“เล่าข่าวหงส์” 5 ความเคลื่อนไหวลิเวอร์พูลประจำวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563

1.เนวิลจวกแมนยูควรดูลิเวอร์พูลเป็นตัวอย่าง

แกรี่ เนวิล อดีตกัปตันแมนยูไนเต็ด ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การซื้อตัวนักเตะของสโมสรตัวเองว่า ควรมีลิเวอร์พูลเป็นแบบอย่าง

เนวิลล์ให้สัมภาษณ์เอาไว้หลังจากแมนยูไนเต็ดซื้อแฟร์นันเดสเอาไว้ดังนี้ …

“การเซ็นบรูโน่แฟร์นันเดสเข้ามาสู่ทีมอาจทำให้โอเล่ยิ้มได้นะ เพราะมันทำให้เขาสามารถลดกระแสความไม่พอใจของแฟนบอลลงได้บ้าง แต่ผมกำลังคิดว่าแมนยูไนเต็ดกำลังเดินผิดทาง เพราะสิ่งที่แมนยูไนเต็ดควรดึงเข้ามาในเวลานี้คือแนวรุกไม่ใช่แกนกลาง ในเกมกับวุล์ฟแฮมตัน พวกเราส่งมาซิยาล เจมส์และมาต้าลงสู่สนาม สำหรับผมนักเตะเหล่านี้ ไม่ใช่ผู้เล่นแนวรุกของทีมระดับท็อปเลยสักนิด

“กลับกัน ถ้ากลับไปดูลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ พวกเขาไม่ได้มีสามประสานแบบนั้นเลยสักนิด พูดจริงๆ เราควรฉลาดในการซื้อนักเตะแบบพวกเขาบ้าง ทุกบาททุกสตางค์ของลิเวอร์พูลถูกใช้จ่ายไปเพื่ออนาคต คุณคิดว่าก่อนหน้านี้มีใครในโลกบ้างรู้จัก โมฮาเม็ด ซาลาห์ หรือซาดิโอ มาเน่ และอันที่จริง เฟอร์มิโน่ เองก็ไม่มีชื่อเสียงเท่าทุกวันนี้

“ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการซื้อนักเตะจากสปอตติงลิสบอนเข้ามาในทีม แต่เขาควรเอาลิเวอร์พูลและแมนซิตี้เป็นแบบอย่าง, ใช้จ่ายเพื่ออนาคต”

(แปลบทสัมภาษณ์นี้ไปพร้อมกับแค่นหัวเราะอยู่ในใจไปพราง)

(ก๊ากกกกกกกก / นี่ไม่ใช่แค่นหัวเราะแล้วโว้ย)

2.โด้เคยเกือบเซ็นซบหงส์

บรูโน่ แฟร์นันเดส ที่ย้ายเข้า สปอร์ติงลิสบอน จากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ จากสปอร์ติง ลิสบอน สู่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นมีอะไรบางอย่างเหมือนกัน

ความเหมือนกันของสองดีลนี้ก็คือ ทั้งสองคนเคยได้รับความสนใจจากลิเวอร์พูลเหมือนกัน ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีลของ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ นั้น เคยเกือบจรดปากกาเซ็นเข้ารังลิเวอร์เบิร์ดมาแล้ว

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสำนักข่าวโคมลอยที่ไหน แต่ออกมาจากปากของ Phil Thompson อดีตนักเตะและผู้ช่วยโค้ชของลิเวอร์พูลในเวลานั้น ทอมป์สันเล่าผ่าน The Athletic เอาไว้ว่า

“บ่ายแก่ๆ วันอาทิตย์ในช่วงตลาดซื้อขาย Tony Henry เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับแนะนำตัวให้ผมรู้จัก เขาเป็นอดีตนักเตะของแมนเชสเตอร์ซิตี้ แต่ในเวลานั้น เขาได้รับมอบหมายให้เป็นเอเยนต์เร่หาสโมสรที่สนใจจะซื้อ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ออกจากสปอตติงลิสบอน แต่เขาไม่ใช่เอเยนต์โดยตรงนะ เป็นแค่เอเยนต์ที่ได้รับมอบหมายมาอีกที

“วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ผมกับเขาตกลงกันได้ว่า ราคาของคริสเตียนโน่ตอนที่ยังเป็นเยาวชนนั้นจะอยู่ที่ 4 ล้านปอนด์ ผมบอกเขาต่อไปว่า ผมสนใจ แต่ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้นนั้น ผมต้องกลับไปบอกอุลลิเยร์ก่อนอีกที (อุลลิเยร์คือผู้จัดการทีมในปี 2003 หรือ ปีที่โรนัลโด้ย้ายออกจากสปอร์ตติงลิสบอน – ผู้แปล) ผมแยกกับเขาแล้วตรงดิ่งไปหาอุลลิเยร์ … เรื่องทั้งหมดไปได้สวย อุลลิเยร์ตรงปรี่เข้าไปคุยกับ Rick Parry ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารในเวลานั้น และทุกสิ่งทุกอย่างก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของมัน

“หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ผมก็เห็นพาดหัวตัวเบ้อเร้อว่า ‘แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเซ็นไอ้หนุ่มหน้ามลจากสปอร์ติงในราคาสูงถึง 12 ล้านปอนด์’ ผมไม่อยากเชื่อสายตา ผมกับอุลลิเยร์มองตากันจากนั้นเขาก็ขอเบอร์โทรศัพท์นาย Tony ที่มาเร่ขายโรนัลโด้ไปจากผม

“ราคามันขยับจาก 4 ล้านขึ้นไปถึง 12 ล้านแบบสามเท่าตัวได้ยังไง!?”

