ความเคลื่อนไหวหงส์แดงประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563

1.อัพเดทดีลแวร์เนอร์

ในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ของลิเวอร์พูลมีใครคิดเหมือนกันไหมว่า บางทีมันอาจถึงเวลาแล้วที่หงส์แดงควรจะเติมความสดใหม่เข้าไปในทีมบ้าง

และ ติโม แวร์เนอร์ สไตร์คเกอร์จากเยอรมันที่ตกเป็นข่าวกับลิเวอร์พูลมาโดยตลอดอาจเป็นใครคนนั้น

ล่าสุดผู้อำนวยการกีฬาของไลบ์ซิก MarKus Krosche ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง หัวหอกของตัวเองเอาไว้ว่า

“ผมยอมรับนะว่าพรีเมียร์ลีกคือลีกที่น่าสนใจ ถ้านักเตะของผมจะไปเล่นให้กับลีกนั้นมันก็ดูสง่าสงามและสมราคาของเขาแล้ว (ฮั่นแน่ไม่อยมพูดชื่อสโมสรตรงๆ – ผู้แปล) แต่ไม่มีอะไรดีทั้งนั้นแหละถ้าแวร์เนอร์จะจากเราไป

“ผมต้องยอมรับจริงๆ ว่า เขาถูกจับตามองโดยสโมสรต่างๆ มากมาย แม้ว่าเขากับเราจะเติบโตมาด้วยกันอย่างยาวนาน เราออกไปเล่นในฟุตบอลยุโรปหรืออะไรทำนองนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างรอคอยให้เราและเขาไปไขว้คว้ามันมาด้วยกันอีกมากมาย…จริงๆ นะ”

คำพูดของ MarKus Krosche ผอ.กีฬาของไลบ์ซิก รั้ง ติโม แวร์เนอร์เอาไว้แบบสุดกำลัง แต่ไม่ผอ.กีฬาอาจไม่เคยได้ยินประโยคจากละครน้ำเน่าของเมืองไทยที่ แวร์เนอร์อาจบ่นอยู่ในใจว่า “คุณรั้งร่างกายฉันได้ แต่คุณรั้งหัวใจฉันไม่ให้ไปรักคลอปป์ได้หรอกค่ะ!”

(เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย…เพลงมา)

2.ความเจ็บปวดของแข้งหงส์

ความพ่ายแพ้สามในสี่เกมจะทำให้ลิเวอร์พูลที่ปึกแผ่นมั่นคงสั่นสะเทือนอย่างนั้นหรือ ? ผมเองก็สงสัยในคำถามดังกล่าว ดังนั้นเลยพยายามรวบรวมบทสัมภาษณ์ของนักเตะหลังเกมเอาไว้ เพื่อที่เราจะได้เห็นภาพรวมและความคิดของนักเตะครับ

มิลเนอร์ : เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การนั่งจมจ่อมอยู่กับมัน แต่คือการหวดมันกลับไปต่างหาก แฟนบอลของเรามหัศจรรย์เสมอ คุณจะไม่เดิอย่างเดียวดาย Alwaystogether นะ

ซาดิโอ มาเน่ : สำหรับผมอันดับแรกที่เราต้องทำก็คือการกลับไปลับคมในจังหวะจบสกอร์อีกครั้ง ผมคิดว่าห้วงเวลานี้คือห้วงเวลาสำคัญสำหรับการตัดสินว่าเราจะเป็นแชมป์เปียนที่ยิ่งใหญ่หรือไม่เป็นอะไรเลย ห้วงเวลานี้ทำกำลังท้าทายเราอย่างแท้จริง อย่างไรเสียฟุตบอลก็เป็นแบบนี้เสมอ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เราต้องพิสูจน์ตัวเอง และมันก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วยเหมือนกัน

โรเบิร์ตสัน : บางคนบอกกับเราว่าจะสนใจทำไมยังไงเราก็เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่วันยังค่ำ แม้ว่าเราจะตกรอบถ้วยไหนก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็คือเรายังไม่ได้เป็นแชมป์อะไรนั่นและเราต้องการชัยชนะอีกสี่เกม มันยังไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น ! เราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาอีกครั้ง ลุกขึ้นมาเพื่อคว้าชัย ทำแบบที่เราเคยทำ และหวังว่าทุกอย่างจะไปได้สวยในวันเสาร์นี้นะ

(สาทุ)

เคอติส โจนส์ : ทีมที่ดีกว่าย่อมเก็บชัยยชนะไปเป็นเรื่องธรรมดา และเราพ่ายแพ้ แต่ผมก็ยังคงจมอยู่กับความคิดที่ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับทีมกันแน่

