ย้อนรอย 3 เหตุการณ์ที่เฟอร์กี้เอ่ยปากถึง เจอร์เก็น คลอปป์ ด้วยความยกย่อง

เซอร์อเล็กเฟอร์กุสันกับลิเวอร์พูลก็เหมือน ลิ้นกับฟัน พบกันทีไรก็เรื่องใหญ่ เหมือนน้ำกับไฟ ถ้าไกลกันได้ก็ดี … เสือกับสิงก็ข่มกันขอเป็นเจ้าป่า ต่างไม่ยอมจะพูดจาตกลงกัน (นั่นมันเพลงพี่เบิร์ดแล้วโว้ย)

กลับเข้าเรื่อง…

คนเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่ไม่ชอบอยู่ในใจด้วยกันทั้งนั้น บางคนไม่ชอบการเรียนคณิตศาสตร์ บางคนไม่ชอบศิลปะ บางคนไม่ชอบงานปาร์ตี้ บางคนปฏิเสธทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องอยู่กับความเหงาเพียงลำพัง

ความไม่ชอบของคนมีระดับแตกต่างกันออกไป

ทว่าสำหรับผู้ชายที่ชื่ออเล็กเฟอร์กุนสันสิ่งสูงสุดที่เขาผลักไสไล่ส่งและพร้อมจะทำลายให้ย่อยยับ นั่นคือสโมสรลิเวอร์พูล

ครั้งหนึ่งเซอร์อเล็กถึงกับเคยนิยามเป้าหมายสูงสุดของตัวเขาเอาไว้ว่าคือ ‘การทำให้สโมสรลิเวอร์พูลให้พินาศไป’

“เป้าหมายสูงสุดของผมคือการสอยลิเวอร์พูลลงมาจากบัลลังก์ มันจะยังไม่เกิดขึ้นตอนนี้หรอกนะ แต่คุณเอาคำพูดของผมไปพาดหัวได้เลย!”

หรือแม้แต่ในหนังสืออัติชีวประวัติของเขา อเล็ก เฟอร์กุสัน ถึงกับให้ความเห็นต่อสตีเว่น เจอร์ราด เอาไว้ว่า “ผมคงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้สึกว่า สตีเวน เจอร์ราดไม่ใช่นักเตะระดับท็อป”

ในขณะที่ทั่วทั้งบางต่างยกให้เจอร์ราดเป็นหนึ่งในกองกลางที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกฟุตบอล แม้แต่ โจเซ มูรินโย่ ก็ยังพยายามตามจีบเจอร์ราดอยู่นานปี แต่กลับเฟอร์กี้เราจะแน่ใจได้อย่างว่านั่นไม่ใช่ความเห็นที่เจืออคติอยู่ ?

(ต่อมาเจอร์ราดให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า เขาเสียใจที่เซอร์อเล็กมองเขาแบบนั้น ‘แม้ว่าตัวเซอร์อเล็กเองก็เคยพยายามยื่นสัญญาให้ผมเซ็นเมื่อปี 2003 ก็เถอะ!’)

ในความเห็นของ เซอร์อเล็ก ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับลิเวอร์พูลล้วนแล้วแต่หมางใจตำนานกุนซือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยกันทั้งนั้น แต่ท่วา…มีอยู่คนหนึ่งของลิเวอร์พูลที่เซอร์อเล็กไม่เคยออกปากว่าเลยแม้แต่ครั้งเดียว !

คนๆ นั้นคือ เจอร์เก็น คลอปป์

ต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ทั้งสามเหตุการณ์ของเซอร์อเล็กที่กล่าวถึงคลอปป์นับตั้งแต่กุนซือเฮวี่เมทัลกุนบังเหียนเครื่องจักรสีแดง !

 

1.วันที่ลิเวอร์พูลประกาศเซ็นสัญญากับ เจอร์เก็น คลอปป์

คลอปป์จรดปากกาเซ็นสัญญาและเข้ามากุมบังเหียนแทนรอดเจอร์ส เรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงเด็กหงส์ทุกบาง แรงสั่นสะเทือนนั้นยังแรงพอจะกระเทือนให้อเล็กเฟอร์กุสันออกมาพูดถึงดีลครั้งนี้อีกด้วย ความว่า

“ผมเคยพบ เจอร์เก็น คลอปป์ ที่งานฟีฟ่าโค้ช และนั่นทำให้ผมเคารพเขาอย่างมาก (นั่นไงคลอปป์ต้องไปหว่านเสน่ห์เอาไว้แน่ – ผู้เขียน) ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทั้งหมดนั่นคือศักยภาพของเขา เขาเหมือนเป็นพระเอกในบุนเดสลีกาเพราะสามารถพาดอทมุนส์ขึ้นมาอยู่ระดับท็อปได้

