13 บทสรุปเกมลิเวอร์พูลพ่ายแอตเลติโกแอนฟิลด์แตกในรอบ 6 ปี ลาก่อน UCL

หนึ่ง – ว่ากันว่าจะดูอายุต้นไม้ให้ดูที่วงปี จะดูประสบการณ์นักสู้ให้ดูที่แผลเป็น

ความพ่ายแพ้จะทำร้ายเราได้ก็ต่อเมื่อเรายังเจ็บปวดกับมันอยู่

แต่มันจะผลักดันเราไปข้างหน้าเมื่อเราเรียนรู้จากความผิดพลาดของมัน

สอง – แต่เกมนี้คลอปป์ไม่ได้ผิดพลาด ความจริงเขาทำทุกอย่างเท่าที่จะปัจจัยจะเอื้อให้ทำแล้ว เจอร์เก็น คลอปป์ ถอดฟาบินโย่ในตำแหน่งกลางรับออกอย่างจนใจเพราะหลังจากหายเจ็บกลับมากลางรับชาวบราซิลเลียนก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเดิมกลับมาได้เสียที

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คือนักเตะที่คลอปป์ดึงดันจะส่งเขากลับไปประจำตำแหน่งที่เคยถูกวิจารณ์ว่า “อาแปะ” อีกครั้ง

โชคดีที่วันนี้เฮนเดอร์สันไม่ใช่อาแปะอีกต่อไปแล้ว การมีเขาอยู่ในสนามนอกจากจะได้เห็นลูกขยันเก็บตกในจังหวะสำคัญ สิ่งที่เห็นเฮนเดอร์สันมีผลต่อเกมมากๆ ก็คือ การเอาชนะฟุตบอลตุกติกของแอตเลติโกด้วยหัวใจนักเลง

“ลุกขึ้นมานะโว้ย แกเป็นนักฟุตบอลไม่ใช่ดารานำชาย” นั่นคือท่าทีของเฮนเดอร์สันในทุกครั้งที่นักเตะแอตมาดริดลงไปนอนกองกับพื้นหญ้าแบบเดียวกับที่นักแสดงฮอลลีวู้ดทำ

สาม – ความจริงลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายคุมสงครามจิตวิทยาของเกมนี้เอาไว้ตลอด 90 นาที … แต่โชคร้ายที่ประตูที่สองจากโรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่ นั้นเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลานาทีที่ 94 แล้ว แม้ว่ามันจะทำให้จิตใจของนักเตะหงส์แดงฮึกเหิมเพราะเห็นชัยชนะอยู่แค่มือคว้า แต่มันก็เป็นเหมือนการปลุกหมีที่กำลังสลบให้ฟื้นขึ้นมาด้วยแรงฮึดเฮือกสุดท้าย

เพราะเพียงแค่ตีเสมอ 1 ประตูกับอีก 30 นาทีที่เหลือนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาศัยปาฏิหารย์ใดๆ

สี่ – แรงฮึดของหมีจอมเจ้าเล่ห์ได้ผล หลังจากบ้อบบี้ทำประตูปิดกรง เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้นหมีร้ายก็ฉีกกรงเหล็กของลิเวอร์เบิร์ดออกมาอาระวาดได้อีกครั้งด้วยการทำหนึ่งประตูจาก ยอเรนเต้ มันทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในจุดเสมอและกำลังจะชนะด้วยกฏอเวย์โกลอีกครั้ง และนั่นจุดเปลี่ยนทั้งหมดของเกมในช่วงต่อเวลา เกมจิตวิทยาที่ลิเวอร์พูลเอาชนะมาตลอดทั้ง 90 นาทีเริ่มจะเสียศูนย์ เพราะบททดสอบ 120 ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยพอจะทำให้เครื่องจักรสีแดงเคยชินกับมัน

ห้า – ชักไม่แน่ใจเหมือนกันว่า อะไรกันแน่ที่เหนียวกว่ากันระหว่างกาวตราช้างกับ ยาน โอบลัค คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าตลอดทั้ง 120 นาทีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลกระหน่ำบอลใส่ประตูของแอตเลติโกไปร่วม 34 ลูก

(เป็นสถิติที่นอกจากจะปวดใจแล้วก็ยังปวด Teen แทนด้วย)

อย่างไรก็ดีในสถิติสุดปวด Teen ที่ว่านั่นมีบอลปลิ้นออกข้างและติดกองหลังทั้งสิบคนของแอตมาดริดไป 21 ครั้ง ที่เหลือเป็นบอลที่พุ่งตรงกรอบ 11 ครั้ง เป็นประตู 2 ครั้ง แต่ถูกโอบบลัคปฏิเสธมันออกไปถึง 9 ครั้ง !

