรคของหงส์แดงก่อนการคว้าแชมป์มีอะไรบ้าง ?

วิธีที่ง่ายที่สุดในการทดสอบ “ความมั่นคง” ของผู้ชายในเรื่องความรักคือ

ถามไปตรงๆ ว่าสโมสรฟุตบอลที่เขาเชียร์นั้นใช่ลิเวอร์พูลหรือไม่ ?

ถ้าเชียร์ลิเวอร์พูลถือว่ามั่นคงใช้ได้ เพราะแม้เขาจะหาเรื่องตำหนิคุณบ้างในบางอารมณ์

แต่เขาก็จะไม่มีวันทอดทิ้งคุณให้เดินเดียวดาย แม้ว่าคุณจะทำตัวไม่ได้ดั่งใจ เจ้าอารมณ์ชอบช่วยเหลือทีม เอ้ย ผู้ทุกข์ยากมากแค่ไหน เฉกเช่นเดียวกับที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งสโมสรฟุตบอลที่รักแม้จะไม่เคยคว้าแชมป์ลีกตลอดช่วง 30 ปี และแจกแต้มให้กับสโมสรเล็กๆ ไปแล้วมากมาย (เขียนไปก็เจ็บไป)

การจะเป็นเด็กหงส์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องใช้ความอดทนระดับ 10 เวกเตอร์ในห้วงเวลาที่ล้มลุกคลุกคลานแล้ว พวกเขายังต้องทนฟังเสียงค่อนแคะของแฟนบอลจอมอหังการด้วย

สำคัญที่สุดกว่าลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์ในทุกครั้งจะต้องมีเรื่องปวดหัวใจ ดราม่า น้ำตาลื้นอยู่เสมอ

บทความนี้จะขอรวบรวมอุปสรรคร้อยแปดประการก่อนที่ลิเวอร์พูลจะคว้าแต่ละถ้วยแชมป์ (ภายใต้การทำทีมของเจอร์เก็น คลอปป์) มาฝากกันครับ

เริ่ม

ก่อนจะเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6

แชมป์ยุโรปของคลอปป์เกิดขึ้นในปี 2018-19 มันคือแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ของลิเวอร์พูล แต่กว่าที่ลิเวอร์พูลจะคว้าถ้วยใบนี้มาครองได้ ใครจะคิดว่า …ก่อนหน้านั้นหนึ่งฤดูกาล (2017-18) ลิเวอร์พูลต้องเสียเสาหลักค้ำสโมสรอย่าง ฟิลลิปเป้ คูตินโย่ ไปจากทีม มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้สร้างความเสียใจให้กับแฟนบอลเท่านั้น แต่ทำให้สโมสรที่คลอปป์กำลังปลุกปั้นเกิดรอยร้าวครั้งใหญ่อีกด้วย

เพราอะไรน่ะหรือ ?

เพราะเป้าหมายหลักของคลอปป์ในปีแรกๆ กับลิเวอร์พูลนั้นไม่ใช่การคว้าแชมป์ แต่การทำให้นักเตะเลิกมีมุมมองต่อลิเวอร์พูลว่าเป็นเพียง …

เป็นเพียงรถโดยสารไปสู่กับบิ๊กเนมของยุโรปที่กำลังประสบความสำเร็จ (บาเยิร์น บาเซโลน่าหรือมาดริด) ต่างหาก

การย้ายออกของเพลย์เมคเกอร์ที่เป็นความหวังของทีม จึงเหมือนการตอกตะปูเข้าไปในรอยแผลเก่าที่ว่านั่นของลิเวอร์พูล

แม้จะไม่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นโดยตรง แต่อย่าลืมว่าชั่วโมงนั้นมาเน่และซาลาห์ก็เริ่มแจ้งเกิดกับลิเวอร์พูลแล้วเหมือนกัน ดังนั้นเราจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมหลังจากการขายคูตินโย่ออกจากทีมไปทำให้ทั้ง ซาลาห์และมาเน่ ต่างก็ตกเป็นข่าวกับ เรอัลมาดริด

นักวิจารณ์บางท่านถึงกับพูดเอาไว้ว่า จิตวิทยาในการจากไปของคูตินโย่อาจทำให้ลิเวอร์พูลที่กำลังมีทิศทางแตกสลายได้เลยด้วยซ้ำ แต่…

หลังจากเสียฟิลลิปเป้คูตินโย่ไป มีเรื่องดีสองข้อทีเกิดขึ้น

หนึ่งคือ ซาลาห์มีโอกาสแจ้งเกิดเต็มตัว เขาทำประตูไป 32 ครั้งในพรีเมียร์ลีกคว้ารางวัลรองเท้าทองคำไปครอง