“คุณรู้อะไรไหมละ ผมไม่ชอบเลยที่จะต้องคิดว่าเขาทำมันได้ยอดเยี่ยมแค่ไหนที่ดอทมุนส์ เพราะผมกำลังกังวลว่าเขาจะทำแบบเดียวกันนั้นกับลิเวอร์พูล … เขาจะต้องทำมันได้แน่ๆ

“หลายคนพยายามบอกว่า ลิเวอร์พูลเองมีปัญหาภายในกับการบริหารเรื่องการเงิน การซื้อขายนักเตะที่ต้องผ่านบอร์ดบริหาร หรืออะไรทำนองนั้น แต่ผมไม่เชื่อหรอกว่า คลอปป์จะทำให้การเป็นผู้จัดการทีมนั้นไร้ความหมาย สำหรับผมผู้จัดการทีมต้องตัดสินใจได้ในทุกๆ เรื่อง และผมคิดว่าเขาเป็นผู้จัดการทีมประเภทเดียวกันกับที่ผมคิด”

2. “ผมเรียกสิ่งที่คลอปป์ทำอยู่ข้างสนามว่าคือการอุทิศตัวตน”

ในปี 2016 ช่วงเวลาที่คลอปป์ยังไม่สามารถพลิเวอร์พูลคว้าแชมป์รายการใดได้ มีเพียงการเล่นเฮวี่เมทัลเท่านั้นที่ปลุกให้แฟนหงส์กลับมามีความคึกคัก แต่ดูเหมือนว่าสายตาอันเฉียบคมของเซอร์อเล็กจะมองเห็นอะไรบางอย่างจากจุดที่คลอปป์ยังไม่สามารถพาลิเวอร์พูลคว้าอะไรได้นั่นแหละ

(นี่คือบทสัมภาษณ์ในปี 2016 ของเซอร์อเล็กถึงคลอปป์)

“ในที่สุดมันก็จริงอย่างที่ผมพูดเอาไว้ เขาปลุกลิเวอร์พูลคืนชีพขึ้นมาแล้ว ในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ถ้าสโมสรใหญ่ๆ จะเพลี่ยงพร้ำบนโลกฟุตบอลตลอด 20 ปี ลิเวอร์พูลเอาแต่เปลี่ยนผู้จัดการทีมไปมาโดยไม่สนใจความเป็นตัวตนของพวกเขาเอง แต่…มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้วสำหรับครั้งนี้

“คุณคงเห็นคลอปป์ตะโกนอย่างบ้าคลั่งอยู่ข้างสนาม สำหรับบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องโอเวอร์เกินตัว แต่สำหรับผมนั่นคือการอุทิศตัวตน! และผมมั่นใจเลยว่าเขาจะทำแบบเดียวกันนั้นในสนามซ้อม นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่าหัวใจสำคัญสำหรับการจะเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่

“ผมยังคงเป็นกังวลเกี่ยวกับตัวของเจอร์เก็น เพราะสิ่งเดียวที่ยูไนเต็ดไม่ต้องการก็คือ การเห็นลิเวอร์พูลยิ่งใหญ่กว่าเรา”

3.บทสัมภาษณ์ป๋าเมื่อสองเดือนก่อน (29 พฤศจิกายน 2019)

บทสัมภาษณ์นี้เซอร์อเล็กไม่ได้พูดถึง คลอปป์ โดยตรงแต่ชมเชยผ่านสโมสรที่ยอดเยี่ยมเพราะผู้จัดการทีม ซึ่งก็คือลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ซิตี้ (เซอร์ไม่ออกชื่อเลยแม้แต่คำเดียว อาจเพราะทั้งสองคนเป็นผู้จัดการทีมอริของแมนยูไนเต็ด ? และเป็นข่าวที่ถูกเผยแพร่อยู่บนเว็ปไซต์กระบอกเสียงของสโมสรแมนยูอย่าง Manchester EveningNews ด้วย)

ในพาดหัวของข่าวชิ้นนั้นเขียนเอาไว้ว่า : ตำนานผู้จัดการทีมแมนยูไนเต็ดการันตีเป๊ป กวาดิโอลาและคลอปป์ด้วยตัวเขาเอง !