สำคัญก็คือทั้งหมดนั่นยังไม่นับรวมบอลที่พุ่งชนคานอีก 2 ครั้งนะ

ถ้ายาน โอบลัคเป็นยี่ห้อกาวจริงๆ นอกจากเหนียวแล้ว สรรพคุณของกาวยี่ห้อนี้ยังเสริมดวงแคล้วคลาด ไม่ต่างจากการบูชา หลวงปู่ทวด รุ่นชนะมาร แม้แต่นิดเดียว

หก – อยากจะโทษอาเดรียนจนใจจะขาด แต่คนที่ควรเป็นแพะของเรื่องนี้มากกว่าคือโชคชะตา อย่าลืมว่า ลิเวอร์พูลทุ่มเงินเกือบสถิติโลกคว้าตัวหนึ่งในผู้รักษาประตูแนวหน้าเข้ามาสู่ทีม แต่…สวรรค์เบี่ยงฟ้า อลีสซง เบคเกอร์ได้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมก่อนเกมแอตมาดริดเพียงไม่กี่วัน ทั้งๆ ที่หงส์แดงควรมีเขาคอยเฝ้าเสาร์ให้อุ่นใจกว่านี้แท้ๆ

อาเดรียนควรจะเก่งกว่านี้ ? ใช่…เพียงแต่ว่าถ้าอาเดรียนยกระดับฝีมือขึ้นเทียบอลีสซงได้ เขาก็จะต้องจากลิเวอร์พูลไปเป็นมือหนึ่งของที่ไหนสักแห่ง

นักข่าวถามคลอปป์หลังเกมถึงความผิดพลาดของอาเดรียนแล้วบอสก็ตอบเอาไว้ว่า

“เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งนะ ผมจะไม่โทษเขา ไม่แม้แต่คำๆ เดียว สิ่งที่ผมจะทำคือยังคงให้ความเคารพต่อเขา เพราะตัวเขาเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นเหมือนกัน ความจริงก็คือเขาเคยช่วยเซฟบอลให้เรามากมายในวันที่เขาลงเล่น มันก็แค่ไม่ได้เกิดขึ้นกับประตูในค่ำคืนนี้เท่านั้นเอง ชีวิตของพวกเรามันก็แบบนี้แหละ มันเป็นงานที่ขึ้นต่อสาธารณชน ผู้คนจะคอยตัดสินคุณอยู่ตลอดเวลา แต่อาเดรียนก็เป็นผู้ใหญ่พอจะรับมือกับเรื่องพวกนั้นนะ ผมจะยืนอยู่ข้างเขาไม่ว่ายังไง ถ้าเขาเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ ผมคือคนแรกที่จะยื่นมือออกไป”

เจ็ด – สนามที่แอนฟิลด์วันนี้มีปัญหา หากสังเกตให้ดีผู้เล่นแอตมาดริดจะล้มลงไปกองกับพื้นทุกๆ 10 นาทีต่อหนึ่งคน (กรรมการแม้จะทันเกมดูออกว่าแสร้งล้ม แต่ควรปรามนักเตะตราหมีด้วยการแจกใบเหลืองในจังหวะถ่วงเวลาเสียบ้าง)

แปด – อ้อ เกือบลืม ประตูที่เฟอร์มิโน่ทำได้ในวันนี้คือประตูแรกของเขาในแอนฟิลด์นับตั้งแต่พรีเมียร์ลีก 2019-20 เริ่มต้นขึ้นมา (บ้อบบี้จบสกอร์ในแอนฟิลด์ไม่ได้เลยในทุกรายการ) เสียดายที่มันไม่สามารถพาลิเวอร์พูลไปสู่ชัยชนะได้