“หลังจากที่เราคุยกับ Tony เราก็ได้รู้ว่า แมนยูไนเต็ดได้ทำการติดต่อกับสปอร์ติงลิสบอนหลังจากเราเพียงหนึ่งวัน แต่โชคร้ายที่พวกแมนเชสเตอร์คุยกับเอเยนต์โดยตรงไม่ใช่เอเยนต์ที่ได้รับมอบหมายมาอีกทีแบบ Tony แล้วดีลก็ปิดลงตั้งแต่วันนั้น”

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ …

3.โชคชะตาไม่เคยทำให้เราได้รักกัน

ต่อจากข่าวข้างบน คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ก่อนที่โรนัลโด้จะย้ายจากลิสบอนไปแมนยูนั้น คริสเตียนโน่ยืนยันด้วยตัวเขาเองว่า ทีมที่ดีที่สุดในอังกฤษนั้นคือลิเวอร์พูล !

“ลิเวอร์พูลคือสโมสรฟุตบอลเพียงหนึ่งเดียวที่ดีที่สุดในอังกฤษ มันคือความฝันของผม ถ้าสักวันหนึ่งจะได้เป็นใครสักคนที่เขียนประวัติศาสตร์ของสโมสรนั้น”

นั่นคือบทสัมภาษณ์ในช่วงที่โรนัลโด้กำลังตกเป็นข่าวกับลิเวอร์พูล ช่วงเวลานั้นเขามีอายุเพียง 19 ปีกับสปอร์ตติงลิสบอนเท่านั้น

4.ข้อความจากช่างเชื่อมถึงกัปตัน

อเล็กอ็อคเหลด เชมเบอร์เลน หลังจากทำประตูปลดล็อคในเกมลิเวอร์พูลคัดตัวนักเตะจากเซาแฮมป์ตันในนาทีที่ 46 แล้ว เขาก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันของสโมสรที่ทั้งจบสกอร์และเก็บแอสซิสต์ในเกมนั้นเอาไว้ว่า

“ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายไปหมดนั่นแหละ ถ้าคุณรับบอลต่อมาจากจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ฟุตบอลของเขาเป็นแบบนั้น เรียบง่ายแต่งดงาม ผมรักเขา รักเขาหมดหัวใจ (เดี๋ยวนะ!) เขาทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนร่วมทีมของตัวเองได้ เขาคนที่มีความอาวุธโสในตัวเองแล้วเราทุกคนก็รักเขาจริงๆ”

(ตอนนี้ไม่มีใครเรียกเฮนเดอร์สันว่า “อาแปะ” แล้วจริงๆ)

5.เป๊ปสวดนักเตะยับ

ข่าวสุดท้ายของวันนี้ นับเป็นเรื่องที่เด็กหงส์จะต้องปิติยินดีและเตรียมสติ๊กเกอร์ + ธงสโมสรไปติดท้ายรถกันได้แล้ว เพราะหลังจากแมนเชสเตอร์ซิตี้ปราชัยต่อ ท็อทแน่มฮอทสเปอร์สไปนั้น ทำให้ตอนนี้เหลือเพียง 6 โปรแกรมการแข่งขันเท่านั้น (โดยมีเงื่อนไขว่าต้องชนะทั้งหมด) ที่ลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก !

เพิ่มเติมให้สักหน่อยว่า หลังเกมกับพ่ายมูรินโย่นั้น ตามรายงานข่าวนั้นระบุเอาไว้ว่า นายหัวเหม่ง กวาดิโอลา ถึงกับเรียกนักเตะของแมนซิตี้ทุกคนเข้าไปในห้องแต่งตัวแล้วล็อคเอาไว้นานถึง 40 นาที! 

(ไม่มีใครรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องแต่งตัวหลังเกมนั้น แต่คาดเดากันไปว่า เป๊ปอาจจะสวดนักเตะของเขายับหลังจากที่ศักยภาพของนักเตะไม่สามารถพาเรือใบสู้ลมในมหาสมุทรที่ชื่อพรีเมียร์ลีกได้แบบ 2 ซีซั่นก่อน)

จบ

สวัสดีวันจันทร์แรกของเดือนครับ

ปัจฉิมลิขิต : นี่คืออันดับตารางคะแนนของทีมท็อป 6 หลังจากพรีเมียร์ลีก2019-20 ผ่านไป 25 สัปดาห์ครับ ช่วยกันดูหน่อยครับ เหมือนมีทีมอะไรหายไปไม่รู้ ผู้เขียนไม่ค่อยแน่จัยยยส์