“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวลิเวอร์พูลประจำวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563

1.Chairman ลิเวอร์พูลอยากฉลองแชมป์ !

ประธานสโมสรลิเวอร์พูลอย่าง Tom Werner (ส่วน John w Henry เป็นเจ้าของสโมสร) ได้ออกมาสัมภาษณ์หลังจากที่ลิเวอร์พูลสามารถมีแต้มเหนือคู่แข่งได้ถึง 22 แต้มในเกมลีก เข้ารอบ 16 ทีมแชมป์เปียนลีก และใช้ชุดเด็กเอาชนะชรูสว์บิวรี่ฉลุยไปดวลกับเชลซีในรอบถัดไปได้ เอาไว้ว่า

“ผมหยิกแก้มตัวเอง แล้วถามซ้ำๆ ว่า ผมไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหม แม้ว่าจริงๆ แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะยังไม่เรียบร้อยดีก็ตามที เชื่อไหมฮะ ในหัวของผมมีแต่คำพูดที่ว่า เราจำเป็นต้องฉลองกับสิ่งเหล่านี้นะ เพราะไม่เคยมีประวัติศาสตร์ในพรีเมียร์ลีกทีมไหนทำได้เหมือนกับเราเลยสักทีม แต่ผมก็ต้องเก็บมันเอาไว้แค่ในหัวของผม”

(แต่ตอนนี้ท่านประธานพูดออกมาแล้วนะครับ)

2.ข้อความจากกองหน้า100ล้านตราหมีถึงลิเวอร์พูล

เจา เฟลิกซ์ กองหน้าตัวเก่งของแอต-มาดริดที่ย้ายเข้าตราหมีจากเบนฟิก้าด้วยค่าตัว 113 ล้านปอนด์นั้น ได้ให้สัมภาษณ์ถึงลิเวอร์พูลก่อนที่พวกเขาจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของเครื่องจักรสีแดงเอาไว้ว่า

“มันจะเป็นงานที่ยากเย็นแสนเข็น พวกเขาไม่ได้มีดีแค่คนใดคนหนึ่ง แต่มีนักเตะที่เต็มไปด้วยคุณภาพเกือบทั้งทีมได้ ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีจริงๆ ไม่สิ แค่คำว่าดียังไม่พอ มันต้องยอดเยี่ยมต่างหาก เรากำลังท้าชิงกับแชมป์เก่า คำว่าง่ายไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของแมทซ์ๆ นี้

“ความจริงทุกเกมในแชมป์เปียนลีกล้วนแล้วแต่ ไม่มีคำว่าง่ายดายเหมือนกันทั้งนั้น เว้นเสียแต่ว่าลิเวอร์พูลคือทีมที่ยกกำลังสองในเรื่องนั้นขึ้นไปอีก”

(อะอะอ้าวววว นึกว่าจะเจิม แบบนี้หมดสนุกเลย)

3.บาโลเตลี่คะนึงหงส์

บาโลเตลี่ หรือ นักเตะที่ไม่เคยมีผู้จัดการทีมคนไหนปราบพยศเขาลงได้แม้แต่ โฆเซ่ มูรินโย่ (จริงๆ มูรินโย่ปราบพยศใครไม่ได้หรอก อยู่ทีมไหนโดนนักเตะพยศเล่นไล่โค้ชตลอด) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงช่วงเวลาของเขากับลิเวอร์พูลผ่านเว็ปไซต์ Sport witness เอาไว้ว่า

“ลิเวอร์พูลคือเมืองที่ยิ่งใหญ่นะ (ไอ้นี่มันยังอยู่เป็นเว้ย – ผู้แปล) แต่ช่างโชคร้ายเหลือเกินที่ช่วงเวลาระหว่างผมกับสโมสรนั้นไม่ดีเท่าไหร่นัก ผมเข้ากับผู้จัดการทีมไม่ได้ วันบางวันช่างเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะย่ำแย่ บางวันผมก็ส่งบอลเข้าประตูไม่ได้เลย”

สำหรับบาโลเตลี่แล้ว เขาลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 70 แมทซ์การแข่งขันให้กับทั้งลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ซิตี้ และถูกปล่อยตัวออกจากลิเวอร์พูลในช่วงเวลาที่ เจอร์เก็น คลอปป์ ย้ายเข้ามาในทีม เพราะเหตุว่า ปัจจัยอันดับหนึ่งที่คลอปป์ใช้เลือกนักเตะไม่ใช่ความเก่งกาจหรือทักษะพื้นฐาน แต่เป็นทัศนคติต่างหาก !