เก้า – เป็นเวลาถึง 6 ปี (นับแต่ปี 2014) ที่แอนฟิลด์ไม่เคยแตกพ่ายให้กับผู้ใดจนกระทั่งวันนี้มาถึง อนิจจาไม่มีสิ่งใดยั่งยืนตลอดกาลได้จริงๆ ฝนกที่กระหน่ำลงมาวันนี้ สามารถทำให้ไฟนรก(ทีมเยือน) มอดลงไปได้ในท้ายที่สุด…

สิบ – ย้อนกลับไปในวันจับฉลากแฟนหงส์หลายคนทำนายเอาไว้เหมือนกันว่า ทีมที่น่ากลัวสำหรับลิเวอร์พูลไม่ใช่เรอัลมาดริด บาเซโลน่า ปารีสหรือบาเยิร์นมิวนิค แต่เป็นทีมที่เล่นฟุตบอลอย่างมีวินัย(บวกตุกติก) อย่างแอตเลติโกมาดริดต่างหาก โชคร้ายที่คำทำนายนี้เป็นจริง

สิบเอ็ด – ต่อไปนี้เราไม่ต้องนอนดึกกันแล้ว… (จะดีใจหรือเศร้าใจดีนะ ?)

สิบสอง – นักข่าวถามคลอปป์ตรงๆ ว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการทำทีมไหม ? บอสตอบว่า

“ไม่นะ ผมไม่คิดแบบนั้นเลย ดูสิ จริงๆ เราใส่ทั้งหมดที่มีลงไปในฟุตบอลยุโรปแล้ว สองปีครึ่งเชียวนะที่เราวนเวียนอยู่กับเส้นทางยุโรปที่นี้ เรามีปาร์ตี้หลังจากผ่านเข้ารอบต่อไปได้ และผมหมายถึงเรามีปาร์ตี้มากมายเลย แม้แต่คืนนี้เราก็มีปาร์ตี้เหมือนกัน ผมไม่คาดคิดเลยว่าแฟนบอลจะยิ่งใหญ่ได้เท่าวันนี้ สเตเดียม หรือแม้แต่นักเตะของผมก็ดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของพวกเขาออกมา เราทำประตูที่สวยที่สุดได้ มันคือปาร์ตี้งานหนึ่งเลย แต่…เราแพ้นั่นแหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น

“สำหรับผมมันไม่ส่งผลกระทบอะไรหรอก สิ่งเดียวที่จะส่งผลกระทบก็คือ เรามีเวลาเตรียมตัวกับเกมพรีเมียร์ลีกมากขึ้น บางทีความพ่ายแพ้ในวันนี้อาจเป็นเรื่องโชคดีก็ได้นะ โชคดีด้วยเหตุผลบางประการน่ะ (คิดว่าคลอปป์น่าจะหมายถึงเรื่อง Co วิดหนึ่งเก้า – ผู้แปล) แอตเลติโกคู่ควรกับการเข้ารอบถัดไปแล้ว ก็พวกเขาเอาชนะไปได้ทั้งสองเกมนี่นะ

“ผมอยากจะกล่าวคำขอบคุณถึงทุกๆ คนที่เคยร่วมขบวนแห่กับเรามื่อหลายเดือนก่อน ตอนนี้ผมขอโทษนะที่ทำมันจบลง ผมไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

“แต่มันจะไม่ส่งผลกระทบอะไรหรอก ผมมั่นใจ ตอนนี้เราเหลือเวลาสามสี่วันในการเตรียมพร้อมเกมดาร์บี้ เกมนี้ต่างหากที่จะส่งผลกระทบต่อเราจริงๆ แต่การตกรอบไม่ใช่เรื่องใหญ่แบบนั้น”

สิบสาม – การไม่เคยทอดทิ้งกันคือเสน่ห์ที่สวยงามที่สุดของสโมสรแห่งนี้ และคุณจะไม่พ่ายแพ้อย่างเดียวดายครับ

จบ

ปล.ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่นะ (คำนี้มันเริ่มกลับมาแล้วแหะ)

#เลิฟหงส์แดง #youwillneverwalkalone