“เล่าข่าวหงส์แดง” ความเคลื่อนไหวลิเวอร์พูลประจำวาเลนไทน์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563

1.พ่อหมีแจงแม้แต่เบรกหนีหนาวก็หยุดซ้อมไม่ได้

อลีสซง เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูฉายาพ่อหมี ออกมาเปิดเผยช่วงเวลาพักเบรกหนีหนาวของเขาในช่วงที่ผ่านมาเอาไว้ว่า

“ผมกลับไปเยี่ยมบราซิล กลับไปเยี่ยมพี่ชายของผมที่นั่น (อลีสซงเคยเปิดเผยว่าเขาสนิทกับพี่ชายมาก จะต้องโทรคุยเรื่องฟอร์มการเล่นทุกครั้งหลังจากเขาแข่งจบ – ผู้แปล) สำหรับผมมันไม่มีการเบรกหนีหนาวอะไรนั่นหรอก ผมยังคงมาที่บราซิลเพื่อเรียกสภาพความฟิต ผมกับเขาทำโปรเจคเล็กๆ ในการเป็นผู้รักษาประตูด้วยกัน พระอาทิตย์ในวันนั้นมันอบอุ่นเป็นพิเศษจริงๆ นะ

“สำหรับผมทุกเกมในพรีเมียร์ลีกล้วนเป็นเกมที่ยาก มันไม่เกี่ยวหรอกว่าทีมคู่ต่อสู้ของเราจะอยู่ตรงไหนในพื้นที่ตารางคะแนน ดังนั้นสิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือ ทำตัวให้พร้อมก่อนที่มันจะมาถึง!”

นี่คือเหตุผลที่เราไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมอลีสซง จึงคว้าถุงมือทองคำได้ถึง 3 ใบในฤดูกาลเดียว

(ซ้ายมือของอลีสซงคือ Muriel Gustavo Becker หรือพี่ชายของอลีสซง)

2.นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน

วันนี้มีการประกาศนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของสโมสร

(ก่อนอ่านบรรทัดถัดไปลองทายดูว่าใครคว้ารางวัลนี้ไป)

คนที่ได้รางวัลนี้ไปครองก็คือ โมฮาเม็ด ซาลาห์

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมแข่งในพรีเมียร์ลีกห้าเกม โมฮาเม็ดซาลาห์เพียงคนเดียวทำประตูไป 3 ครั้งกับอีก 3 แอสซิสต์

“ขอบคุณมากเลยครับ ผมมีความสุขที่ได้รางวัลนี้มาครอง ผมจะพูดแบบที่เคยพูดมานะครับว่า จริงๆ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมไม่ใช่รางวัล แต่เป็นการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้และผมคิดว่าเราทำมันได้ดีทีเดียวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผมหวังว่าเราจะรักษาฟอร์มแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ นะครับ”

3.เบื้องหลังการปลดซาโก้

นับตั้งแต่ที่คลอปป์ย้ายมากุมบังเหียนลิเวอร์พูล มีนักเตะที่เลือกเดินออกจากสโมสรไปแบบไม่ใยดีเพียงสองคน นั่นคือ เอ็มเร่ ชาน และ ฟิลลิปเป้ คูตินโย่

ในขณะที่นักเตะที่ถูกคลอปป์ไล่ตะเพิดออกไปจากสโมสรก็มีอยู่สองคนด้วยกัน คนแรกคือ มาริโอ้ บาโลเตลี่ รายนี้ไม่มีโอกาสแม้แต่การกลับมาซ้อมกับทีมเลยด้วยซ้ำ ส่วนนักเตะอีกคนคือ มามาดู ซาโก้

เกิดอะไรขึ้นระหว่างซาโก้และคลอปป์กันแน่ ? liverpool echo เรียบเรียงสกู๊ปพิเศษชิ้นนี้ขึ้นมา และผมบรรจงแปลแบบสุดใจ

– ความจริงแม้เรื่องนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2016 แต่มันกลับเพิ่งได้รับการเปิดเผยหลังไม่กี่วันมานี้แอง

– ซาโก้ ย้าย เข้ามาลิเวอร์พูลจาก PSG ในยุคของ เบรนดรัน รอดเจอร์ เขาเป็นหนึ่งในสามกองหลังที่สำคัญในการลุ้นแชมป์ปี 2013/14

– เกมที่โดดเด่นที่สุดของซาโก้ในยุคคลอปป์คือ แมทซ์ที่ลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งสองเลก รวมด้วยสกอร์ 3-1 ในศึกยูโรป้า มีนาคมปี 2016

แนวรุกของปีศาจแดง ยังถูกนักเตะที่มีชื่อคล้ายพ่อมดปราบวิญญาณจากอินเดียแดงอย่าง มามาดู ซาโก้ หยุดเอาไว้แบบอยู่หมัด