สองคือ การขายคูตินโย่ทำให้ลิเวอร์พูลมีงบประมาณมากพอจะทุ่มซื้อฟานไดซ์เข้ามาในสถิติโลกได้

แต่นอกจากข้อดีที่กล่าวไปแล้ว ลิเวอร์พูลก็เผชิญหน้ากับปัญหามากมาย

ทั้งผู้รักษาประตูที่คลอปป์ดึงมาจากไมนซ์ 05 (ทีมที่เขามีสายสัมพันธ์ฉันครอบครัว) อย่างคาริอุสมีฟอร์มการเซฟประตูแทบไม่ต่างจากประตูมือสองที่มีอย่างมินโย่เลต์, การจากไปของมือขวาที่ชื่อของเซจิโค่ บูวัช อย่างลึกลับและแฟนบอลยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงจนกระทั่งทุกวันนี้ และที่สำคัญที่สุดก็คือการเพรสซิ่งที่ดุเดือดของคลอปป์ก็ทำให้นักเตะเผชิญหน้ากับอาการเหนื่อยล้า และเขาแทบไม่เหลือตัวสำรองในแดนกลางในช่วงท้ายซีซั่นเลย

ฤดูกาลของลิเวอร์พูลควรจะสิ้นสุดลงด้วยอันดับ 4 กับปัญหาคาราคาซังดังกล่าว ทว่า…พวกเขาเข้าชิงแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก

ฤาโชคชะตาที่กำลังรอคอยให้พวกเขาสร้างปาฏิหารย์ที่เคียฟแบบเดียวกับเคยเกิดขึ้นที่อิสตัลบูลอีกครั้ง ?

แต่ไม่มีปาฏิหารย์ในวันนั้น ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ต่อเรอัลมาดริดไป 3 ประตูต่อ 1 หยาดน้ำใสไหลออกมาจากดวงตาของเด็กหงส์อย่างไม่จำนรรจ์

ทว่าหนึ่งปีต่อมาคลอปป์เอาชนะอุปสรรคที่ผ่านมาทั้งหมด เขาเปลี่ยนผู้รักษาประตูที่ดึงมาจากอดีตทีมรักทิ้ง เขาแก้ระบบเพรสซิ่งที่ทำให้นักเตะเหนื่อยล้ากลายเป็นทีมที่เน้นรับมากขึ้นและเคาเตอร์แบบฉับพลัน เพราะได้มือขวาคนใหม่ที่แม่นยำเรื่องฟุตบอล Transition อย่าง Pep Lijnders เข้ามาช่วยเหลือ

สุดท้ายหยาดน้ำใสก็ไหลออกมาจากดวงตาอีกครั้ง คราวนี้มันจำนรรจ์อย่างดังยิ่งว่า

แชมป์ยุโรปสมัยที่หกของลิเวอร์พูลถูกจารึกเอาไว้ด้วยชายชื่อเจอร์เก็น คลอปป์ !

ก่อนจะเป็นแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ

อลีสซง เบกเกอร์เป็นหนึ่งในเสาหลักของลิเวอร์พูลลื่นล้มจากการเปิดบอลในเกมพรีเมียร์ลีก จนทำให้ลิเวอร์พูลต้องใช้อาเดรียนประตูมือสองขึ้นมาทำหน้าที่เฝ้าประตูแทน

พูดไปใครจะเชื่อว่าประตูฟรีค่าฉีกสัญญาอย่างอาเดรียนจะสามารถเอาชนะประตูค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่างเกปาได้สำเร็จ (อาเดรียนคือเหตุผลหลักๆ ในการคว้าแชมป์ เพราะสามารถปฏิเสธบอลในการดวลจุดโทษกับเชลซีในช่วงท้ายเกมได้)

ก่อนจะเป็นแชมป์สโมสรโลก

โปรแกรมนัดชิงชนะเลิศของแชมป์สโมสรโลกของลิเวอร์พูลนั้นดันตรงกับโปรแกรมการแข่งขันอย่างลีกคัพ ลิเวอร์พูลขอยื่นเรื่องขอให้เลื่อนการแข่งขันทว่า “สมาคมฟุตบอลเชสเตอร์ยุไนอังกฤษ” กลับปฏิเสธคำร้องขอ

คลอปป์จำใจต้องส่งเด็กอายุเฉลี่ย 19 ปีลงแข่งขัน เพื่อที่ตัวเองจะได้ขนทัพนักกีฬาไปลงศึกการแข่งขันที่ใหญ่กว่า