ในเนื้อข่าวเขียนเอาไว้ว่า

“ผมดีใจเสมอเวลาที่มีคนเถลิงตัวเองขึ้นมาเป็นกระบี่มือหนึ่งในวงการฟุตบอลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟุตบอลอังกฤษที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น คนเหล่านั้นคู่ควรแก่การเคารพเสมอ ผมคิดว่าพวกเขาควรได้รับการเชิดชูเฉกเช่นเดียวกับวิหารพาเทนอนของเทพกรีก (วิหารพาเทนอนรวบรวมเหล่าเทพของกรีกเอาไว้) แต่นี่เราเป็นวิหารพาเทนอนของผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่

“พวกเขาทั้งสองคนยอดเยี่ยม เป็นฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความแฟร์ ตื่นเต้น และชวนหลงใหล ความมหัศจรรย์ของพวกเขาคุณเองก็คงเห็นได้อยู่แล้วในทุกวี่ทุกวันนี้

“สำหรับผมทั้งลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ซิตี้ ต่างก็เป็นกระจกสะท้อนกันและกัน พวกเขาชนะตลอดเวลา ขึ้นเกมรุกตลอดเวลา และฉกาจฉกรรจ์ตลอดเวลาด้วย ทุกวันนี้พรีเมียร์ลีกถูกปกครองโดยทั้งสองทีมไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลิเวอร์พูลที่สามารถคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้ มันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาจริงๆ ถึงเวลาที่เราต้องยอมรับพวกเขาจากใจจริงๆ เสียที”

เรื่องตลกก็คือในเนื้อข่าวของ Manchester Evening news ถึงกับเรียกลิเวอร์พูลและแมนซิตี้ว่า Bitterest rivals หรือแปลเป็นไทยได้ว่า คู่แข่งที่สุดแสนจะขมขื่น (ฮา)

แต่อะไรทำให้เซอร์อเล็กยกย่องคลอปป์ขนาดนี้ ?

คำตอบอาจเป็นไปตามทฤษฏีที่มีเค้าความจริงว่า ในช่วงใกล้ปลดเกษียร เซอร์อเล็กได้ “เฝ้ามองคลอปป์” และแอบหวังให้กุนซือเฮวี่เมทัลย้ายมากุมบังเหียนแมนยูต่อจากเขา แต่สุดท้ายก็ต้องกินแห้วเพราะเหตุผลๆ นั่นก็คือภรรยาของคลอปป์ห้ามเอาไว้

เรื่องภรรยาของคลอปป์ที่มีอิทธิพลต่อการย้ายทีมนี้ คนที่ออกมาเล่าคืออดีตนักเตะลิเวอร์พูลอย่าง ฟิล ธอมป์สัน ที่ปัจจุบันเป็น Pundit ให้กับ Skysport ครับ

ธอมป์สันเล่าว่า : “มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมได้สัมภาษณ์ เจอร์เก็น ผมถามเขาว่า คุณกับลิเวอร์พูลถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกันและกันหรือเปล่า ? เขามองผมกลับมาแล้วก็พูดว่า ‘หือ…ทำไมถามแบบนั้น’ จากนั้นเขาก็เล่าให้ผมฟังต่อว่า จริงๆ แล้วเขาสามารถเลือกช้อยในชีวิตได้ ยกตัวอย่างเช่น การเลือกไปคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแทนลิเวอร์พูล แต่ภรรยาของเขาพูดว่า ‘อย่าเชียวนะไอ้แก่’ (จริงๆ ภรรยาคลอปป์พูดแค่ว่า it wasn’t right แต่แปลแบบเอาฮาจะได้แบบนี้แหละ) จากนั้นการติดต่อระหว่างเขากับแมนยูไนเต็ดก็จบลง ในขณะที่เมื่อถึงคราวลิเวอร์พูลติดต่อเข้ามา ภรรยาของเขาก็พูดว่า ‘ถูกต้องที่สุดค่ะที่รัก (it was right)’ ดังนั้นคลอปป์อาจไม่ได้ถูกโชคชะตาพัดมาให้คู่กับลิเวอร์พูลก็ได้ แต่เป็นภรรยาของเขาที่พัดเขามาต่างหาก!”

ขอบคุณภรรยาบอสจากใจครับ

จบ…

#เลิฟหงส์แดง #รักคนอ่าน

ปล. แปลกนะ เซอร์อเล็กมองคลอปป์แบบอ่านขาด แต่ดันผิดพลาดกับ เดวิด มอยส์ แบบเละเทะไม่เป็นท่า

ปล2  ช่วงนี้จู่ๆ มีข้อมูลหลุดออกมาว่า “เซอร์อเล็กยอมรับว่าคลอปป์เก่งว่าตน” ผมยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ด้วยการนั่งค้นข้อมูลทำบทความฉบับนี้ให้ครับว่า มันไม่เป็นความจริง แต่น่าจะเป็นความผิดพลาดจากการแปลมากกว่า

เพราะช่วงนี้มีคนที่พูดว่า “คลอปป์เก่งกว่าเซอร์อเล็ก” จริงๆ แต่เป็นอดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลอย่าง วอร์น็อค ซึ่งเป็นรูปประโยคที่คล้ายกัน อีกทั้งช่วงเวลาที่สื่อต่างประเทศเผยแพร่เรื่องนี้ยังเกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนด้วย ซึ่งเป็นเวลาที่ไร่เรี่ยกับความผิดพลาดครับ (ดูรูปที่ระบุเวลาประกอบในภาพได้)