– แม้เจ้าตัวจะมีจังหวะคลุกคลิกในการเล่นไปบ้าง แต่สุดท้ายคลอปป์ก็เลือกเขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คหลักคู่กับเดยันลอฟเลน, ถ้ายังจำกันได้ ในแมทซ์ลิเวอร์พูลดวลดอทมุนส์รอบรองชนะเลิศยูโรป้าลีกที่หงส์แดงกดไป 4 ประตูต่อ 3 ชนะเสือเหลืองแบบเส้นยาแดงผ่าแปด หนึ่งในนักเตะที่ทำประตูในเกมนั้นคือ ซาโก้

– นั่นคือช่วงพีคที่สุดของซาโก้ แต่หลังจากนั้นได้ไม่นาน เขาก็ถูกกล่าวหาว่าใช้ “ยาต้องห้าม” ในเกมการแข่งขัน ภายหลังยูฟ่าเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังปรากฏว่า ซาโก้ ใช้ยาจริง แต่เป็นยาที่ไม่มีอยู่ในรายชื่อต้องห้าม ปัญหาก็คือ ซาโก้ ไม่เคยบอกอะไรให้คลอปป์ทราบเลยเกี่ยวกับยาที่เขาใช้ และนั่นคือรอยร้าวเล็กๆ ระหว่างเขากับเจอร์เก็น คลอปป์

– เมื่อฤดูกาล 2015/16 จบลง คลอปป์พาชสโมสรไปพักร้อนที่อเมริกา สถานที่แห่งหนึ่งที่คลอปป์พาทีมไปก็คือ เกาะ อัลคาทาซ ซึ่งเดิมทีใช้เป็นเรือนจำกลางทะเล

– ระหว่างการพักผ่อนที่เกาะแห่งนั้น มีนักข่าวเข้ามาสัมภาษณ์คลอปป์ แต่จังหวะนั้น ซาโก้ ก็เข้ามารบกวนการให้สัมภาษณ์แบบไม่มีกาลเทศะ กองหลังฝรั่งเศสไม่รู้ตัวเลยว่า เขาได้ทำลายฟางเส้นสุดท้ายที่คลอปป์มีต่อเขาเข้าให้แล้ว

– คลอปป์พูดกับซาโก้ในนาทีนั้นว่า เขาจะปล่อยให้ซาโก้อยู่บนเรือนจำกลางทะเลคนเดียวไม่พาไปพักร้อนต่อด้วย แม้มันจะเป็นประโยคที่ติดตลกของคลอปป์ แต่ภายใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มันกลับซ่อนความเด็ดขาดอะไรบางอย่างเอาไว้

– หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง (วันที่ 26 มิถุนา 2016 คลอปป์พาลุกทีมไปยังอัลคาทาซและเป็นวันเดียวกันกับที่) ซาโก้ ถูกส่งตัวกลับไปยังอังกฤษ โดยคลอปป์ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังว่า ซาโก้ได้ทำผิดกฎที่เขาตั้งขึ้นถึงสองครั้ง และซาโก้ก็ถูกตะเพิดไล่ออกจากสโมสรไปอยู่คริสตัลพาเลซนับแต่นั้น

– ความไม่มี สัมมาคารวะ ของซาโก้เป็นสิ่งที่ทำลายตัวเขาเอง แม้คลอปป์จะเป็นโค้ชที่ใกล้ชิดนักเตะมากเท่าที่จะมากได้คนหนึ่ง แต่เขาจำเป็นต้องมีเส้นบางๆ แบ่งเอาไว้ เพื่อรักษาความเป็นผู้จัดการทีมที่ต้องปกครองนักเตะเอาไว้ด้วยเหมือนกัน

4.อนาคตคาริอุส

ข่าวสุดท้ายของเช้าวันนี้ มีสื่อสองเจ้าทั้งในเยอรมันนและตุรกีรายงานตรงกันว่า อนาคตของ ลอริส คาริอุส กับเบซิกตัสนั้นอาจยืดระยะออกไปอีกก็ได้ แม้เคยมีรายงานออกมาว่า คาริอุส มีปัญหากับเบซิกตัสอยู่พอสมควร

อย่างไรก็ดีทั้งสองสื่อรายงานตรงกันว่า สตาฟโค้ชของเบซิกตัสนั้นพอใจมากกว่าที่จะให้คาริอุสอยู่กับทีมต่อไป เพราะบางทีการหาผู้รักษาประตูรายใหม่นั้น ไม่ได้การันตีเลยว่าพวกเขาจะได้ใครสักคนที่ดีกว่าคาริอุสได้

สุดท้ายคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้มากที่สุดก็คือตัวนักเตะเอง การต่อสัญญายืมตัวนั้นต้องได้รับการยินยอมจากคาริอุสเองด้วย

(ต่อเถอะอุสนายกลับมานี่ก็แทบไม่มีที่ให้ยืนแล้ว)

จบ

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ – ขอตัวไปซักผ้าให้ภรรยาก่อนนะครับ

#เลิฟหงส์แดง