(พยายามหาบทสัมภาษณ์ของทุกคนให้แล้ว แต่ได้แค่นี้จริงๆครับ)

3.วิเคราะห์ปัญหาของลิเวอร์พูลโดยอดีตผู้จัดการทีมอังกฤษ

Steve McClaren อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษได้ออกมาพูดถึงปัญหาของลิเวอร์พูลผ่านทาง Skysport เอาไว้ว่า

“ชัยชนะมีพื้นฐานของมันเสมอ สำหรับผมคือการเก็บคลีนชีท บางครั้งเราไม่สามารถวางใจสามประสานให้ผลิตสกอร์ในทุกๆ เกมได้

“ผมเห็นแต่ลิเวอร์พูลที่เป็นแชมป์ลีกอย่างรวดเร็ว และผมคิดว่านั่นส่งผลต่อสี่เกมหลังสุดของพวกเขา

“ผมคิดว่าตอนนี้พวกเขาควรมีเข็มทิศชี้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง แอตเลติโกมาดริดจะเป็นเกมที่ใหญ่ที่สุดในซีซั่นนี้ของพวกเขา และคลอปป์ควรทำมันให้ยิ่งใหญ่กว่านั้น

“จงช่วงใช้ความกลัวของนักเตะเปลี่ยนมันเป็นพลัง ช่วงใช้วันเวลาที่กำลังซวนเซนี้ไปต่อสู้กับแอตมาดริดซะ หันหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าคุณจะชนะหรือแพ้ ทีมจะกลับมาในที่ทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง”

(หรือปัญหาตอนนี้ไม่ใช่กาารขาดทักษะนักเตะ แต่เป็นปัญหาเรื่องจิตใจแบบที่ McClaren กล่าวเอาไว้จริงๆ?)

4.กว่าจะรู้รสหวานก็เหลือแต่แกงจิดเสียแล้ว

Gary Lineker ออกมาทวีตข้อความสั้นๆ ถึงความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูลว่า เป็นการพ่ายแพ้ที่เชื่อมโยงกับการจากไปของเฮนเดอร์สัน

“มีโอกาสสูงมากเลยนะที่อาการบาดเจ็บ (แทนที่จะความโดดเด่นในสนาม – ผู้แปล) ของเฮนเดอร์สันจะนำเขาไปสู่รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี บางครั้งเราไม่ตระหนักหรอกว่าใครสำคัญต่อเราจริงๆ จนกระทั่งเขาไม่อยู่ข้างกายเราแล้วนั่นแหละ”

เหมือนกับที่เราจะรู้คุณค่าของแสงตะวัน ก็ห้วงวันอันหนาวเหน็บเท่านั้นใช่ไหมนะ ?

5.คลอปป์และCo-วิช

มีนักข่าวถามคลอปป์เกี่ยวกับเรื่อง “โคVidหนึ่งเก้า” (ขออภัยที่เขียนให้อ่านยากเพราะกลัวว่า ถ้าเขียนตรงๆ จะผิดนโยบายของพี่มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ค) ถึงสถานการร์ของมันในชั่วโมงนี้ และ คลอปป์ตอบเอาไว้ว่า

“ผมไม่เข้าใจเลย ผมหมายถึงผมไม่เข้าใจจริงๆ จริงอยู่นะที่ผมเป็นคนมีชื่อเสียง แต่ผมกับคุณก็มีจุดยืนเดียวกันคือ ผมไม่รู้ลายละเอียดเรื่องนี้อย่างแท้จริง ผมเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ผมไม่เข้าใจเรื่องการเมืองหรือการแพทย์หรอก

“สมมติว่าผมใส่หมวกเบสบอลและโกนหนวดทิ้ง ผมก็กลายเป็นใครสักคนที่ธรรมดาๆ คนหนึ่งแล้ว แต่เอาเถอะผมเข้าใจดี ความเห็นของผมนั้นสำคัญเหมือนกัน

“ผมจะตอบแล้วนะ…อันดับแรกผมมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ และผมอยากมีสุขภาพที่ดี ปลอดภัย และอยากเห็นเพื่อนร่วมโลกทุกคนปลอดภัย นั่นคือความเห็นของผมที่มันไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ถามผมเรื่องฟุตบอลดีกว่า ผมเปลี่ยนแปลงเรื่องนั้นไม่ได้จริงๆ นะ”

จบ

สวัสดีวันพฤ

#เลิฟหงส์แดง #รักคนอ่าน