4.ลูคัสลำรึกความหลังสมัยปรับตัวกับลิเวอร์พูล

ลูคัส เลวา อดีตนักเตะบราซิลเลี่ยนลิเวอร์พูลได้ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็ปไซต์ INSIDE FOOTBALL ถึงช่วงเวลาเริ่มต้นของเขากับลิเวอร์พูลในปี-สองปีแรกเอาไว้ว่า

“มันยากมากจริงๆ ในการเริ่มต้นกับลิเวอร์พูล ผมปรับตัวได้ช้าเกินไป แต่โชคดีตรงที่สมัยนั้นมีนักเตะจากสเปนมากมายในทีม แม้แต่ผู้จัดการทีมในช่วงเวลานั้นอย่าง ราฟา เบนิเตช ก็เป็นคนสเปนเหมือนกัน ดังนั้นรากศัพธ์จากลาตินก็เลยช่วยผมเอาไว้ได้มาก (เพิ่มเติม** ประเทศบราซิลใช้ภาษาโปตุเกสเป็นภาษาราชกาล ซึ่งมีรากเหง้าของภาษามากจากภาษาละตินเหมือนภาษาสเปนครับ) ดังนั้นในช่วงแรกๆ ของผมกับลิเวอร์พูล ผมเลยไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย

“บางทีมันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมมีพัฒนาการอย่างเชื่องช้าในปีถึงสองปีแรกก็ได้นะ สุดท้ายผมก็ต้องหาที่เรียนภาษาเพื่อปรับตัวปรับใจ พอผมสามารถเข้าใจสิ่งที่เพื่อนร่วมทีมพูดกัน และแม้แต่สิ่งที่ชาวเมืองพูดกันได้ มันก็ทำให้ผมมองทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป”

อย่างไรก็ดี นอกจากรำลึกความหลังแล้ว ลูคัส ยังส่งข้อความถึงบราซิลเลียนรุ่นน้องของเขาอย่างเฟอร์มิโน่เอาไว้ด้วยว่า

“ในฐานะบราซิลเลี่ยน ผมทำสถิติการลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมากที่สุด แต่ผมคิดว่าเฟอร์มิโน่กำลังเป็นผู้ท้าชิงผม ดูท่าว่าเขาจะเอาชนะผมได้ด้วยดิ ก็เขาลงเล่น 50 เกม ต่อหนึ่งซีซั่นนี่นา ! แต่ผมก็ดีใจนะ เขาคือเด็กที่มหัศจรรย์มากๆ คนหนึ่ง”

5.เบื้องหลังชัยชนะชรูวส์บิวรี่จากหนูเซปป์

ไอ้หนูเซปป์หนึ่งในนักเตะเสาหลักลิเวอร์พูลชุดลูกนกได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังที่ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะนักเตะมืออาชีพเอาไว้ว่า

“ผมรู้เลยนะว่า ทุกคนในสโมสรกำลังภาคภูมิใจในสิ่งที่พวกเราทำได้แม้ว่าเราจะถูกเรียกว่าเป็นเด็กน้อยในสถานที่แห่งนี้ก็ตาม

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผมคุยเรื่องนี้กับฟานไดซ์ ฮูเวอร์และจินี่ ไวนาดุมด้วย นี่คือสายสัมพันธ์ของกังหันลมสีส้มที่สุดแสนจะยิ่งใหญ่ ทุกวันนี้ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ผมได้เรียนรู้จากเซ็นเตอร์แบ็คที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของโลก อีกทั้งยังได้ฝึกซ้อมโดยต้องหยุดกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลกให้ได้ นั่นแหละคือวันคืนแห่งการฝึกซ้อมของผม

“ซาลาห์ มาเน่ เฟอร์มิโน่ คือนักเตะที่รับมือยากมากที่สุดจริงๆ บางครั้งผมก็ผิดพลาดในการต่อกรกับพวกเขา แต่การได้รู้ว่าตัวเองผิดพลาดอะไรก็คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไม่ใช่หรือ ?”

บทสัมภาษณ์ของเซปป์ชิ้นนี้คือเหตุผลว่าทำไม ชรูวส์บิวรี่ ไม่สามารถหาโอกาสจบสกอร์ตรงกรอบลิเวอร์พูลในค่ำคืนนั้นได้เลย แม้แต่ประตูเดียวก็ไม่เฉียดใกล้ !

จบ

สวัสดีวันศุกร์ครับ

#เลิฟหงส์แดง #รักคนอ่านจุ้บๆ