สุดท้ายลิเวอร์พูลก็คว้าแชมป์มาได้สำเร็จ และเด็กอายุเฉลี่ย 19 ปราชัยต่อแอสตัลวิลล่าไปตามคำพังเพยที่ว่า “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง” เป็นธรรมดา

ก่อนจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก

ปี 2018-19 ที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์เปียนลีกไปครองนั้น มันคือช่วงเวลาเดียวกับที่ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ในแชมป์ลีกให้กับแมนซิตี้เพียงแค่ 1 คะแนน คนบนโลกฟุตบอลส่วนใหญ่ยกเว้นแฟนหงส์แดงเขียนเป็นข้อความเดียวกันบนโลกฟุตบอลว่า

“ขอบคุณแมนซิตี้ที่ช่วยโลกให้อยู่ในความสงบ”

ปี 2019-20 ลิเวอร์พูลกำลังจะเป็นแชมป์ลีกแล้ว ใครเมื่อลิเวอร์พูลเริ่มทิ้งห่างอันดับสองเกิน 10 แต้ม โลกจะถึงคราวโกลาหลครั้งใหญ่ เป็นอุปสรรคมากมายที่เกิดขึ้นเพื่อผลักไสลิเวอร์พูลให้หลุดออกจากเส้นทางแชมป์

หนึ่ง – ข้อพิพาทข้ามทวีประหว่างอเมริกากับอิหร่าน (จนทำให้มีการคิดกันจริงๆ ว่า อาจเป็นชนวนให้เกิดการยกเลิกการแข่งขันพรีเมียร์ลีกขึ้น แบบที่เคยเกิดเมื่อครั้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2)

สอง – ใช่ว่าจบเรื่องสงครามแล้วทุกอย่างจะคลี่คลายลง เด็กหงส์ต้องปวดกบาลหนักเข้าไปอีกสิบเท่า เพราะเมื่อต้นเดือนมีนาที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศทุกสำนักก็รายงานตรงกันว่า นาซ่าตรวจพบอุกกาบาตขนาดใหญ่กว่า 4.1 กิโลเมตรกำลังพุ่งตรงมายังโลก

มันใหญ่พอจะลบอายรธรรมทั้งหมดที่เคยมีอยู่ของคนเราให้หายไปในการกระแทกพื้นเพียงครั้งเดียวได้

นาซ่ายังประเมินเอาไว้อีกว่าถ้าทิศทางของอุกกาบาตไม่เปลี่ยนไป มันจะพุ่งมาถึงโลกราวๆ เดือน เมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พรีเมียร์ลีกยังไม่ปิดฤดูกาล

สาม – ผลกระทบจาก Co-วิดหนึ่งเก้า ทำให้ทุกโปรแกรมการแข่งขันในพรีเมียร์ลีกถูกเลื่อนไปจนถึงวันที่ 3 เมษายนเป็นอย่างน้อย

ถ้าสถานการณ์กลับมาจัดแข่งได้ โปรแกรมการแข่งขันจะดำเนินตามปกติโดยแมทซ์ที่หายไปจะลำดับใหม่อีกครั้ง หมายความว่าทีมแรกที่ลิเวอร์พูลต้องลงดวลด้วยก็คือ แมนเชสเตอร์ซิตี้ในวันที่ 5 เมษายน

สมมติว่าลิเวอร์พูลเอาชนะเกมนี้ได้ พวกเขาจะกลายเป็นแชมป์ในทันที เพราะสามารถทิ้งแต้มห่างจากซิตี้ในเกมเดียวได้ถึง 6 คะแนน แต่ถ้าลิเวอร์พูลไม่สามารถเอาชนะได้… เราอาจจะไม่กังวลเรื่องตารางคะแนนเท่าไหร่ แต่อาจจะกังวลเรื่องอุกกาบาตที่จะกระแทกพื้นโลกในเดือนเมษายนแทน

เกิดเป็นเด็กหงส์ไม่เคยง่ายจริงๆ

เส้นทางแชมป์ของลิเวอร์พูลนั้น เหมือนกับกุหลาบก้านหนึ่งไม่มีผิด เพราะแม้ว่าปลายก้านของมันจะคือกลีบกุหลาบที่สวยงามน่าดอมดม แต่เส้นทางกว่าที่จะไปถึงมันนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลมคอยทิ่มแทงให้เจ็บช้ำอยู่ร่ำไป

ข้อดีเพียงประการเดียวของเรื่องนี้ก็คือ มันทำให้รู้ว่าคนที่จะเอ่ยปากบอกรักสโมสรแห่งนี้ มันต้องเอ่ยออกมาจากหัวใจจริงๆ ใช่เพียงลมปากจะกลายเป็นความสัตย์ได้

จบ

#เลิฟหงส์แดง #รักคนอ่าน